ผู้เขียน หัวข้อ: // All NEW Toyota Corolla CROSS เปิดตัวในไทย 9 กรกฎาคม นี้ มี 4 รุ่นย่อย //  (อ่าน 11627 ครั้ง)

ออฟไลน์ adiPureII

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 234
    • อีเมล์
เป็นรุ่นที่รอคอยมากๆ เป็นหนึ่งในตัวเลือกจะยุให้ที่บ้านซื้อ หวังว่าจะออกมาสวยนะ

ออฟไลน์ Kul2oUsagi

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 7
ถ้าอ๊อฟชั้นไปกองที่ไฮบริดหมด  ผู้คนจะหนีไปซื้อรุ่นอื่นยี่ห้ออื่นแทน  เช่นเคสโคโรล่าอัลติส คนแห่ไปซ์้อซีวิคทั้งที่ปลายอายุตลาด

ผมว่าไม่เกี่ยวกับ hybrid เท่าไหร่ แต่ซีวิคมันสวยกว่ากว้างกว่า ส่วนใหญ่เลยเลือกซีวิคกัน
เกี่ยวกันนะครับ ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาระบบไฮบริดก็แพง แถมเครื่องไม่แรงอีก ยิ่งตอนแบตอ่อนที่ต้องชาร์จไฟกลับเข้าสูแบตเตอรี่ยิ่งทำใช้ช้าจนน่าเบื่อ

ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาแพง อันนี้เคยใช้ไหม หรือว่าคิดเองอะครับ
ทำไมผมถามคนใช้ไฮบริดมาหลายคน เขาบอกว่าค่าบำรุงรักษาไม่แพงเลย แถมประหยัดน้ำมันมาก
ยิ่งใช้นานๆ ขับเยอะๆ ยิ่งคุ้มค่าน้ำมัน

นอกจากค่าบำรุงรักษาตามระยะทางแล้ว ยังมีพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด ซึ่งแต่ละตัวเนี่ยราคาเหยียบแสนนะครับ

แล้วพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด มันพังกันง่ายขนาดนั้นเลยหรอครับ
แล้วที่บอกเครื่องไม่แรงนี้ จะเอาไปซิ่งแข่งหรือยังไงครับ เพราะในชีวิตประจำวันทั่วไปก็เพียงพอแล้วครับ
ดูคู่แข่งสิครับเค้าได้เครื่องที่มีเรียวมีแรงกว่า  แถมไม่ต้องมาพะวงกับเวลาที่รถชาร์จแบตระหว่างการขับแล้วทำใหรถอืดไม่มีเรี่ยวแรง  แล้วจะไม่คิดว่ามันเสียพังบ้างหรอครับ ทั้งคอมแอร์ อินเวอร์ตเตอร์ ปั๊ม abs จะไปอู่นอกก็งต้องหาอู่ซ่อมยากหน่อยนะมันไม่แปลกที่มีอู่รับแปลงจากไฮบริดเป็นเครื่องธรรมดากัน
ที่คุณพูดมานี้ มะโมเอง หรือเคยขับมาแล้วครับ เพราะผมขับวันละหลายร้อยโล ก็ไม่เห็นต้องมาพะวงอะไรเลย ขับปกติ เร่งแซงปกติ แถมประหยัดอีก (ผมขับ 100-120 ตกประมาณ20โล/ลิตร) // ส่วนพวกเรื่องเสียผมก็ทราบครับว่ามันเสียได้ แต่ไม่ได้เสียง่ายขนาดนั้น (กว่าจะเสียก็คงขับจนโทรมแล้วมั่ง)

ก็เขาอยากดันเทคโนโลยีไฟฟ้าสิครับ มันจะเปลี่ยนผ่านในอีกไม่กี่ปีแล้ว จะให้สันดาปขายดีกว่าไฮบริดไปเรื่อยๆ ใครจะอยากมาลงทุนทำโรงงานแบต/ชิ้นส่วนอุปกรณ์รถไฟฟ้า

ค่ายไหนปรับตัวช้าก็รอตกขบวนไป
+1 ครับ 
// TOYOTA C-HR HV MID Y'2019 //

Seadog

  • บุคคลทั่วไป
นี่แหละครับ เขาถึงว่าคนไทยยังไม่เปิดใจกับไฮบริด

ออฟไลน์ Ex_machina

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 697


เห็นใน youtube ใกล้เคียงไหม


Teaser มาละ เหมือนจะสวยเลย เส้นสายจะได้อย่างนี้เหรอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 03, 2020, 15:58:58 โดย Ex_machina »

ออฟไลน์ Myprecious

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 85
ถ้าอ๊อฟชั้นไปกองที่ไฮบริดหมด  ผู้คนจะหนีไปซื้อรุ่นอื่นยี่ห้ออื่นแทน  เช่นเคสโคโรล่าอัลติส คนแห่ไปซ์้อซีวิคทั้งที่ปลายอายุตลาด

ผมว่าไม่เกี่ยวกับ hybrid เท่าไหร่ แต่ซีวิคมันสวยกว่ากว้างกว่า ส่วนใหญ่เลยเลือกซีวิคกัน
เกี่ยวกันนะครับ ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาระบบไฮบริดก็แพง แถมเครื่องไม่แรงอีก ยิ่งตอนแบตอ่อนที่ต้องชาร์จไฟกลับเข้าสูแบตเตอรี่ยิ่งทำใช้ช้าจนน่าเบื่อ

เอาที่ไหนมาพูดครับว่าตอนแบตอ่อนชาร์จไฟแล้วทำให้ช้า แบตอ่อนหริอเต็มรถมันก็วิ่งได้ปกติครับ แต่ถ้าkick down หรือเหยียบมิดตอนแบตเต็ม ไฟจากแบตจะช่วยในการออกตัวด้วยครับ ส่วนในภาวะปกติก็ขับปกติแบตเต็มหรือลดไม่เกี่ยวกันครับ

ออฟไลน์ supercat

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 796
ถ้าอ๊อฟชั้นไปกองที่ไฮบริดหมด  ผู้คนจะหนีไปซื้อรุ่นอื่นยี่ห้ออื่นแทน  เช่นเคสโคโรล่าอัลติส คนแห่ไปซ์้อซีวิคทั้งที่ปลายอายุตลาด

ผมว่าไม่เกี่ยวกับ hybrid เท่าไหร่ แต่ซีวิคมันสวยกว่ากว้างกว่า ส่วนใหญ่เลยเลือกซีวิคกัน
เกี่ยวกันนะครับ ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาระบบไฮบริดก็แพง แถมเครื่องไม่แรงอีก ยิ่งตอนแบตอ่อนที่ต้องชาร์จไฟกลับเข้าสูแบตเตอรี่ยิ่งทำใช้ช้าจนน่าเบื่อ

ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาแพง อันนี้เคยใช้ไหม หรือว่าคิดเองอะครับ
ทำไมผมถามคนใช้ไฮบริดมาหลายคน เขาบอกว่าค่าบำรุงรักษาไม่แพงเลย แถมประหยัดน้ำมันมาก
ยิ่งใช้นานๆ ขับเยอะๆ ยิ่งคุ้มค่าน้ำมัน

นอกจากค่าบำรุงรักษาตามระยะทางแล้ว ยังมีพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด ซึ่งแต่ละตัวเนี่ยราคาเหยียบแสนนะครับ

แล้วพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด มันพังกันง่ายขนาดนั้นเลยหรอครับ
แล้วที่บอกเครื่องไม่แรงนี้ จะเอาไปซิ่งแข่งหรือยังไงครับ เพราะในชีวิตประจำวันทั่วไปก็เพียงพอแล้วครับ
ดูคู่แข่งสิครับเค้าได้เครื่องที่มีเรียวมีแรงกว่า  แถมไม่ต้องมาพะวงกับเวลาที่รถชาร์จแบตระหว่างการขับแล้วทำใหรถอืดไม่มีเรี่ยวแรง  แล้วจะไม่คิดว่ามันเสียพังบ้างหรอครับ ทั้งคอมแอร์ อินเวอร์ตเตอร์ ปั๊ม abs จะไปอู่นอกก็งต้องหาอู่ซ่อมยากหน่อยนะมันไม่แปลกที่มีอู่รับแปลงจากไฮบริดเป็นเครื่องธรรมดากัน
ที่คุณพูดมานี้ มะโมเอง หรือเคยขับมาแล้วครับ เพราะผมขับวันละหลายร้อยโล ก็ไม่เห็นต้องมาพะวงอะไรเลย ขับปกติ เร่งแซงปกติ แถมประหยัดอีก (ผมขับ 100-120 ตกประมาณ20โล/ลิตร) // ส่วนพวกเรื่องเสียผมก็ทราบครับว่ามันเสียได้ แต่ไม่ได้เสียง่ายขนาดนั้น (กว่าจะเสียก็คงขับจนโทรมแล้วมั่ง)

ก็เขาอยากดันเทคโนโลยีไฟฟ้าสิครับ มันจะเปลี่ยนผ่านในอีกไม่กี่ปีแล้ว จะให้สันดาปขายดีกว่าไฮบริดไปเรื่อยๆ ใครจะอยากมาลงทุนทำโรงงานแบต/ชิ้นส่วนอุปกรณ์รถไฟฟ้า

ค่ายไหนปรับตัวช้าก็รอตกขบวนไป
+1 ครับ

บีบให้ซื้อไฮบริด กลายเป็นว่าลูกค้าหนีไปซื้อรถสันดาปยี่ห้อคู่แข่งแทน
ยอดตัวเองไม่ยืนหนึ่งแบบเมื่อก่อน   :'( :'( :'(

ออฟไลน์ dht_tubes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,279
    • อีเมล์
นั่นสิ ไฮบริดภาษีถูก ตามแนวทางที่รัฐอยากให้เป็น  ควรเอาไฮบริดจัดเป็นสามรุ่นล่าง ราคาไม่แพง ประหยัดและรักษ์โลก
ส่วนสันดาป1.8 หรือใส่ 2.0 มาเลยก็ได้ใส่อ๊อฟชั่นเต็ม เป็นรุ่นท๊อปขายแพงสุด

ผมว่าเพราะรวมๆมันกำไรดีกว่า

ภาษีที่ได้สิทธิพิเศษ กับราคาที่อ้างว่าถูกลง ประชาชนอย่างเราไม่สามารถรู้ได้หรอกครับว่ามันสอดคล้องกันจริงมั้ย


ออฟไลน์ kiwiwi

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,639
ถ้าอ๊อฟชั้นไปกองที่ไฮบริดหมด  ผู้คนจะหนีไปซื้อรุ่นอื่นยี่ห้ออื่นแทน  เช่นเคสโคโรล่าอัลติส คนแห่ไปซ์้อซีวิคทั้งที่ปลายอายุตลาด

ผมว่าไม่เกี่ยวกับ hybrid เท่าไหร่ แต่ซีวิคมันสวยกว่ากว้างกว่า ส่วนใหญ่เลยเลือกซีวิคกัน
เกี่ยวกันนะครับ ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาระบบไฮบริดก็แพง แถมเครื่องไม่แรงอีก ยิ่งตอนแบตอ่อนที่ต้องชาร์จไฟกลับเข้าสูแบตเตอรี่ยิ่งทำใช้ช้าจนน่าเบื่อ

ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาแพง อันนี้เคยใช้ไหม หรือว่าคิดเองอะครับ
ทำไมผมถามคนใช้ไฮบริดมาหลายคน เขาบอกว่าค่าบำรุงรักษาไม่แพงเลย แถมประหยัดน้ำมันมาก
ยิ่งใช้นานๆ ขับเยอะๆ ยิ่งคุ้มค่าน้ำมัน

นอกจากค่าบำรุงรักษาตามระยะทางแล้ว ยังมีพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด ซึ่งแต่ละตัวเนี่ยราคาเหยียบแสนนะครับ

แล้วพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด มันพังกันง่ายขนาดนั้นเลยหรอครับ
แล้วที่บอกเครื่องไม่แรงนี้ จะเอาไปซิ่งแข่งหรือยังไงครับ เพราะในชีวิตประจำวันทั่วไปก็เพียงพอแล้วครับ

ปรเด็นเดียวเลยครับ ผมรู้ว่าคุณเชียร์ hybrid เต็มที่
แต่ถ้าผมกะจะใช้รถระดับ 7-8ปี 2แสนโล++

ผมจะไม่มาเสียเงินกับอะไหล่แพงๆพวกนี้แน่

การจะคอมเม้นท์เชียร์อะไรอย่าเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง​ครับ มองกว้างๆครับ คนที่ไม่ได้เปลี่ยนรถทุกๆ5ปีมีเยอะครับ

ออฟไลน์ Butterzai

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,188
ถ้าอ๊อฟชั้นไปกองที่ไฮบริดหมด  ผู้คนจะหนีไปซื้อรุ่นอื่นยี่ห้ออื่นแทน  เช่นเคสโคโรล่าอัลติส คนแห่ไปซ์้อซีวิคทั้งที่ปลายอายุตลาด

ผมว่าไม่เกี่ยวกับ hybrid เท่าไหร่ แต่ซีวิคมันสวยกว่ากว้างกว่า ส่วนใหญ่เลยเลือกซีวิคกัน
เกี่ยวกันนะครับ ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาระบบไฮบริดก็แพง แถมเครื่องไม่แรงอีก ยิ่งตอนแบตอ่อนที่ต้องชาร์จไฟกลับเข้าสูแบตเตอรี่ยิ่งทำใช้ช้าจนน่าเบื่อ

ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาแพง อันนี้เคยใช้ไหม หรือว่าคิดเองอะครับ
ทำไมผมถามคนใช้ไฮบริดมาหลายคน เขาบอกว่าค่าบำรุงรักษาไม่แพงเลย แถมประหยัดน้ำมันมาก
ยิ่งใช้นานๆ ขับเยอะๆ ยิ่งคุ้มค่าน้ำมัน

นอกจากค่าบำรุงรักษาตามระยะทางแล้ว ยังมีพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด ซึ่งแต่ละตัวเนี่ยราคาเหยียบแสนนะครับ

แล้วพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด มันพังกันง่ายขนาดนั้นเลยหรอครับ
แล้วที่บอกเครื่องไม่แรงนี้ จะเอาไปซิ่งแข่งหรือยังไงครับ เพราะในชีวิตประจำวันทั่วไปก็เพียงพอแล้วครับ

ปรเด็นเดียวเลยครับ ผมรู้ว่าคุณเชียร์ hybrid เต็มที่
แต่ถ้าผมกะจะใช้รถระดับ 7-8ปี 2แสนโล++

ผมจะไม่มาเสียเงินกับอะไหล่แพงๆพวกนี้แน่

การจะคอมเม้นท์เชียร์อะไรอย่าเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง​ครับ มองกว้างๆครับ คนที่ไม่ได้เปลี่ยนรถทุกๆ5ปีมีเยอะครับ

เรื่องยอดขายผมว่าหน้าตาเป็นส่วนหลักเลย รวมถึงการตลาดโตโยต้าที่จะเสี่ยงกับการลงทุนไฮบริดในบ้านเรา

จริงๆ ใน Altis โฉมที่แล้ว หน้าตามันสวยกว่า Civic ก็ส่วนนึง  แต่อีกส่วนนึงที่ตัวใหม่ขายสู้ตัวเก่าไม่ได้ คือ ราคาตัว 1.6 cng , 1.6e , 1.8e , 1.8 esport ครับ

เล่นตัดออปชันซะเหี้ยน แล้วยังไม่เน้นทำตลาด รถโชว์ก็ไม่มี   เอาจริงๆ รถระดับนี้ ตัวล่างขายดีกว่านะ เท่าที่ผมสังเกตุ  คนรอบตัวผมนี่ออกแค่ตัวกลางๆซะเยอะ แต่โตโยต้ารอบนี้ดันขายแต่ไฮบริดราคาแพงอย่างเดียวเลย 

รอบก่อน ตัวทำยอด Altis เยอะๆ ตัว 1.8s ราคาแค่ 8.9 เองครับ    หรือ 1.6e. ก็ 7 แสนกว่าๆ ขายดีมากกับกลุ่มคนทั่วไป  ที่ไม่ได้สนใจเรื่องรถ จ่ายแพงกว่าวีออสนิดหน่อย ได้รถคันใหญ่กว่านั่งสบายกว่าโดยไม่ได้สนใจออปชันครับ

กลายเป็นตอนนี้ civic 1.8 ตัวล่างกวาดยอดไปหมด  ก็ไม่ใช่ทุกคนที่อยากได้ไฮบริด  เพราะตัวธรรมดาก็ไม่ได้กินน้ำมันแย่ขนาดนั้นครับ

คอนโดผมอัลติสโฉมที่แล้วเยอะมาก แต่ผมยังไม่เคยเห็นตัวท็อปสักที  วิ่งๆผ่านไปนี่ตัว 1.8s , 1.8e , 1.6 ซะเยอะ

ทำเป็นเล่นไป อัลติสนี่ขายดีในกลุ่ม สว/สูงวัย ที่หารถเก๋งขับสบายๆสักคัน  ที่บ้านมีรถดีๆแล้วแต่อยากได้รถทนๆ กว้างระดับนั่งสบาย ขับง่ายๆ ไม่แคร์ออปชันเท่าไหร่   แอรมือบิด วิทยุหมุนมือง่ายๆ ผมเห็นขับกันเยอะมากนะ  วันก่อนก็นายตำรวจรุุ่นลุง แกก็ขับมาเช็คระยะ เป็นตัว 1.8e

Corolla แต่ไหนแต่ไรมา มันเป็นรถที่ ทน ถึก ถูก เรียบง่าย ขับก็ดีใช้ได้(กลางๆ)   คนซื้อคือต้องการความชัวร์ มั่นใจได้ ซื้อความสบายใจ ซื้อรถ เพื่อใช้เป็นพาหนะสัญจรพื้นฐานจริงๆ เป็นรถที่ตรงกับคำนิยามว่า  รถ  ที่สุดละ ไม่ได้ใส่ใจเรื่องความสนุกในการขับขี่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว. มารอบนี้ จุดขายเรื่องความถูกหายไป  ความทนทาน คนไทยก็ยังกังวลกับไฮบริดอยู่  เสียจุดขายหลักๆไปสองข้อเลย ยอดหายไปผมก็ไม่แปลกใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 03, 2020, 18:16:55 โดย Butterzai »

ออฟไลน์ Kendow

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 698
สำหรับผมนะ ผมคิดว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาสำหรับรถไฟฟ้า Hybrid มาเพื่อแค่คั่นเวลา ของจริงคือไฟฟ้า 100% ซึ่งแบตควรจะวิ่งได้เกือบ 1000 กิโลเมตร และชาร์จไฟให้เร็วกว่านี้ น่าจะเป็นอีก 10 ปีข้างหน้า

แต่ถ้าสำหรับผมตอนนี้ ให้เลือก B-SUV ผมจะเลือก CX3 ครับ ปั๊มติ๊กก็ติ๊กละวะ เจอดอก 0% 4 ปีเข้าไป ออพชั่นเยอะ (ถึงแม้จะมีบางอย่างหายไป) แต่ขับโคตรมันแบบนี้ ยอมใจเขาละ

2008 Nissan Tiida 5Dr. 1.6G
2021 Toyota Corolla Cross HV Premium

ออฟไลน์ AVANTGARDe'

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,191
  • AWDiesel
สงสัยจะรู้ว่าเจนนี้มีแววแป้ก ก็เลยใช้ชื่อCorolla เพื่อรวมยอดขาย  :-X

Turbocharger

  • บุคคลทั่วไป
เรื่องยอดขายผมว่าหน้าตาเป็นส่วนหลักเลย รวมถึงการตลาดโตโยต้าที่จะเสี่ยงกับการลงทุนไฮบริดในบ้านเรา

จริงๆ ใน Altis โฉมที่แล้ว หน้าตามันสวยกว่า Civic ก็ส่วนนึง  แต่อีกส่วนนึงที่ตัวใหม่ขายสู้ตัวเก่าไม่ได้ คือ ราคาตัว 1.6 cng , 1.6e , 1.8e , 1.8 esport ครับ

เล่นตัดออปชันซะเหี้ยน แล้วยังไม่เน้นทำตลาด รถโชว์ก็ไม่มี   เอาจริงๆ รถระดับนี้ ตัวล่างขายดีกว่านะ เท่าที่ผมสังเกตุ  คนรอบตัวผมนี่ออกแค่ตัวกลางๆซะเยอะ แต่โตโยต้ารอบนี้ดันขายแต่ไฮบริดราคาแพงอย่างเดียวเลย 

รอบก่อน ตัวทำยอด Altis เยอะๆ ตัว 1.8s ราคาแค่ 8.9 เองครับ    หรือ 1.6e. ก็ 7 แสนกว่าๆ ขายดีมากกับกลุ่มคนทั่วไป  ที่ไม่ได้สนใจเรื่องรถ จ่ายแพงกว่าวีออสนิดหน่อย ได้รถคันใหญ่กว่านั่งสบายกว่าโดยไม่ได้สนใจออปชันครับ

กลายเป็นตอนนี้ civic 1.8 ตัวล่างกวาดยอดไปหมด  ก็ไม่ใช่ทุกคนที่อยากได้ไฮบริด  เพราะตัวธรรมดาก็ไม่ได้กินน้ำมันแย่ขนาดนั้นครับ

คอนโดผมอัลติสโฉมที่แล้วเยอะมาก แต่ผมยังไม่เคยเห็นตัวท็อปสักที  วิ่งๆผ่านไปนี่ตัว 1.8s , 1.8e , 1.6 ซะเยอะ

ทำเป็นเล่นไป อัลติสนี่ขายดีในกลุ่ม สว/สูงวัย ที่หารถเก๋งขับสบายๆสักคัน  ที่บ้านมีรถดีๆแล้วแต่อยากได้รถทนๆ กว้างระดับนั่งสบาย ขับง่ายๆ ไม่แคร์ออปชันเท่าไหร่   แอรมือบิด วิทยุหมุนมือง่ายๆ ผมเห็นขับกันเยอะมากนะ  วันก่อนก็นายตำรวจรุุ่นลุง แกก็ขับมาเช็คระยะ เป็นตัว 1.8e

Corolla แต่ไหนแต่ไรมา มันเป็นรถที่ ทน ถึก ถูก เรียบง่าย ขับก็ดีใช้ได้(กลางๆ)   คนซื้อคือต้องการความชัวร์ มั่นใจได้ ซื้อความสบายใจ ซื้อรถ เพื่อใช้เป็นพาหนะสัญจรพื้นฐานจริงๆ เป็นรถที่ตรงกับคำนิยามว่า  รถ  ที่สุดละ ไม่ได้ใส่ใจเรื่องความสนุกในการขับขี่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว. มารอบนี้ จุดขายเรื่องความถูกหายไป  ความทนทาน คนไทยก็ยังกังวลกับไฮบริดอยู่  เสียจุดขายหลักๆไปสองข้อเลย ยอดหายไปผมก็ไม่แปลกใจ

+1 โดยเฉพาะเรื่องการเสียจุดขายหลักที่เคยมี

เรื่องยอดขายผมว่าหน้าตาเป็นส่วนหลักเลย รวมถึงการตลาดโตโยต้าที่จะเสี่ยงกับการลงทุนไฮบริดในบ้านเรา

จริงๆ ใน Altis โฉมที่แล้ว หน้าตามันสวยกว่า Civic ก็ส่วนนึง  แต่อีกส่วนนึงที่ตัวใหม่ขายสู้ตัวเก่าไม่ได้ คือ ราคาตัว 1.6 cng , 1.6e , 1.8e , 1.8 esport ครับ

เล่นตัดออปชันซะเหี้ยน แล้วยังไม่เน้นทำตลาด รถโชว์ก็ไม่มี   เอาจริงๆ รถระดับนี้ ตัวล่างขายดีกว่านะ เท่าที่ผมสังเกตุ  คนรอบตัวผมนี่ออกแค่ตัวกลางๆซะเยอะ แต่โตโยต้ารอบนี้ดันขายแต่ไฮบริดราคาแพงอย่างเดียวเลย 

รอบก่อน ตัวทำยอด Altis เยอะๆ ตัว 1.8s ราคาแค่ 8.9 เองครับ    หรือ 1.6e. ก็ 7 แสนกว่าๆ ขายดีมากกับกลุ่มคนทั่วไป  ที่ไม่ได้สนใจเรื่องรถ จ่ายแพงกว่าวีออสนิดหน่อย ได้รถคันใหญ่กว่านั่งสบายกว่าโดยไม่ได้สนใจออปชันครับ

กลายเป็นตอนนี้ civic 1.8 ตัวล่างกวาดยอดไปหมด  ก็ไม่ใช่ทุกคนที่อยากได้ไฮบริด  เพราะตัวธรรมดาก็ไม่ได้กินน้ำมันแย่ขนาดนั้นครับ

คอนโดผมอัลติสโฉมที่แล้วเยอะมาก แต่ผมยังไม่เคยเห็นตัวท็อปสักที  วิ่งๆผ่านไปนี่ตัว 1.8s , 1.8e , 1.6 ซะเยอะ

ทำเป็นเล่นไป อัลติสนี่ขายดีในกลุ่ม สว/สูงวัย ที่หารถเก๋งขับสบายๆสักคัน  ที่บ้านมีรถดีๆแล้วแต่อยากได้รถทนๆ กว้างระดับนั่งสบาย ขับง่ายๆ ไม่แคร์ออปชันเท่าไหร่   แอรมือบิด วิทยุหมุนมือง่ายๆ ผมเห็นขับกันเยอะมากนะ  วันก่อนก็นายตำรวจรุุ่นลุง แกก็ขับมาเช็คระยะ เป็นตัว 1.8e

Corolla แต่ไหนแต่ไรมา มันเป็นรถที่ ทน ถึก ถูก เรียบง่าย ขับก็ดีใช้ได้(กลางๆ)   คนซื้อคือต้องการความชัวร์ มั่นใจได้ ซื้อความสบายใจ ซื้อรถ เพื่อใช้เป็นพาหนะสัญจรพื้นฐานจริงๆ เป็นรถที่ตรงกับคำนิยามว่า  รถ  ที่สุดละ ไม่ได้ใส่ใจเรื่องความสนุกในการขับขี่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว. มารอบนี้ จุดขายเรื่องความถูกหายไป  ความทนทาน คนไทยก็ยังกังวลกับไฮบริดอยู่  เสียจุดขายหลักๆไปสองข้อเลย ยอดหายไปผมก็ไม่แปลกใจ

+1 โดยเฉพาะเรื่องการเสียจุดขายหลักที่เคยมี

+1 ด้วยครับ ผมคิดว่า TMT มองข้ามจุดสำคัญตรงนี้ไปด้วย เลยทำให้ยอดขายเป็นอย่างที่เห็น

ออฟไลน์ TORA

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 259
ถ้าอ๊อฟชั้นไปกองที่ไฮบริดหมด  ผู้คนจะหนีไปซื้อรุ่นอื่นยี่ห้ออื่นแทน  เช่นเคสโคโรล่าอัลติส คนแห่ไปซ์้อซีวิคทั้งที่ปลายอายุตลาด

ผมว่าไม่เกี่ยวกับ hybrid เท่าไหร่ แต่ซีวิคมันสวยกว่ากว้างกว่า ส่วนใหญ่เลยเลือกซีวิคกัน
เกี่ยวกันนะครับ ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาระบบไฮบริดก็แพง แถมเครื่องไม่แรงอีก ยิ่งตอนแบตอ่อนที่ต้องชาร์จไฟกลับเข้าสูแบตเตอรี่ยิ่งทำใช้ช้าจนน่าเบื่อ

ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาแพง อันนี้เคยใช้ไหม หรือว่าคิดเองอะครับ
ทำไมผมถามคนใช้ไฮบริดมาหลายคน เขาบอกว่าค่าบำรุงรักษาไม่แพงเลย แถมประหยัดน้ำมันมาก
ยิ่งใช้นานๆ ขับเยอะๆ ยิ่งคุ้มค่าน้ำมัน

นอกจากค่าบำรุงรักษาตามระยะทางแล้ว ยังมีพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด ซึ่งแต่ละตัวเนี่ยราคาเหยียบแสนนะครับ

แล้วพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด มันพังกันง่ายขนาดนั้นเลยหรอครับ
แล้วที่บอกเครื่องไม่แรงนี้ จะเอาไปซิ่งแข่งหรือยังไงครับ เพราะในชีวิตประจำวันทั่วไปก็เพียงพอแล้วครับ
เพียงพอก็จริงครับ แต่ระดับราคาเท่าๆกัน มันอืดสุดอะครับ
มีดีแค่ประหยัดกว่า ถ้ายอมเอาเครื่อง 2.0 HB มา น่าสนกว่าเยอะครับ เพราะขนาด CHR คันเล็กกว่า ยัง 12 วิ ขึ้นเลยครับ แต่นี้คันใหญ่กว่าอีก น่าจะลงไปเกือบ 13วิ เลยไหม
Kick นี้ 0-100 9.2-10s
CX30 ก็ไม่เกิน 10s
ขนาดพวก ECO car เครื่อง 1.0T ยังไม่เกินกว่า11.5s เลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 03, 2020, 19:19:32 โดย TORA »

ออนไลน์ Qwerty

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 497
ถ้าอ๊อฟชั้นไปกองที่ไฮบริดหมด  ผู้คนจะหนีไปซื้อรุ่นอื่นยี่ห้ออื่นแทน  เช่นเคสโคโรล่าอัลติส คนแห่ไปซ์้อซีวิคทั้งที่ปลายอายุตลาด

ผมว่าไม่เกี่ยวกับ hybrid เท่าไหร่ แต่ซีวิคมันสวยกว่ากว้างกว่า ส่วนใหญ่เลยเลือกซีวิคกัน
เกี่ยวกันนะครับ ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาระบบไฮบริดก็แพง แถมเครื่องไม่แรงอีก ยิ่งตอนแบตอ่อนที่ต้องชาร์จไฟกลับเข้าสูแบตเตอรี่ยิ่งทำใช้ช้าจนน่าเบื่อ

ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาแพง อันนี้เคยใช้ไหม หรือว่าคิดเองอะครับ
ทำไมผมถามคนใช้ไฮบริดมาหลายคน เขาบอกว่าค่าบำรุงรักษาไม่แพงเลย แถมประหยัดน้ำมันมาก
ยิ่งใช้นานๆ ขับเยอะๆ ยิ่งคุ้มค่าน้ำมัน

นอกจากค่าบำรุงรักษาตามระยะทางแล้ว ยังมีพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด ซึ่งแต่ละตัวเนี่ยราคาเหยียบแสนนะครับ

แล้วพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด มันพังกันง่ายขนาดนั้นเลยหรอครับ
แล้วที่บอกเครื่องไม่แรงนี้ จะเอาไปซิ่งแข่งหรือยังไงครับ เพราะในชีวิตประจำวันทั่วไปก็เพียงพอแล้วครับ
เพียงพอก็จริงครับ แต่ระดับราคาเท่าๆกัน มันอืดสุดอะครับ
มีดีแค่ประหยัดกว่า ถ้ายอมเอาเครื่อง 2.0 HB มา น่าสนกว่าเยอะครับ เพราะขนาด CHR คันเล็กกว่า ยัง 12 วิ ขึ้นเลยครับ แต่นี้คันใหญ่กว่าอีก น่าจะลงไปเกือบ 13วิ เลยไหม
Kick นี้ 0-100 9.2-10s
CX30 ก็ไม่เกิน 11s
ขนาดพวก ECO car เครื่อง 1.0T ยังไม่ต่ำกว่า 12s เลย
ถ้าเครื่องยนต์ให้อัตราเร่งดีขึ้นเหมือน Camry HB คนน่าจะจัด HB กันเยอะครับ
แต่กรณี CH-R มันดูไม่น่าสนใจตรงที่ เราต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่ได้รถที่ อัตราเร่งต่ำลง และเหมือนโดนบังคับให้เลือกเพราะออฟชั่นเทไปตัว HB หมดเลย ข้อดีของ HB เลยเหลือแค่ อัตราสิ้นเปลือง ซึ่งช่วงนี้ ราคาน้ำมันก็ไม่ได้แพงอีกตะหาก

ออฟไลน์ Odd_yim

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 438
    • อีเมล์
รู้สึกว่าจะปั่นกระแสกันเต็มที่นะครับ ผมรอดูรถคันจริงดีกว่า   เรื่อง Ground Clearance พอ ๆ กับ CHR นะ ผมลองไล่ ๆ เช็คดู มี MG HS ต่ำกว่าอีก ส่วนเรื่อง Hybrid ถ้าจูนหรือเพิ่มแรงม้ามอเตอร์ ให้ได้อัตราเร่งมากกว่ารุ่น 1.8 ได้จะดีมาก เป็นผมก็รู้สึกนะครับ ราคาเครื่องแพงกว่าแต่ดันได้อัตราเร่งแย่กว่า

ออฟไลน์ รักเธอเสมอ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,058
รอชมครับว่าพี่โตยังดื้อจะดันแต่ไฮบริดเหมือนเดิมไหม ?

ออฟไลน์ seeker

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,230
อยากได้ c-suv ของพี่โตบ้าง จะมีโอกาสไหม

ออฟไลน์ Jonarttt

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 60
    • อีเมล์
บางคนอาจเดาว่าสำคัญที่เครื่องยนต์

แต่ในแง่ผู้ซื้อ สำหรับรถsub-compact SUV
ถ้าโตต้าใส่เครื่อง1.5ลิตร แล้วขาย7แสนบาท ยอดขายถล่มทลายแน่นอน

ออฟไลน์ tessa

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
ถ้าอ๊อฟชั้นไปกองที่ไฮบริดหมด  ผู้คนจะหนีไปซื้อรุ่นอื่นยี่ห้ออื่นแทน  เช่นเคสโคโรล่าอัลติส คนแห่ไปซ์้อซีวิคทั้งที่ปลายอายุตลาด

ผมว่าไม่เกี่ยวกับ hybrid เท่าไหร่ แต่ซีวิคมันสวยกว่ากว้างกว่า ส่วนใหญ่เลยเลือกซีวิคกัน
เกี่ยวกันนะครับ ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาระบบไฮบริดก็แพง แถมเครื่องไม่แรงอีก ยิ่งตอนแบตอ่อนที่ต้องชาร์จไฟกลับเข้าสูแบตเตอรี่ยิ่งทำใช้ช้าจนน่าเบื่อ

ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาแพง อันนี้เคยใช้ไหม หรือว่าคิดเองอะครับ
ทำไมผมถามคนใช้ไฮบริดมาหลายคน เขาบอกว่าค่าบำรุงรักษาไม่แพงเลย แถมประหยัดน้ำมันมาก
ยิ่งใช้นานๆ ขับเยอะๆ ยิ่งคุ้มค่าน้ำมัน

นอกจากค่าบำรุงรักษาตามระยะทางแล้ว ยังมีพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด ซึ่งแต่ละตัวเนี่ยราคาเหยียบแสนนะครับ

แล้วพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด มันพังกันง่ายขนาดนั้นเลยหรอครับ
แล้วที่บอกเครื่องไม่แรงนี้ จะเอาไปซิ่งแข่งหรือยังไงครับ เพราะในชีวิตประจำวันทั่วไปก็เพียงพอแล้วครับ
เพียงพอก็จริงครับ แต่ระดับราคาเท่าๆกัน มันอืดสุดอะครับ
มีดีแค่ประหยัดกว่า ถ้ายอมเอาเครื่อง 2.0 HB มา น่าสนกว่าเยอะครับ เพราะขนาด CHR คันเล็กกว่า ยัง 12 วิ ขึ้นเลยครับ แต่นี้คันใหญ่กว่าอีก น่าจะลงไปเกือบ 13วิ เลยไหม
Kick นี้ 0-100 9.2-10s
CX30 ก็ไม่เกิน 11s
ขนาดพวก ECO car เครื่อง 1.0T ยังไม่ต่ำกว่า 12s เลย
ถ้าเครื่องยนต์ให้อัตราเร่งดีขึ้นเหมือน Camry HB คนน่าจะจัด HB กันเยอะครับ
แต่กรณี CH-R มันดูไม่น่าสนใจตรงที่ เราต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่ได้รถที่ อัตราเร่งต่ำลง และเหมือนโดนบังคับให้เลือกเพราะออฟชั่นเทไปตัว HB หมดเลย ข้อดีของ HB เลยเหลือแค่ อัตราสิ้นเปลือง ซึ่งช่วงนี้ ราคาน้ำมันก็ไม่ได้แพงอีกตะหาก
ผมก็มองรถ กลุ่มนี้อยู่ เพื่อ up ขึ้นมาจากคันเก่า ก็อยากได้รถที่่มีเรี่ยวแรงที่ดีขึ้น แต่พอเห็น spec ตัวนี้ hybrid มันน้อยไปหน่อยจริงๆ  จริงๆ ก็ไม่ได้ขับเร็วอะไร แต่อยากได้อัตราเร่งแซงที่มีแรงหน่อย ทำให้คิดหนัก และอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจจะยอมกลับไปเสี่ยงกับ cx30

ออฟไลน์ deertesla

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,615
ถ้าอ๊อฟชั้นไปกองที่ไฮบริดหมด  ผู้คนจะหนีไปซื้อรุ่นอื่นยี่ห้ออื่นแทน  เช่นเคสโคโรล่าอัลติส คนแห่ไปซ์้อซีวิคทั้งที่ปลายอายุตลาด

ผมว่าไม่เกี่ยวกับ hybrid เท่าไหร่ แต่ซีวิคมันสวยกว่ากว้างกว่า ส่วนใหญ่เลยเลือกซีวิคกัน
เกี่ยวกันนะครับ ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาระบบไฮบริดก็แพง แถมเครื่องไม่แรงอีก ยิ่งตอนแบตอ่อนที่ต้องชาร์จไฟกลับเข้าสูแบตเตอรี่ยิ่งทำใช้ช้าจนน่าเบื่อ

ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาแพง อันนี้เคยใช้ไหม หรือว่าคิดเองอะครับ
ทำไมผมถามคนใช้ไฮบริดมาหลายคน เขาบอกว่าค่าบำรุงรักษาไม่แพงเลย แถมประหยัดน้ำมันมาก
ยิ่งใช้นานๆ ขับเยอะๆ ยิ่งคุ้มค่าน้ำมัน

นอกจากค่าบำรุงรักษาตามระยะทางแล้ว ยังมีพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด ซึ่งแต่ละตัวเนี่ยราคาเหยียบแสนนะครับ

แล้วพวกปั๊ม ABS อินเวอร์เตอร์ คอมแอร์ไฮบริด มันพังกันง่ายขนาดนั้นเลยหรอครับ
แล้วที่บอกเครื่องไม่แรงนี้ จะเอาไปซิ่งแข่งหรือยังไงครับ เพราะในชีวิตประจำวันทั่วไปก็เพียงพอแล้วครับ
ดูคู่แข่งสิครับเค้าได้เครื่องที่มีเรียวมีแรงกว่า  แถมไม่ต้องมาพะวงกับเวลาที่รถชาร์จแบตระหว่างการขับแล้วทำใหรถอืดไม่มีเรี่ยวแรง  แล้วจะไม่คิดว่ามันเสียพังบ้างหรอครับ ทั้งคอมแอร์ อินเวอร์ตเตอร์ ปั๊ม abs จะไปอู่นอกก็งต้องหาอู่ซ่อมยากหน่อยนะมันไม่แปลกที่มีอู่รับแปลงจากไฮบริดเป็นเครื่องธรรมดากัน
ที่คุณพูดมานี้ มะโมเอง หรือเคยขับมาแล้วครับ เพราะผมขับวันละหลายร้อยโล ก็ไม่เห็นต้องมาพะวงอะไรเลย ขับปกติ เร่งแซงปกติ แถมประหยัดอีก (ผมขับ 100-120 ตกประมาณ20โล/ลิตร) // ส่วนพวกเรื่องเสียผมก็ทราบครับว่ามันเสียได้ แต่ไม่ได้เสียง่ายขนาดนั้น (กว่าจะเสียก็คงขับจนโทรมแล้วมั่ง)

ก็เขาอยากดันเทคโนโลยีไฟฟ้าสิครับ มันจะเปลี่ยนผ่านในอีกไม่กี่ปีแล้ว จะให้สันดาปขายดีกว่าไฮบริดไปเรื่อยๆ ใครจะอยากมาลงทุนทำโรงงานแบต/ชิ้นส่วนอุปกรณ์รถไฟฟ้า

ค่ายไหนปรับตัวช้าก็รอตกขบวนไป
+1 ครับ
ที่ออกมาปกป้องและดันแบบนี้คุณเป็นเซลล์หรือเปล่า. ปกติเมื่อแบตที่ขับเคลื่ิอนมอเตอร์มีระดับอ่อนในรถไฮบริดหลายๆยี่ห้อจะมีการใช้กำลังเครื่องปั่นไฟชาร์จแบตกลับคืนสู่แบตเตอรี่ซึ่งฉุดกำลังเครื่อง. ซึ่งเป็นกันแบบนี้ในหลายยี่ห้อ เรื่องแค่นี้คุณไม่รู้ได้ไง. แล้วถ้ามันไม่พังค่าอะไหล่ค่าซ่อมโหด จะมีอู่ที่รับแปลงจากไฮบริดเป็นเครื่องสันดาแทำไมกัน และอีกอย่างเครื่องไฮบริดที่ให้มาแรงม้าง่อยจริง ระดับ98แรงม้าจากเครื่องยนต์อย่างเดียวนี้มันน้อยเกินไปนะกับค่าตัวที่อยู่ในระดับนี้ มิหนำซ้ำบีบจังให้ซื้อรุ่นไฮบริด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 06, 2020, 03:47:22 โดย deertesla »

ออฟไลน์ flybigbear

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,504
เปิดตัวกี่โมงครับ

มีถ่ายทอดการเปิดตัวไหมครับ?