ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อ Honda City Hatchback เปิดตัวแล้ว Jazz ยังเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าไหมคะ  (อ่าน 8022 ครั้ง)

ออฟไลน์ CHANOM

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 935
สวัสดีค่ะ จากที่วันก่อนสอบถามไประหว่าง Mazda 2 และ Mazda CX-3
เราได้นำความคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิก ไปคุยกับน้องสาวเพิ่มเติม จนได้ข้อตกลงกันมาประมาณนี้

  • ตัด Mazda ออกจากตัวเลือก: เพราะเราทำใจมูฟออนเป็นวงกลมกลับไปหา Mazda ไม่ได้จริงๆ
  • ลดงบประมาณเหลือ 750,000 บาท: เพื่อที่ยอดกู้ไฟแนนซ์จะได้ไม่สูงจนเกินไป
  • ไม่เอา Toyota Yaris/Yaris Ativ: น้องสาวไม่ชอบหน้าตา ส่วนเราเคยขับแล้ว ไม่ประทับใจในเกียร์/เครื่องยนต์
  • ต้องมี airbag มากกว่า 2 ลูก

ืด้วยเงื่อนไขใหม่ เลยทำให้เหลือตัวเลือกที่เข้าตาอยู่ 3 รุ่น
  • Honda City Hatchback RS: 739,000 บาท
  • Honda Jazz RS+: 754,000 บาท
  • Suzuki Swift GLX Navi: 629,000 บาท

ถ้าถามเราตอนนี้ เราเรียงลำดับในใจไว้ว่า Jazz RS+ > City Hatchback RS > Swift
ส่วนน้องสาวเรามองว่า City Hatchback RS > Jazz RS+ >Swift

สาเหตุที่เราให้ความสนใจไปทาง Honda Jazz RS+ เป็นพิเศษ เนื่องจากว่า
  • โปรโมชั่น: ส่วนลด 30-40,000 บาท + ดอกเบี้ยไม่ถึง 1%
  • เครื่องยนต์ 1.5 ตัวนี้ อยู่มานานแล้ว น่าจะเชื่อใจได้ เพราะไม่ได้ข่าวจุกจิก

แต่ทีนี้ พอมาเปรียบเทียบทางด้านราคาแล้ว Jazz RS+ หลักหักส่วนลด ก็จะถูกกว่า City Hatchback RS ในราคาหลักพันเท่านั้น
ซึ่ง City Hatchback จะให้ความสดใหม่กว่า แต่ในขณะเดียวกัน เราไม่แน่ใจว่า เครื่อง 1.0 Turbo จะเป็นยังไงในระยะยาว

จึงอยากขอแนะนำหลักเพิ่มเติมจากเพื่อนสมาชิกว่า
  • เครื่อง 1.0 Turbo ของ City นี้ มีมานานแล้วหรือยังคะ คิดว่าการบำรุงรักษาในระยะยาวจะเป็นอย่างไรบ้างคะ
  • ปัญหาสนิมในตัว City Sedan นี้ มีโอกาสจะลามมาถึงตัว Hatchback ไหมคะ ไม่แน่ใจว่า Jazz เจอปัญหานี้ไหม
  • Jazz RS+ ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไหมคะ ถ้าจะเลิกผลิตจริง เราควรเป็นห่วงเรื่องอะไหล่ในระยะยาวไหมคะ

เราลองเทียบพวก Equipment ต่างๆจากเว็บไซต์แล้ว  ทั้งสองตัวนี้ ให้อุปกรณ์มาใกล้เคียงกันค่ะ ส่วนตัวแล้ว ชอบภายในและภายนอกของ Honda Jazz
แต่น้องสาว มองว่าภายนอกของ Honda Jazz ดู "ป๋องแป๋ง" ไปหน่อย เลยเอนไปทาง City Hatchback มากกว่า
แต่พอมามองกันทางด้านตัวเลข น้องสาวเองก็ไม่อยากจะจ่ายดอกเบี้ยให้ไฟแนนซ์สูงเท่าไหร่

ในส่วนของ Swift น้องสาวชอบรูปลักษณ์ภายนอกของ Swift > Jazz
แต่ทั้งเราและน้อง ไม่ค่อยชอบภายในของ Swift เท่าไหร่ ดูขนาดห้องโดยสารจะเล็กกว่า City Hatchback / Jazz ด้วย
เราเข้าใจว่า เครื่องยนต์ของ Swift ตัวนี้ ก็เป็นตัวเดียวกับโฉมรถคันแรก ถูกต้องใช่ไหมคะ
ไม่ทราบว่าทางด้านการใช้งานและการบำรุงรักษา เครื่องยนต์ตัวนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ 

ถ้าถามเยอะไป ต้องขออภัยด้วยนะคะ
ขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำค่ะ ^^
In My Garage

2007 MB A180 CDI W169
2007 MB C220 CDI W203
2019 Honda HRV 1.8 EL
2021 Mazda CX3 Comfort

ออฟไลน์ 20TRF

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 452
    • อีเมล์
จัดย่อหน้าได้น่าอ่านมากครับ เยอะแต่อ่านได้ทุกตัว

   เป็นผมๆไปซิตี้ครับ เพราะใหม่กว่า น่าสนใจกว่า แต่แจ้สก็ไม่ได้ขี้เหร่ ส่วนอะไรอยู่ได้อีกหลักสิบปีครับ

ออฟไลน์ Uzsa

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 212
    • อีเมล์
จัดย่อหน้าดีครับ  อ่านง่าย เป็นผมถ้าเลือกได้เอา city ตูดสั้นตัวใหม่เหมือนกัน สดใหม่กว่า jazz กำลังกลายเป็นตำนาน ยิ่ง rs ระบบตัวช่วยเยอะกว่า jazz พอตัว

ออฟไลน์ Bird Wuttipan

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 450
ข้อมูลครบถ้วนดีมากเลยครับ ผมเลือก City Hatchback ครับ ชอบสีเทานม สวยดี แล้วดูสดใหม่กว่ามากๆครับ เพราะบนถนนยังไม่มีวิ่งเลย ส่วน Jazz ไปไหนก็เจอครับ

ออฟไลน์ whoami

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,916
    • อีเมล์
City hatchback เป็นตัวเลือกที่น่าสนกว่าครับ ถ้าเทียบสเป็คต่อสเป็คนะตอนนี้นะครับ

จากที่ผมขับมาทั้ง city 1.0turbo (รถแฟน) กับ swift glx (รถตัวเอง) ขอตอบดังนี้ครับ

เครื่อง 1.0 Turbo ตัวนี้ เท่าที่เห็นในตัวซีดานหลังออกมาเกือบปีก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ

ปัญหาเดียวที่เจอซึ่งไม่ได้ร้ายแรง ก็คืออาการสั่นเบาๆไม่แรงแต่รู้สึกได้ของเครื่อง 3 สูบตัวนี้ในรอบเดินเบาครับ

ส่วนปัญหาสนิมนี่ ไม่มีใครบอกได้เลยว่าจะตามมาแบบตัวซีดานไหม ซึ่งใน jazz ก็มีคนเจอนะครับ แต่น้อยกว่าซิตี้ซีดาน ซึ่งคันของแฟนผมก็หนีไม่พ้นสนิม ได้ซิตี้แท้ครับ  ;D

มาถึงเรื่อง swift

คันนี้รถผมอายุ 2 ปีครึ่ง เพิ่งเช็คระยะ 50,000 กิโลไป ไม่เคยมีปัญหาอะไรให้ต้องเคลมต้องซ่อมครับ เช็คระยะตามปกติ อึด ทนดีทีเดียว มีแต่เกียร์ cvt หอนซึ่งเป็นอาการปกติที่รถทุกรุ่นที่ใช้เกียร์ cvt 7 ของ jatco ตัวนี้ต้องเจอ แต่ก็ไม่มีผลอะไรในการขับขี่ถ้าเปิดวิทยุฟังเพลงก็ไม่ได้ยินแล้วครับ
เครื่องยนต์มีการปรับปรุงเพิ่มจากตัวเก่าครับ และแพลทฟอร์มใหม่ก็ลดน้ำหนักได้เบาลงมากทำให้อัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองดีกว่าเดิมพอสมควร

ถ้าสน swift ส่วนลดตอนนี้ก็เย้ายวน หาดีๆมีเกินครึ่งแสน ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าครับ
แต่ถ้าเอาจริงๆเลือกตัว glx ธรรมดา แล้วเอาส่วนต่าง 20000 ไปติดเครื่องเสียง กล้องถอย ร้านข้างนอกดีกว่าครับ

ออฟไลน์ john

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 718
ไม่ทราบว่าทางด้านการใช้งานและการบำรุงรักษา เครื่องยนต์ตัวนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ 
- แจสควรจะบำรุงรักษาน้อยกว่าเครื่องเทอร์โบครับ แต่เครื่องเทอร์โบประหยัดน้ำมันกว่าพอสมควร

ออฟไลน์ AkE

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,986
ผมล่ะชอบจริง ถามชัดเจนแบบนี้ ตอบให้ชัดๆละกันครับ

1. เครื่อง 1.0t เป็นเครื่องใหม่ครับพึ่งมาปลายปีที่แล้ว พัฒนาใหม่ แต่เรื่องการใช้งานไม่น่าห่วงเครื่องยนต์ของยี่ห้อนี้ทดลองและทดสอบมาเยอะมากครับ เครื่องยนต์ไม่ค่อยใช่ปัญหาของHonda ครับ จะมีก้แค่ว่า การเช็คระยะตัวเครื่องยนต์มันเป็น Service a&b และ10,000km ก้ต้องเช็คเหมือนกัน ถ้ามันไปตรงกันหรือใกล้เคียงกันก้สบายไปแต่ถ้าไม่ก้อาจจะต้องไปศูนย์บ่อยขึ้น ถ้าเป็นคนขับรถเร็วใช้น้ำมันเครื่องเบอร์30-40ช่วยได้ครับ 20 ไม่เหมาะเท่าไหร่ ถ้าใช้รถ 6-10 ปีผมว่าไม่น่าห่วงอะไรครับ ถ้าเกินนั้นอาจจะมีเรื่องเทอร์โบถ้าไม่ดูแลรถดีๆ ส่วนถ้าใช้น้อยกว่า6 ปี มันยังไงก้ได้ครับ ไม่มียี่ห้อไหนงอแงเท่าไหร่

2. ผมเดานะว่ามาแน่ 80% เพราะดูไม่มีการแก้อะไรแบบชัดเจน และJazz ก้มีเช่นกันครับแต่หลังๆไม่ค่อยได้ยิน

3. อะไหล่ไม่น่าห่วงเลยครับใช้ยาวๆ ส่วนจะเลิกผลิตเมื่อไหร่อันนี้ไม่ชัว และถามว่าน่าสนมั้ย ตอนนี้ต้องยอมรับว่าไม่ค่อยแล้วครับ

เรื่องป๋องแป๋ง 55 รถขนาดนี้มันก้มีให้เรารู้สึกทุกรุ่นครับ ต้องรู้สึกบ้างแน่นอนครับ

ส่วนเรื่อง swift มีข้อดีกว่า city hb&jazz แค่เรื่องช่วงล่างเกาะครับ ขับดีแต่ก้แข็งกว่านิดๆ และหน้าตาค่อนข้างสวย ผมชอบเหมือนกัน แต่มันก้เก่าแล้วอะครับรถหลายปีแล้ว

สรุปคือผมเชียร์ City hb rs ครับ ซื้อพร้อมชุดแต่งmodulo จะแท้หรือเทียบก้ได้นะครับ 555 แค่นั้นก้สวยลงตัวพอสมควรแล้ว อยากแรงก้รีแมพหน่อย ขับสนุก ถ้ายางที่ฮอนด้าให้มาเกาะน้อยไป(ซึ่งก้ไม่ค่อยโอเคจริงๆ) ก้เปลี่ยนยางเป็นตัวที่ดีขึ้น แค่นี้ก้จบละครับ ช่วงล่างนุ่มขับสบายผมเอาbaseมาจากsedanนะ จะมีเรื่องที่ไม่ชอบก้คือตำแหน่งนั่งขับครับประบเบาะให้เตี้ยยังไงมันก้โย่งและอีกเรื่องก้จริงของน้องครับภายในcity มันมีความเป็นรถเน้นขายindiaพอสมควร jazzตัวเก่านี้สวยกว่าหน่อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 27, 2020, 17:39:55 โดย AkE »

ออฟไลน์ rvsmart

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 623
แจ้สควรได้ส่วนลดกว่านี้มากๆๆๆ เพราะ90%ไปรุ่นใหม่หมด

ออฟไลน์ ArtofLife

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 885
ผมขอโหวต City Hatchback ครับ ซื้อรถใหม่ทั้งที ก็ควรได้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด โดยเฉพาะเครื่องยนต์ เว้นเสียแต่ว่า Jazz ได้โปรแรงมากๆ เช่น ส่วนลดเกิน 100K พร้อมดอกเบี้ย 0% 48-60 เดือน

ออฟไลน์ Firzen

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 728
แต่พอมามองกันทางด้านตัวเลข น้องสาวเองก็ไม่อยากจะจ่ายดอกเบี้ยให้ไฟแนนซ์สูงเท่าไหร่

ถ้าเฉพาะโจทย์ตรงนี้ Swift กินขาดครับ ส่วนลดเยอะกว่าอีก 2 คันที่เหลือ และ 0% ยังมีให้เห็นอยู่นะครับ

ออฟไลน์ tnp_super

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,857
    • อีเมล์
ดูรีวิว เบาะหลังซิตี้ 5 ประตูก็พับราบแบนได้เหมือนแจ๊ส แล้วมีเหตุผลใดต้องมองหาแจ๊สครับ ยกเว้นอย่างเดียวคืออยากได้เครื่องที่เติม E85 ได้ กับรูปลักษฯ์ภายนอกที่แจ๊สดูลงตัวกว่า คหสต.

ออฟไลน์ Weetting

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,112
  • ช่วงล่าง+เครื่องยนต์
ผมขาย  jazz ไปตอนสี่หมื่นโล  เพราะเกียร์ดังคล็อกๆ  เหมือนเหล็กสีกัน  แต่ช่างศูนย์บอกไม่ได้ยินทั้งสองศูนย์ เและแอบเจอสนิท  ตรงบานประตูหลัง  กับขอบรูระบายน้ำประตูฝั่งคนนั่ง  ไม่โอเคกับฮอนด้า  ขนาดฟอร์ดห่วยๆผมยังคุยกับช่างรู้เรื่องกว่า

ถ้าจากช้อยส์ผมไปสวิฟต์
Make manual transmission great again

ออฟไลน์ CHANOM

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 935
จัดย่อหน้าได้น่าอ่านมากครับ เยอะแต่อ่านได้ทุกตัว

เป็นผมๆไปซิตี้ครับ เพราะใหม่กว่า น่าสนใจกว่า แต่แจ้สก็ไม่ได้ขี้เหร่ ส่วนอะไรอยู่ได้อีกหลักสิบปีครับ

ขอบคุณนะคะ แอบเกรงใจเพื่อนสมาชิกเหมือนกัน ว่าจะเขียนเยอะไปหรือเปล่าค่ะ
ตัว City น่าสนใจนะคะ เราเองก็ชอบ เพียงแต่พอเห็นโฆษณาดอกเบี้ย 2.99% บนหน้าเว็บไซต์ ก็สะอึกๆเหมือนกันค่ะ

จัดย่อหน้าดีครับ  อ่านง่าย เป็นผมถ้าเลือกได้เอา city ตูดสั้นตัวใหม่เหมือนกัน สดใหม่กว่า jazz กำลังกลายเป็นตำนาน ยิ่ง rs ระบบตัวช่วยเยอะกว่า jazz พอตัว

ขอบคุณค่ะ
เราไม่ได้ดูในส่วนของระบบช่วยเลยค่ะ (ไม่ถนัดเรื่องเทคโนโลยี) เปรียบเทียบหลักๆแค่จำนวน Airbag / เครื่องเสียง แค่นั้นเองค่ะ

ข้อมูลครบถ้วนดีมากเลยครับ ผมเลือก City Hatchback ครับ ชอบสีเทานม สวยดี แล้วดูสดใหม่กว่ามากๆครับ เพราะบนถนนยังไม่มีวิ่งเลย ส่วน Jazz ไปไหนก็เจอครับ

สีเทานมสวยดีนะคะ แต่น้องสาวพูดลอยๆมาแล้วค่ะ "สีแดงสวยดีนะ ดูแพงดี"
ดูแล้ว City RS สีแดง อาจจะต้องเข้าแล้วแหละค่ะ  ::)

City hatchback เป็นตัวเลือกที่น่าสนกว่าครับ ถ้าเทียบสเป็คต่อสเป็คนะตอนนี้นะครับ

จากที่ผมขับมาทั้ง city 1.0turbo (รถแฟน) กับ swift glx (รถตัวเอง) ขอตอบดังนี้ครับ

เครื่อง 1.0 Turbo ตัวนี้ เท่าที่เห็นในตัวซีดานหลังออกมาเกือบปีก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ

ปัญหาเดียวที่เจอซึ่งไม่ได้ร้ายแรง ก็คืออาการสั่นเบาๆไม่แรงแต่รู้สึกได้ของเครื่อง 3 สูบตัวนี้ในรอบเดินเบาครับ

ส่วนปัญหาสนิมนี่ ไม่มีใครบอกได้เลยว่าจะตามมาแบบตัวซีดานไหม ซึ่งใน jazz ก็มีคนเจอนะครับ แต่น้อยกว่าซิตี้ซีดาน ซึ่งคันของแฟนผมก็หนีไม่พ้นสนิม ได้ซิตี้แท้ครับ  ;D

มาถึงเรื่อง swift

คันนี้รถผมอายุ 2 ปีครึ่ง เพิ่งเช็คระยะ 50,000 กิโลไป ไม่เคยมีปัญหาอะไรให้ต้องเคลมต้องซ่อมครับ เช็คระยะตามปกติ อึด ทนดีทีเดียว มีแต่เกียร์ cvt หอนซึ่งเป็นอาการปกติที่รถทุกรุ่นที่ใช้เกียร์ cvt 7 ของ jatco ตัวนี้ต้องเจอ แต่ก็ไม่มีผลอะไรในการขับขี่ถ้าเปิดวิทยุฟังเพลงก็ไม่ได้ยินแล้วครับ
เครื่องยนต์มีการปรับปรุงเพิ่มจากตัวเก่าครับ และแพลทฟอร์มใหม่ก็ลดน้ำหนักได้เบาลงมากทำให้อัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองดีกว่าเดิมพอสมควร

ถ้าสน swift ส่วนลดตอนนี้ก็เย้ายวน หาดีๆมีเกินครึ่งแสน ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าครับ
แต่ถ้าเอาจริงๆเลือกตัว glx ธรรมดา แล้วเอาส่วนต่าง 20000 ไปติดเครื่องเสียง กล้องถอย ร้านข้างนอกดีกว่าครับ

ขอบคุณมากนะคะ ดีใจที่ได้อ่านประสบการณ์จากคนใช้ Swift ตัวนี้บ้างค่ะ (รอบตัวไม่มีใครใช้เลย)
ถ้าเทียบกับ City แล้ว ห้องโดยสารของ Swift เป็นอย่างไรบ้างคะ

เราไม่ค่อยถนัดงานเครื่องเสียงเลยค่ะ ใช้รถมากี่คัน ก็ใช้เครื่องเสียงโรงงานมาตลอด
เห็นว่าส่วนต่างระหว่าง GLX กับ GLX Navi มันนิดเดียว ก็เลยคิดว่าซื้อตัว Navi ให้จบๆไปเลยดีกว่า ^^

ไม่ทราบว่าทางด้านการใช้งานและการบำรุงรักษา เครื่องยนต์ตัวนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ 
- แจสควรจะบำรุงรักษาน้อยกว่าเครื่องเทอร์โบครับ แต่เครื่องเทอร์โบประหยัดน้ำมันกว่าพอสมควร

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
การบำรุงรักษาที่ "มาก" กว่านี้ เป็นอย่างไรคะ เราต้องเข้าเช็คระยะบ่อยขึ้น หรือว่ามีอะไรที่เราต้องระวังเป็นพิเศษคะ ^^

In My Garage

2007 MB A180 CDI W169
2007 MB C220 CDI W203
2019 Honda HRV 1.8 EL
2021 Mazda CX3 Comfort

ออฟไลน์ CHANOM

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 935
ผมล่ะชอบจริง ถามชัดเจนแบบนี้ ตอบให้ชัดๆละกันครับ

1. เครื่อง 1.0t เป็นเครื่องใหม่ครับพึ่งมาปลายปีที่แล้ว พัฒนาใหม่ แต่เรื่องการใช้งานไม่น่าห่วงเครื่องยนต์ของยี่ห้อนี้ทดลองและทดสอบมาเยอะมากครับ เครื่องยนต์ไม่ค่อยใช่ปัญหาของHonda ครับ จะมีก้แค่ว่า การเช็คระยะตัวเครื่องยนต์มันเป็น Service a&b และ10,000km ก้ต้องเช็คเหมือนกัน ถ้ามันไปตรงกันหรือใกล้เคียงกันก้สบายไปแต่ถ้าไม่ก้อาจจะต้องไปศูนย์บ่อยขึ้น ถ้าเป็นคนขับรถเร็วใช้น้ำมันเครื่องเบอร์30-40ช่วยได้ครับ 20 ไม่เหมาะเท่าไหร่ ถ้าใช้รถ 6-10 ปีผมว่าไม่น่าห่วงอะไรครับ ถ้าเกินนั้นอาจจะมีเรื่องเทอร์โบถ้าไม่ดูแลรถดีๆ ส่วนถ้าใช้น้อยกว่า6 ปี มันยังไงก้ได้ครับ ไม่มียี่ห้อไหนงอแงเท่าไหร่

2. ผมเดานะว่ามาแน่ 80% เพราะดูไม่มีการแก้อะไรแบบชัดเจน และJazz ก้มีเช่นกันครับแต่หลังๆไม่ค่อยได้ยิน

3. อะไหล่ไม่น่าห่วงเลยครับใช้ยาวๆ ส่วนจะเลิกผลิตเมื่อไหร่อันนี้ไม่ชัว และถามว่าน่าสนมั้ย ตอนนี้ต้องยอมรับว่าไม่ค่อยแล้วครับ

เรื่องป๋องแป๋ง 55 รถขนาดนี้มันก้มีให้เรารู้สึกทุกรุ่นครับ ต้องรู้สึกบ้างแน่นอนครับ

ส่วนเรื่อง swift มีข้อดีกว่า city hb&jazz แค่เรื่องช่วงล่างเกาะครับ ขับดีแต่ก้แข็งกว่านิดๆ และหน้าตาค่อนข้างสวย ผมชอบเหมือนกัน แต่มันก้เก่าแล้วอะครับรถหลายปีแล้ว

สรุปคือผมเชียร์ City hb rs ครับ ซื้อพร้อมชุดแต่งmodulo จะแท้หรือเทียบก้ได้นะครับ 555 แค่นั้นก้สวยลงตัวพอสมควรแล้ว อยากแรงก้รีแมพหน่อย ขับสนุก ถ้ายางที่ฮอนด้าให้มาเกาะน้อยไป(ซึ่งก้ไม่ค่อยโอเคจริงๆ) ก้เปลี่ยนยางเป็นตัวที่ดีขึ้น แค่นี้ก้จบละครับ ช่วงล่างนุ่มขับสบายผมเอาbaseมาจากsedanนะ จะมีเรื่องที่ไม่ชอบก้คือตำแหน่งนั่งขับครับประบเบาะให้เตี้ยยังไงมันก้โย่งและอีกเรื่องก้จริงของน้องครับภายในcity มันมีความเป็นรถเน้นขายindiaพอสมควร jazzตัวเก่านี้สวยกว่าหน่อย

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ

จะรบกวนขอคำอธิบายในส่วนของข้อ 1 เพิ่มเติมนะคะ เท่าที่เราเข้าใจก็คือ
  • รถต้องเข้าศูนย์บริการเพื่อรับ Service A, Service B, และการเช็คระยะทุก 10,000 กิโลเมตร
  • Service A และ Service B จะสลับกันเหมือนรถเบนซ์ โดยจะเป็นทุกกี่กิโลเมตร หรือ ทุกกี่เดือน ก็ว่ากันไป

บ้านเราใช้รถน้อยค่ะ เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 10-12,000 กม/ปี ถ้าแบบนี้ มีโอกาสว่า ปีนึง เราจะต้องเข้าศูนย์มากกว่า 2 รอบไหมคะ

ในส่วนของ "ป๋องแป๋ง" น้องสาวบอกว่า City Hatchback ดูป๋องแป๋งน้อยกว่า เราก็เลยไปไม่ถูกเหมือนกันค่ะ ว่าเอาอะไรมาวัด 555

แจ้สควรได้ส่วนลดกว่านี้มากๆๆๆ เพราะ90%ไปรุ่นใหม่หมด

เราเองก็คิดเหมือนกันว่า ส่วนลดยังน้อยอยู่เลย (เฉลี่ยอยู่ที่ 30-35,000 บาท)
คิดว่าเพราะ Honda ยังไม่ประกาศว่าจะเลิกผลิตอย่างเป็นทางการมั้งคะ เลยยังไม่เพิ่มมาร์จิ้นส่วนลด

แจ้สควรได้ส่วนลดกว่านี้มากๆๆๆ เพราะ90%ไปรุ่นใหม่หมด

ขอบคุณค่ะ

เท่าที่แฝงตัวอยู่ในคลับ ก็ยังมีคนที่อยากได้ Jazz อยู่พอสมควรนะคะ โปรโมชั่นเลยไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ ^^"

ผมขอโหวต City Hatchback ครับ ซื้อรถใหม่ทั้งที ก็ควรได้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด โดยเฉพาะเครื่องยนต์ เว้นเสียแต่ว่า Jazz ได้โปรแรงมากๆ เช่น ส่วนลดเกิน 100K พร้อมดอกเบี้ย 0% 48-60 เดือน

ขอบคุณค่ะ

ในส่วนของโปรโมชั่นนั้น ถ้าได้อย่างใดอย่างนึง (ส่วนลด 100,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 0%) เราก็เลือก Jazz แบบไม่ลังเลเลยค่า ::)

แต่พอมามองกันทางด้านตัวเลข น้องสาวเองก็ไม่อยากจะจ่ายดอกเบี้ยให้ไฟแนนซ์สูงเท่าไหร่

ถ้าเฉพาะโจทย์ตรงนี้ Swift กินขาดครับ ส่วนลดเยอะกว่าอีก 2 คันที่เหลือ และ 0% ยังมีให้เห็นอยู่นะครับ

เราไม่เคยใช้ Suzuki มาก่อนเลยค่ะ เลยทำให้ลังเลในการซื้อยี่ห้อนี้มาใช้พอสมควร เพราะต้องใช้ระยะยาวเลยค่ะ ^^"

ดูรีวิว เบาะหลังซิตี้ 5 ประตูก็พับราบแบนได้เหมือนแจ๊ส แล้วมีเหตุผลใดต้องมองหาแจ๊สครับ ยกเว้นอย่างเดียวคืออยากได้เครื่องที่เติม E85 ได้ กับรูปลักษฯ์ภายนอกที่แจ๊สดูลงตัวกว่า คหสต.

สาเหตุที่สนใจ Jazz ก็เพราะว่า
  • โปรโมชั่น น่าจะโอเคกว่า City Hatchback
  • เครื่อง 1.5 น่าจะไว้ใจได้ในระยะยาวมากกว่า 1.0 turbo
  • ส่วนตัวตอบการออกแบบภายในของ Jazz มากกว่าค่ะ


ผมขาย  jazz ไปตอนสี่หมื่นโล  เพราะเกียร์ดังคล็อกๆ  เหมือนเหล็กสีกัน  แต่ช่างศูนย์บอกไม่ได้ยินทั้งสองศูนย์ เและแอบเจอสนิท  ตรงบานประตูหลัง  กับขอบรูระบายน้ำประตูฝั่งคนนั่ง  ไม่โอเคกับฮอนด้า  ขนาดฟอร์ดห่วยๆผมยังคุยกับช่างรู้เรื่องกว่า

ถ้าจากช้อยส์ผมไปสวิฟต์

ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์ค่ะ

เราไม่เคยมีประสบการณ์กับ Suzuki มาก่อน เลยทำให้ไม่กล้าเปลี่ยนค่ายเท่าไหร่ค่ะ ^^"
In My Garage

2007 MB A180 CDI W169
2007 MB C220 CDI W203
2019 Honda HRV 1.8 EL
2021 Mazda CX3 Comfort

ออฟไลน์ shikimaru

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,128
    • อีเมล์
ส่วนตัวเชีย city rs มากกว่าแฮะ ผมชอบหน้าตาตัวใหม่ เครื่องดีกว่า เกียรืวัดใจอีกที jazz ก็มีปัญหามาเป็นระยะ แต่ถ้าจะเอา city สิ่งที่ต้องทำเลยคือพ่นกันสนิมใต้รถ ผมว่าใช้ยาวๆนี่ปัญหามาแน่ๆ
นอกนั้นก็เช็คระยะมากกว่าปกติอีกหน่อย ยุ่งขึ้น

อีกตัวเลือกนึง swift แต่มันหลายปี ส่วนลดน่าจะดีเอาเรื่องนะตอนนี้ ผมชอบที่มันโปร่งๆกว้างๆดี อารม jazz ช่วงล่างตึงตังนิดหน่อย เท่าที่ลองสั้นๆ แต่ปัญหาตัวรถไม่ค่อยเจอคนบ่นนะ

ออฟไลน์ eaksuchart

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 766
ถ้าไม่ใช่สาย MT ก็ไม่มีเหตุผลให้เลือก Jazz เลยครับ (ผมออก MT) แต่ก่อนออกลอง 1.0T มา โอเคมากๆกับพละกำลัง
และช่วงล่างดีกว่าแบบชัดเจน ของเล่นต่างๆก็ครบ
ตอนแรกกลัวว่า Ultra Seat จะไม่มีใน City HB

แต่นี่คือมาหมดเลย ดีไซน์ใหม่ด้วย กว้างกว่า ยาวกว่า น่าจะเก็บของได้มากกว่า Jazz ซะอีกครับ เชียร์ City HB ครับ

ปล.ออกแจ็สได้2เดือน

ออฟไลน์ pjs6306

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,816
    • อีเมล์
เชียร์ city HB ครับ จะซื้อรถใหม่ทั้งทีให้น้อง(แต่ผมมองว่าน้องคุณคงไม่เลือกมากแบบที่คุณร่ายมาตลอดหรอกมันเป็นความต้องการของคุณมากว่าว่าปะ..อย่าโกรธกันนะ) ต้องเลือกรถgen ใหม่ๆสิครับ ในเมื่อไม่เลือก มาสด้าแล้วก็คงมี city นี่แหล่ะ โดยเฉพาะตัว RS สวยลงตัวมากดูจากรูป รีวิวนะครับ ยังไม่ได้เห็นคันจริง  ::)

ออฟไลน์ CHANOM

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 935
ส่วนตัวเชีย city rs มากกว่าแฮะ ผมชอบหน้าตาตัวใหม่ เครื่องดีกว่า เกียรืวัดใจอีกที jazz ก็มีปัญหามาเป็นระยะ แต่ถ้าจะเอา city สิ่งที่ต้องทำเลยคือพ่นกันสนิมใต้รถ ผมว่าใช้ยาวๆนี่ปัญหามาแน่ๆ
นอกนั้นก็เช็คระยะมากกว่าปกติอีกหน่อย ยุ่งขึ้น

อีกตัวเลือกนึง swift แต่มันหลายปี ส่วนลดน่าจะดีเอาเรื่องนะตอนนี้ ผมชอบที่มันโปร่งๆกว้างๆดี อารม jazz ช่วงล่างตึงตังนิดหน่อย เท่าที่ลองสั้นๆ แต่ปัญหาตัวรถไม่ค่อยเจอคนบ่นนะ

เรามีความกังวลกับ City ตรงที่เห็นว่าเป็นเครื่องยนต์ใหม่นี้แหละค่ะ เพราะว่าการเปลี่ยนรถใหม่ในครั้งนี้ คือการเสียเงินเพื่อความสบายใจของเราเอง

เราเข้าใจว่า ทั้งเกียร์และเครื่องยนต์ ต้องมีการ maintenance ตามปกติ
แต่ถ้ามันต้องมีอะไรมากกว่า maintenance เราก็กลัวว่าตัวเองจะต้องมานั่งเครียด นั่งหาข้อมูลเพิ่มเติมเหมือนทุกวันนี้น่ะค่ะ

ส่วนตัวไม่เคยนั่ง Swift ตัวใหม่นะคะ เท่าที่ดูจากภาพมา ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่คงต้องไปดูตัวจริงให้หายสงสัยแหละ ^^

ถ้าไม่ใช่สาย MT ก็ไม่มีเหตุผลให้เลือก Jazz เลยครับ (ผมออก MT) แต่ก่อนออกลอง 1.0T มา โอเคมากๆกับพละกำลัง
และช่วงล่างดีกว่าแบบชัดเจน ของเล่นต่างๆก็ครบ
ตอนแรกกลัวว่า Ultra Seat จะไม่มีใน City HB

แต่นี่คือมาหมดเลย ดีไซน์ใหม่ด้วย กว้างกว่า ยาวกว่า น่าจะเก็บของได้มากกว่า Jazz ซะอีกครับ เชียร์ City HB ครับ

ปล.ออกแจ็สได้2เดือน

ขอบคุณมากนะคะ เสียงเชียร์ City Hatchback มาแรงมาก สงสัยต้องหาโอกาสไปดูตัวจริงซะแล้วค่ะ ^^

เชียร์ city HB ครับ จะซื้อรถใหม่ทั้งทีให้น้อง(แต่ผมมองว่าน้องคุณคงไม่เลือกมากแบบที่คุณร่ายมาตลอดหรอกมันเป็นความต้องการของคุณมากว่าว่าปะ..อย่าโกรธกันนะ) ต้องเลือกรถgen ใหม่ๆสิครับ ในเมื่อไม่เลือก มาสด้าแล้วก็คงมี city นี่แหล่ะ โดยเฉพาะตัว RS สวยลงตัวมากดูจากรูป รีวิวนะครับ ยังไม่ได้เห็นคันจริง  ::)

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะคะ

คุณ pjs6306 คิดถูกแล้วค่ะ น้องสาวเราขอแค่ว่าเป็นรถ Hatchback ที่สวย มี Bluetooth กับ Keyless ให้แค่นั้น เจ้าตัวก็แฮปปี้แล้ว
เราเองนี้แหละที่นั่งปวดหัว เพราะว่าสุดท้ายแล้วการดูแลรถ ก็เป็นหน้าที่ของเราอยู่ดีค่ะ

ถ้าเรามีความรู้เรื่องรถยนต์มากกว่านี้ ก็ไม่น่าจะเครียดเหมือนตอนนี้ค่ะ ^^"
In My Garage

2007 MB A180 CDI W169
2007 MB C220 CDI W203
2019 Honda HRV 1.8 EL
2021 Mazda CX3 Comfort

ออฟไลน์ AkE

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,986
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ

จะรบกวนขอคำอธิบายในส่วนของข้อ 1 เพิ่มเติมนะคะ เท่าที่เราเข้าใจก็คือ
รถต้องเข้าศูนย์บริการเพื่อรับ Service A, Service B, และการเช็คระยะทุก 10,000 กิโลเมตร
Service A และ Service B จะสลับกันเหมือนรถเบนซ์ โดยจะเป็นทุกกี่กิโลเมตร หรือ ทุกกี่เดือน ก็ว่ากันไป

บ้านเราใช้รถน้อยค่ะ เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 10-12,000 กม/ปี ถ้าแบบนี้ มีโอกาสว่า ปีนึง เราจะต้องเข้าศูนย์มากกว่า 2 รอบไหมคะ

ในส่วนของ "ป๋องแป๋ง" น้องสาวบอกว่า City Hatchback ดูป๋องแป๋งน้อยกว่า เราก็เลยไปไม่ถูกเหมือนกันค่ะ ว่าเอาอะไรมาวัด 555


ตอบนะครับ: มีสิทธิ์ครับที่จะได้เข้าเกิน2 รอบ ยิ่งใช้น้อยด้วย oil life จะหมดก่อนยิ่งถ้าขับรถติดๆใน กทม บ่อยๆ

ผมเห็น Honda turbo บางคัน ทั้ง 1.0 & 1.5 ถ่ายน้ำมันเครื่องทีวิ่งได้ 4000-5000km ก้จอเตือนแล้วครับ

ออฟไลน์ Odd_yim

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 438
    • อีเมล์
จริง ๆ เชียร์ City HB นะครับ แต่เห็นกังวลเรื่องบำรุงรักษาเลยแอบไปดูตารางซ่อมบำรุงของ City 1.0T เทียบกับ Jazz มา เครือง 1.0T แอบแพงกว่านิดหน่อยราว ๆ 10% เพราะที่ 100,000 กิโล มีเปลี่ยนสายพานทามมิ่งด้วย ราคาหัวเทียนก็แพงกว่า แต่เพราะมี 3 สูบ รวมกันแล้วก็เลยสูสีกัน แต่ที่ต้องเข้า Service A&B นี่ น่าจะบวกเพิ่มอีกสัก 10% อาจจะต้องลองดูอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันว่าจะพอหัก ลบกันได้มั้ยด้วยครับ

ออฟไลน์ bodin

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 925
เครื่อง 1.0 Turbo ของ City นี้ มีมานานแล้วหรือยังคะ คิดว่าการบำรุงรักษาในระยะยาวจะเป็นอย่างไรบ้างคะ
เครื่องไม่มีturboทนกว่าบำรุงรักษาถูกกว่าแต่ใช้รถน้อยขนาดนั้นไม่มีผลอะไรครับ รถคงถูกขายก่อนมันพัง
ปัญหาสนิมในตัว City Sedan นี้ มีโอกาสจะลามมาถึงตัว Hatchback ไหมคะ ไม่แน่ใจว่า Jazz เจอปัญหานี้ไหม
มีทั้งคู่ค่ายเขาลดต้นทุน ออกรถมาก็รีบๆไปพ่นกันสนิมครับ จบๆ
Jazz RS+ ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไหมคะ ถ้าจะเลิกผลิตจริง เราควรเป็นห่วงเรื่องอะไหล่ในระยะยาวไหมคะ
ซื้อได้ทั้งสองคันครับ รถคนใช้ทั่วบ้านทั่วเมืองไม่ต้องกลัวเรื่องอะไหล่

ออฟไลน์ whoami

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,916
    • อีเมล์
มาตอบเพิ่มเติมเรื่องพื้นที่ในห้องโดยสารของ swift นะครับ

Swift รุ่นนี้ดูภายนอก ดูเหมือนเล็ก แต่ภายในไม่แคบเลยครับ ผมสูง 181 นั่งหลังพื้นที่เหลือๆทั้งเฮดรูมและเลกรูม  แต่ถ้าบรรทุกสัมภาระเยอะๆบ่อยๆ ยังไงพื้นที่ภายในและความเอนกประสงค์ในการพับเบาะก็สู้ Jazz กับ city hatchback ไม่ได้ครับ

ยังไงลองไปขับ ไปดูตัวจริงเทียบกันก่อนดีกว่าครับ

ออฟไลน์ karavek

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 74
    • อีเมล์
ผมตัวใหญ่ สูง 180 ใช้  swift ตัวนี้อยู่พื้นที่คนนั่งเหลือ ๆ ครับ แต่พื้นที่ขนสัมภาระยอมรับว่าสู้ jazz ไม่ได้ครับ

ช่วงล่างถ้านั่ง 2 คน swift โอเคเลยครับ แต่ถ้านั่ง 3 คนขึ้นไป จะตึงตังสักหน่อย

เรื่องการขับขี่เคยลองทั้ง jazz และ swift ผมคิดว่า swift มีการตอบสนองพวงมาลัยที่ผมชอบมากกว่า

ตอบจากประสบการณ์ตรงครับ  8)

ออฟไลน์ MyName

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,550
  • I'm............................
ถ้าว่ากันตรงๆ 1.0 Turbo มันก็มีความน่าห่วงในส่วนของการบำรุงรักษาที่ขึ้นกับการใช้งานและมีโอกาสที่ต้องดูแลเร็วกว่า 10,000 km จริงในตอนนี้
แต่ที่เหลือก็แลกกับอัตราเร่งและอัตราการใช้น้ำมันนอกเมืองที่ดีขึ้นมา
ส่วน defect ยังตอบได้ยากอยู่ถึงแม้เครื่องนี้จะเคยใช้ใน Civic จีนมาก่อนหน้านั้นแล้วแต่ก็ไม่นาน

ความน่าซื้อของ Jazz ตอนนี้คือคนที่ชอบในดีไซน์ใน Jazz จริงๆ และโอเคกับประสิทธิภาพของ 1.5 NA แล้ว
แต่ถ้าน้องชาช่าไม่ได้ชอบขนาดนั้น บวกกับคำนวณข้อเสนอแล้วไม่ได้ถูกกว่า City HB มากมายขนาดนั้น
ความน่าใช้มันก็ลดลง

ส่วนเรื่องสนิม คิดว่ายังไงก็เจอนะไม่ช้าก็เร็ว
แต่ในฐานะที่ชาช่าใช้ Honda มาแล้วปีกว่าก็น่าจะตอบได้ว่าหลังการขายมันดีกว่า Mazda ที่เคยใช้มากน้อยขนาดไหน
2016 - Mazda 2
2012 - Yamaha Mio 125
2011 - Honda Click-i
2008 - Mitsubishi Space Wagon !!User'Review Click here!!
1997 - Daihatsu Mira
1993 - Nissan Sentra

ออฟไลน์ Lemon Melon

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 43
Swift เป็นคันที่ใช้อยู่ปัจจุบันครับ จะสาธยายให้ฟัง
ภายใน
- ในรูปดูไม่ค่อยสวย แต่ของจริงสวยแบบเรียบๆดี ทริมตกแต่งตรงคอนโซลเลือกเปลี่ยนได้หลายสี หรือจะเอาไปหุ้มสติกเกอร์เป็นสีที่ชอบก็ได้
- เป็นรถเล็กที่ให้ความรู้สึกโล่ง โปร่ง หลังคาสูง เบาะหน้าใหญ่โอบทุกสัดส่วนและนุ่มนั่งสบายมาก เบาะหลังกับห้องสัมภาระท้ายก็ไม่ได้แคบถ้าเทียบกับขนาดตัว
- เครื่องเสียงเบสตึ้บๆ แต่เสียงนักร้องจะไม่ค่อยใสเพราะโดนเบสกลบไปหน่อย ต้องปรับ EQ ช่วย ส่วน Map ใช้มาปีกว่าๆ ยังไม่มีอัพเดตเลย ใช้ Google Maps สะดวกกว่า

การขับขี่
- พวงมาลัยมีชีวิตชีวามาก ต้องการหมุนเท่าไหนมันก็เลี้ยวให้ตามที่ต้องการ เวลาซอกแซกไปในซอยรู้สึกสนุกคล่องตัว คันเร่งและเบรคก็นุ่มเท้าดี ไม่ต้องออกแรงเยอะ
- การเก็บเสียงถ้าขับไม่เกิน 100 ก็เงียบดี นั่งเบาะหน้าจะรู้สึกนุ่มเงียบกว่านั่งหลัง หลายๆคนบอกว่ากระด้างและเก็บเสียงแย่ แต่ส่วนตัวคิดว่า ok แล้ว ไม่ต้องปรับอะไร ความรู้สึกพวกนี้มันแล้วแต่คนจริงๆ

สิ่งที่ไม่ชอบ
- สีบางโคตรรรรรร เป็นรอยง่ายมากกกก ใช้ครีมลบรอยก็ยิ่งด่าง ปัจจุบันก็ช่างมันแล้วเพราะต่อให้ถนอมแค่ไหนก็เป็นรอยอยู่ดี รถ ecocar หลายๆรุ่นก็เป็น แต่ Suzuki นี่ขึ้นชื่อเลย
- ศูนย์บริการน้อย บางจังหวัดก็ไม่มีเลย

ออฟไลน์ tleema

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 229
    • อีเมล์
ไม่อยากให้มองข้าม Swift เลย ทรงโปร่งหลังคาสูง ไม่ได้แคบแถมมีส่วนลดเยอะด้วยช่วงนี้

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 23,349
นอกจากที่ทุกท่านแนะนำไป หาโอกาสไปลองเองด้วยนะครับ การขับขี่ อัตราเร่ง ช่วงล่าง แต่ละคัน มันถูกจริตเราหรือเปล่า


ออฟไลน์ deertesla

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,648
Suzuki. สวิฟต์จุกจิกน้อยกว่าฮอนด้า. ซิตี้อยู่แล้วครับ.  ถ้าซื้อฮอนด้ามาก็จะวิตกจริตว่าสนิมมามั้ย. เครื่องจะทนมั้ย. เกียร์พังแบบขาดกระจุย(กลุ่มตีนหนัก). ปัญหางานประกอบทั้งหลายอีก.  ของผมแฟนเก่าเคยเกิดอุบัติเหตุแล้วถุงลมไม่กางออกมาด้วยซ้ำ

ออฟไลน์ Sazabi

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 222
รุ่นขายในประเทศ CITY HB เริ่มผลิตเมื่อไหร่ JAZZ ก็เลิกผลิตเมื่อนั้น แต่คงยังมีรุ่นส่งออกที่จะผลิตต่อไปอีกประมาณ 1 ปี ปกติแล้วรถยนต์พวกนี้มีสัญญาให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องขายอะไหล่เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปีหลังจากวันที่ยุติสายการผลิต แต่ราคาอะไหล่มันก็ยิ่งแพงตามวันเวลาที่ผ่านไป

ออฟไลน์ Devil13

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,051
ใช้รถกี่ปี่ครับ
ถ้านานกว่า 5 ปี ตัด Jazz ไปได้เลย
รถยนต์เค้ามีระยะเวลาเก็บแม่พิมพ์ รถเก่าๆจะมีอะไหล่ไม่ครบทุกชิ้น
หากใช้รถนาน เล่นรถที่พึ่งออกใหม่ครับ ขับไปเถอะ 15 ปี มีอะไหล่เบิกศูนย์ได้ทุกชิ้น
เรื่องปัญหาไม่ต้องกลัวครับ พวกนี้เรื่องเล็ก หาอะไหล่ไม่ได้ เรื่องใหญ่กว่า