ขับรถไป loop แม่สอด แม่ฮ่องสอน ปาย กับ C350e W205

marvel

Re: ขับรถไป loop แม่สอด แม่ฮ่องสอน ปาย กับ C350e W205
« ตอบกลับ #120 เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:21:59 »
wrx sti pre-facelift ที่ตัวแทนจำหน่ายสั่งเข้ามาขาย เบาะจะเป็นผ้า alcantara ปรับมือ
ส่วนรุ่น facelift จะเป็นเบาะหนัง ปรับไฟฟ้า
แต่ในต่างประเทศ รุ่น pre-facelift ก็มีให้เลือกทั้งเบาะ alcantara และเบาะหนัง
รูปคันที่ผมไปดู





หลังจากดูสภาพภายนอก ภายใน และทดลองขับแล้ว เป็นที่พอใจในทุกด้าน ชอบเลยครับ

คันนี้จดทะเบียนปี 2016 เจ้าของเดิมซื้อจาก subaru thailand เป็นรุ่น pre-facelift
ในขณะที่ผมซื้อจากเจ้าของเดิม เลขกิโลอยู่ที่ 20,479 กม.
(ได้เช็คกับทางศูนย์แล้ว คันนี้เข้าศูนย์มาทุกระยะ เลขกิโลเป็นไปตามนั้น)

เจ้าของเดิมใช้ไม่เยอะ เนื่องจากมีรถคันอื่นเป็นรถใช้ประจำ ซึ่งเป็นเกียร์อัตโนมัติ ขับสบายกว่า
ส่วน wrx sti หน้าเสือ เป็นเกียร์ธรรมดาทุกคัน ไม่มีเกียร์ออโต้
ถ้าอยากได้หน้าเสือเกียร์ออโต้ ต้องซื้อ wrx ปกติ ที่ไม่ใช่ sti , และจะเป็นเกียร์ออโต้แบบ cvt









marvel

Re: ขับรถไป loop แม่สอด แม่ฮ่องสอน ปาย กับ C350e W205
« ตอบกลับ #121 เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:24:50 »
ตอนที่เจ้าของเดิมขาย wrx sti คันนี้ให้ผมนั้น เจ้าของเดิมใช้ porsche 991.2 carrera2 s เป็น daily use
ส่วน wrx sti va เอาไว้เป็นรถขับเล่น
หลายๆคนคงมองว่า รถที่ใช้ประจำ คือ 991.2 c2s นั้น สามารถใช้เป็น weekend car ได้เลย
แต่ผมพอจะเข้าใจฟีลเจ้าของเดิมอยู่ว่าทำไมถึงอยากได้ wrx sti มาขับเล่น

สอบถามเจ้าของเดิมว่า ปล่อย wrx sti va ออกมาแล้ว จะไปเล่นรุ่นไหนเป็น weekend car ต่อ
เจ้าของเดิมบอกซื้อมาแล้ว wrx รุ่นแรก รหัส gc กำลังทำอยู่
ซึ่งหลังจากนั้น เวลาผมไปศูนย์ ก็เจอ wrx gc คันดังกล่าวเป็นประจำ ที่จอดนานเพราะทำเครื่องชุดใหญ่
เจ้าของต้องการ 500 แรงม้าที่ล้อ
ก่อนหน้าที่เจ้าของเดิมจะมาใช้หน้าเสือ ก็เคยใช้ gc มาก่อน

เจ้าของที่ขาย 850 T-5R เกียร์ออโต้ให้ผม ก็บอกผมว่าหาๆ gc อยู่ แต่ยังไม่เจอคันที่ถูกใจ

เจ้าของเพจ Auto Colletibles ที่ขาย 850 T-5R เกียร์ธรรมดาให้ผม
นักสะสมระดับนี้ แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมี wrx gc ผ่านมาอยู่ในกรุ



หลายคนชอบ gc แต่ gc อายุรถเยอะแล้ว และเจ้าของเดิมหลายคันก็โมและซัดเต็มที่
หากได้มาในสภาพที่ไม่ดี ต้องมีเรื่องให้แก้อยู่ตลอด
อาจทำให้คนที่ซื้อไป เข็ดขยาดจากรุ่นนี้เช่นกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

แต่เจ้าของเดิมที่ขายหน้าเสือให้ผม ยังชอบ gc อยู่
เท่าที่ผมคุยกับหลายๆคนที่มี gc และใช้ได้นานๆ พูดตรงกันว่า ถ้าจะเล่นรุ่นนี้ อย่างน้อยต้อง
มีความรู้ในรุ่นนี้มาพอสมควร เพราะหลายคันถูกจับเปลี่ยน part และอะไหล่จาก version ต่างๆของ gc
หารถสภาพดี , รู้แหล่งอะไหล่ , รู้แหล่งซ่อม , ซ่อมถึง



marvel

Re: ขับรถไป loop แม่สอด แม่ฮ่องสอน ปาย กับ C350e W205
« ตอบกลับ #122 เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:27:37 »
กลับมาที่ wrx sti คันสีขาวที่ผมซื้อ ซึ่งเป็นรุ่น pre-facelift
แต่เจ้าของแรกได้มีการเปลี่ยน part ด้านหน้าเกือบทั้งหมดให้เป็น facelift
คือตั้งแต่ ไฟหน้า กระจังหน้า กันชน ฯลฯ
กระจังหน้า เปลี่ยนเป็นของรุ่น final edition ทรงเรียวขึ้น และมีเส้นคาดกลางสีชมพู sti
ที่บอกว่าเกือบทั้งหมด เพราะยังคงให้มีไฟที่อยู่มุมล่างซ้ายขวาไว้ฝั่งละ 2 ดวงเหมือนเดิม
(ถ้ารุ่น facelift จะไม่มีไฟที่มุมล่างซ้ายขวาเลย เป็นตะแกรงสีดำล้วนๆ)





ล้อและระบบเบรก เจ้าของเดิมเปลี่ยนเป็นรุ่น facelift
- เปลี่ยนล้อจากขอบ 18 ติดรถ pre-facelift เป็นล้อขอบ 19 ของรุ่น facelift
- ยางใช้ Yokohama Advan Sport V105 245/35ZR19 (93Y) , treadwear 240 , traction AA , temperature A
- ระบบเบรก เบิกใหม่จากรุ่น facelift (ทั้งรุ่น pre-facelift และ facelift เป็นชุดเบรกจาก brembo)

จานเบรกเปลี่ยนจากแบบหน้าเรียบของรุ่น pre-facelift ไปเป็นจานเจาะรูและมีขนาดใหญ่ขึ้นของรุ่น facelift
ลูกสูบเบรกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นของ Brembo
คาลิปเปอร์เบรก เปลี่ยนจากสีดำ  หน้า 4 พอต หลัง 2 พอต ของรุ่น pre-facelift
เป็น สีเขียวสะท้อนแสง หน้า 6 พอต หลัง 2 พอต ของรุ่น facelift






marvel

Re: ขับรถไป loop แม่สอด แม่ฮ่องสอน ปาย กับ C350e W205
« ตอบกลับ #123 เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:31:28 »
เครื่อง ถ้าเดิมโรงงาน ตามสเปค คือ
2.5L turbo 4 สูบ (boxer) , 300 แรงม้า @ 6000 rpm , แรงบิด 407 Nm @ 4000 rpm

เจ้าของเดิมทำรอบข้างมาบ้าง มีเปลี่ยน intake และ turbo เป็นของ cobb
ท่อไอเสีย เป็นของ AVO เสียงเป็นแนวที่ผมชอบ ออกมาเป็นลูกๆ ทุ้มๆ ใหญ่ๆ
จูน ecutek ให้ใช้น้ำมัน e20 , peak boost ดูจากมาตรวัดติดรถ อยู่ที่ 1.54 bar
ผมไม่ได้ทำอะไรเพิ่มและไม่เคยเอาขึ้นไดโนวัดแรงม้า
เพราะปัจจุบันเน้นไปที่ฟีลลิ่งในการขับมากกว่าตัวเลขแรงม้า ซึ่งได้รับรู้ว่าเป็นฟีลลิ่งที่ชอบตั้งแต่ตอนทดลองขับ







เคยสอบถามราคาเบาะคู่หน้าเบิกใหม่ จาก subaru เสรีไทย
ปรากฎว่า เบาะถ้าสั่งจากศูนย์เขาแยกขายเป็นชิ้นๆ ถ้าเอามารวมกันตัวหนึ่งแสนกว่าบาท  :'( (ตัวละ ไม่ใช่คู่ละ)
แค่ค่าหนังปีกเบาะอย่างเดียว 3หมื่น

เลยเอาผ้ามาคลุมเบาะคู่หน้า และ หาเบาะ standard โรงงาน มือสอง
ไปเจอรุ่นพี่โรงเรียนเก่าคนนึง ใช้หน้าเสือเหมือนกัน พี่เขาถอดเบาะเดิมโรงงานออก เปลี่ยนเป็น recaro
เลยซื้อเบาะเดิมพี่เขา มาไว้ที่บ้าน คลุมผ้าเตรียมไว้อีกคู่






marvel

Re: ขับรถไป loop แม่สอด แม่ฮ่องสอน ปาย กับ C350e W205
« ตอบกลับ #124 เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:34:46 »
หลังจากซื้อรถมาประมาณ 8 เดือน
ณ. ที่จอดรถหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง มีชายคนนึงเดินพุ่งเข้ามาหา ปรากฎว่าเป็นเจ้าของเดิม
เจ้าของเดิมบอกว่าจำรถได้แต่ไกล เพราะรถเหมือนเดิม
เลยพาเจ้าของเดิมดูรถ

บอกเจ้าของเดิมว่า ตั้งแต่ได้รถมา ก็เก็บรักษาอย่างดี คอยทำความสะอาดภายนอก ภายใน
มีเพิ่มเติมแค่เอาผ้าคลุมเบาะมาคลุมเบาะหน้าทั้งสอง
รถที่ขับในชีวิตประจำวัน ไปงาน ไปธุระ คือ รถไฟฟ้า , phev , hev เลขกิโลเลยไปขึ้นเยอะที่รถเหล่านี้
ส่วน wrx sti คันนี้ เวลาไม่ได้ใช้ก็คลุมรถไว้ตลอด

และเปิดรถให้เจ้าของเดิมดูสภาพภายใน และเลขกิโล ว่า
หลังจากรับรถมา 8 เดือน ยังขับไปได้ไม่ถึง 1,000 กิโลเมตร

แม้จะใช้ไม่บ่อย แต่คอยวัดแบต และเอา ctek มาชาร์จแบตให้เต็มเพื่อให้พร้อมขับอยู่เสมอ
ส่วนใหญ่จะเอาออกมาขับตอนรถโล่งๆ ในเวลากลางคืน หรือ วันหยุด









marvel

Re: ขับรถไป loop แม่สอด แม่ฮ่องสอน ปาย กับ C350e W205
« ตอบกลับ #125 เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:40:29 »
รถคันนี้ แม้จะขับน้อย แต่เอาเข้าศูนย์ตามระยะ โดยยึดตามระยะเวลา
ไม่ได้ยึดระยะทาง
(ขับแบบนี้ คงจะยึดระยะทางไม่ได้)

เนื่องจากรถคันนี้เข้าศูนย์ตลอดก่อนผมซื้อ เลยมีประวัติ เช็คได้ว่าถึงระยะเปลี่ยนอะไรบ้าง
ลองเช็คเกี่ยวกับของเหลวอื่นๆแล้ว ยังไม่ถึงระยะเปลี่ยน ตอนซื้อรถเลยเปลี่ยนเฉพาะน้ำมันเครื่องก่อน
ใบเสร็จแรก ช่วงที่ซื้อรถมา
27 มิถุนายน 2567 เลขกิโลอยู่ที่ 20,488 เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง



อีกใบเสร็จ คราวนี้ถึงระยะเปลี่ยนของเหลวอื่นๆด้วย
16 ตุลาคม 2568 เลขกิโลอยู่ที่ 21,427 เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย



27 มิถุนายน 2567 ถึง 16 ตุลาคม 2568 เป็นระยะเวลา 1 ปี กับอีก 4 เดือน
จาก 20,488 กม. ถึง 21,427 กม. ขับไป 939 กม.
ตอนที่เจอเจ้าของเดิม ตอนนั้นรับรถมา 8 เดือน และเปิดให้ดูเลขกิโล ก็ใช้ไปน้อยกว่า 939 กม.
เจ้าของเดิมเห็นสภาพภายในและเลขกิโลแล้ว ก็บอกว่า ยังคงสภาพเหมือนวันที่เค้าขายเลย

ล่าสุดวันที่ถ่ายรูปข้างล่างนี้ เสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569
ผ่านมาไม่กี่วันจากวันแดงเดือดที่แมนยู เปิดบ้านเอาชนะลิเวอร์พูลไป 3-2  ;) เลขกิโลอยู่ที่ 21,659

ถ้านับจากที่เข้าเช็คระยะเมื่อ 16 ตุลาคม 2568 ที่เลขกิโล 21,427
ผ่านมาเกือบ 7 เดือน ขับไป 232 กม.

ถ้านับวันที่ซื้อเมื่อ มิถุนายน 2567 ที่เลขกิโล 20,479
ผ่านมา 1 ปี 11 เดือน ขับไป 1,180 กม.
ตัวเลข 1,180 ตรงกับทริป A ในรูปข้างล่าง เพราะผมกด reset trip A เป็น 0 ในวันที่ผมซื้อ
เพื่อดูว่า นับจากซื้อมา ผมใช้ไปกี่ กม.




marvel

Re: ขับรถไป loop แม่สอด แม่ฮ่องสอน ปาย กับ C350e W205
« ตอบกลับ #126 เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:46:17 »
วิธีดูความแตกต่างของ wrx และ wrx sti ดูได้หลายจุด เช่น
ดูที่เลขตัวถัง ถ้ารุ่น wrx sti หน้าเสือ หลัง VA ต้องเป็น F หรือ B
VAF เป็นเครื่องขนาด 2.5L turbo ขายในตลาดโลก รวมถึงในไทย
VAB เป็นเครื่องขนาด 2.0L turbo สำหรับตลาด jdm



หรือ ดูที่ตัวเครื่อง ถ้าเป็น wrx ที่ไม่ใช่ sti หน้าตาเครื่องจะเป็นแบบรถคันสีแดงในรูปแรกข้างล่างนี้ 268 แรงม้า

ส่วนรุ่น wrx sti หน้าตาเครื่องจะเป็นแบบรถคันสีน้ำเงินในรูปที่ 2 ข้างล่างนี้
สังเกตที่ คอไอดีจะเป็นสีแดง เป็นที่มาของคำว่า “คอแดง”

ทั้ง 2 รูป ข้างล่างนี้ เอามาจากรีวิว wrx , wrx sti ของทาง headlightmag
https://www.headlightmag.com/full-review-subaru_wrx_series_2015/





จากรูปเครื่องจะเห็นแผง intercooler สีเงินอยู่ด้านบน หรือที่เราเคยได้ยินเรียกกันว่า “inter บน”
ลมที่ถูกดักเข้าจาก scoop บนฝากระโปรงหน้า ก็จะถูกนำเข้ามาเป่าระบายความร้อนให้ intercooler นี้

แต่กรณีที่ไม่ได้ดูสมุดจดทะเบียน ไม่ได้เปิดฝากระโปรงหน้า
อีกวิธีหนึ่งที่สามารถดูได้ว่าเป็น sti หรือไม่ คือ ดูว่ามี switch ปรับการล็อคเพลากลางหรือไม่
ถ้าเป็น sti จะต้องมี switch นี้ ตำแหน่งคืออยู่ต่อจากคันเกียร์ ถ้ามี switch นี้ ก็เป็น sti แน่นอน
รถย้ายของ ถ้าบอดี้ gc gd มี แต่ตอนนี้ บอดี้หน้าเสือยังไม่คุ้มที่จะซื้อ wrx แล้ว มาย้ายของเป็น sti

ในที่รโหฐาน และเป็น case ที่การดูเข้าไปในรถ เป็นเรื่องปกติ เช่น งานมีตติ้งรถ
ถ้าเห็นคนส่องดูที่คันเกียร์ แสดงว่าเป็นคนที่รู้จักรุ่นนี้ ดูเป็น รู้จุดที่จะดู และเค้าจะดูว่าเป็น sti แท้หรือไม่
(ที่ต้องบอกว่าที่รโหฐานและข้อความต่อมา เพราะถ้าในที่ลับตา แล้วมีคนส่องดูในรถ อาจเป็นอีกเรื่อง 555)

ภาพแรกข้างล่างนี้ รถผม แต่ผมไม่ได้ถ่ายเอง ชื่อเพจเจ้าของภาพ ตามที่ระบุในลายน้ำครับ







marvel

Re: ขับรถไป loop แม่สอด แม่ฮ่องสอน ปาย กับ C350e W205
« ตอบกลับ #127 เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:49:37 »
สำหรับคันนี้ ตั้งแต่ซื้อมา แม้ว่าจะดูขับไม่เยอะ 1 ปี กับอีก 11 เดือน พึ่งขับไป 1,180 กม.
จนช่างที่ถ่ายน้ำมันเกียร์ให้ เห็นความใสของน้ำมันเกียร์ที่ถ่ายออกมาแล้ว ช่างถามว่า พี่ขับบ้างไหมเนี่ย  :D

แต่จริงๆแล้วคันนี้ก็ถูกเอาออกขับอยู่เรื่อยๆ
แต่แค่ไม่ได้ขับใช้งาน แบบขับเช้าเย็นไปทำงานทุกวัน เลขกิโลเลยไม่ค่อยขึ้น
(เอาจริงๆรวมกัน 1,180 กม. ถ้าขับจากบ้านผมในกรุงเทพฯ ก็เลยเชียงราย
ผ่านเข้าท่าขี้เหล็ก ทะลุไปขับในประเทศเมียนมาร์ไปอีก 321 กม. แล้วนะ555)

ปกติ ถ้าไปที่ไหนระยะใกล้ ที่ต้องสตาทแล้วดับเครื่องก่อนน้ำมันเครื่องจะถึงอุณหภูมิทำงาน
ผมก็ใช้รถไฟฟ้า หรือ phev วิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน

รถน้ำมันจะถูกนำออกใช้ เมื่อจะขับเป็นระยะยาวพอให้น้ำมันเครื่องร้อนถึงอุณหภูมิทำงานซักพัก
ให้ได้ full operating cycle เพื่อให้ความชื้น น้ำมัน blow-by gas ฯลฯ ได้ระเหยออกจากน้ำมันเครื่อง
แล้วหมุนเวียนผ่านระบบ PCV (Positive Crankcase Ventilation) เข้าห้องเผาไหม้อีกที









marvel

Re: ขับรถไป loop แม่สอด แม่ฮ่องสอน ปาย กับ C350e W205
« ตอบกลับ #128 เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:56:00 »
การขับขี่ อาจเคยได้อ้างถึงรุ่นนี้บ้างใน user’s voice คันก่อนๆ

พวงมาลัย เป็นระบบยุคเก่า ไฮดรอลิก ยังไม่เป็นระบบไฟฟ้า (แต่ถ้า wrx จะได้พวงมาลัยไฟฟ้า)
ให้ความรู้สึกหนักและตึงมือ ถ้าคนแรงน้อยขับ มีสาวกันเหนื่อย  ::)
แต่ให้ feedback ที่ดีมาก มีอัตราทดที่ไว ตอบสนองไว
ได้ฟีลลิ่งการขับขี่แบบ sport



เบรก ระบบของ brembo , หน้า 6 pot หลัง 2 pot , จานเบรกเจาะรู
(เจ้าของเดิมไปเปลี่ยนเอาของรุ่น facelift มาใส่)
แป้นเบรกหนัก แต่ผมว่าควบคุมง่าย เพราะเหยียบเท่าไหร่ แรงกดเท่านั้น ไม่รู้สึกหลอน
สำหรับการขับขี่แบบไม่ลง track เรียกว่าเหลือๆ



ช่วงล่าง แข็งเลย 555 เหมือนโรงงานแต่งช่วงล่างมาให้เราแล้ว โดยที่เราไม่ต้องไปแต่งเอง
แต่เวลาเข้าโค้งก็ไม่โยน , body roll น้อย , ขับเร็วๆ นิ่งมาก

เครื่อง 2.5 ลิตร + turbo เป็น turbo ตัวเดียว ไม่ใช่  twin turbo , ไม่ใช่ twin scroll
ฟีลลิ่งจะเป็นแบบ turbo ยุคเก่า ที่ใส่ turbo ลูกใหญ่ๆเพื่อให้แรงขึ้นจากขนาดเครื่องเดิม
ไม่ใช่เพื่อ downsizing เครื่องเพื่อให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นโดยยังได้ความแรงใกล้เคียงเครื่อง na รุ่นเดิม

wrx sti จึงมี turbo lag แบบชัดเจน
ช่วงที่สัมผัสได้ว่า turbo เริ่มติด boost ก็ประมาณรอบเครื่องเกิน 3,000 ขึ้นไป
แต่พอติด boost แล้ว เข็มวัดรอบฟาดเข้า redline อย่างเร็ว รถพุ่งกว่าตอนไม่ติด boost มากๆ

ไม่เหมาะกับคนที่ชอบให้ turbo เข้ามาช่วยตั้งแต่รอบต่ำๆ แบบรถหลายๆรุ่นในยุคปัจจุบัน
ซึ่งจริงๆแล้วการที่ turbo เข้ามาช่วยตั้งแต่รอบต่ำๆ จะให้ฟีลลิ่งใกล้ไปทางรถ na มากกว่า อัตราเร่งราบเรียบกว่า
และจะขับง่ายกว่า ควบคุมรถได้สบายกว่าสำหรับคนทั่วๆไป โดยเฉพาะการขับในเมือง
เพราะไม่มีจังหวะกระชากจากการเปลี่ยนอัตราเร่งแบบรุนแรง จาก boost ของ turbo เดี่ยวลูกใหญ่ๆ

ยิ่งถ้าเป็นสมัยก่อนที่รถยังไม่มีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
แล้ว turbo ติด boost ขึ้นมาระหว่างอยู่ในโค้ง ก็จะเสี่ยงต่อการเสียการทรงตัวของรถ
เช่น porsche 930 ยุคเก่า ก็มี character ของ turbo แบบนี้
มีอัตราเร่งที่แตกต่างกันมาก ระหว่างช่วง turbo lag กับช่วงที่ turbo ติด boost
หากติด boost กลางโค้ง ก็เหมือนมีแรงถีบท้ายออกในขณะที่ล้อยังเลี้ยวอยู่ รถหมุนลงข้างทาง
ภรรยาที่รออยู่ที่บ้านก็เป็นหม้าย เลยได้ฉายา widowmaker






 :'( :'( ::) ::)



marvel

Re: ขับรถไป loop แม่สอด แม่ฮ่องสอน ปาย กับ C350e W205
« ตอบกลับ #129 เมื่อ: วันนี้ เวลา 06:05:03 »
และผมนึกถึงกระทู้นึงในเว็บนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว (ปี2016)
มีคนเข้ามาถามในทำนองว่า จะทำอย่างไรให้ c350e w205 แรงขึ้นได้บ้าง เพราะขับแล้วไม่รู้สึกถึงแรงดึงเลย
ผู้ถามได้ลองเอาไปขับจับเวลา 0-100 กม/ชม ได้ 6.5 วินาที

เพื่อนสมาชิกหลายคนต่างสงสัยกัน ว่า รถ 279 แรงม้า , 0-100 กม/ชม ตามสปคโรงงาน 5.9 วินาที
เอาออกไปลองขับเองได้ 6.5 วินาที ยังไม่แรงอีกเหรอ
(นึกถึงบริบทสมัย 10 ปีที่แล้วนะครับ รถไฟฟ้ายังแทบไม่มี
c350e เป็นรถที่ไม่ใช่รถ sport ไม่ใช่รถสาย performance แบบ civic type r , evolution , etc
แต่รถบ้านๆที่มี 279 แรงม้า กับสเปค 0-100 กม/ชม 5.9 วิ นี่ก็พอใช้ได้แล้ว)

จนมีคนถามว่า เดิมใช้รถอะไร
เจ้าของกระทู้ตอบว่า คันเดิม คือ Impreza GRB A-Line
และบอกเพิ่มเติมถึง c350e ว่า
“รถไม่มีอาการดึงเลย แต่ลองจับเวลาดูแล้ว ก็แรงจริง แต่ขับจริงแล้วไม่รู้สึกสนุกในการขับขี่เลย
พอได้รถแบบนี้มาการขับขี่การเป็นเรื่องน่าเบื่อไปเลย ไม่นับเรื่องการเข้าโค้งที่ไม่ค่อยดีนัก”

ใครมีรุ่น c350e นี้อยู่ ไม่ต้องรู้สึกไม่ดีครับ
ผมมีอยู่คันนึง555 และผมขับมากกว่า wrx sti ด้วย



และได้เขียนไปตอนต้นๆกระทู้นี้ที่รีวิว c350e แล้ว ว่า รถมันเน้นตอบโจทย์ลูกค้าคนละกลุ่มกับ wrx sti
กลุ่มคนที่ชอบฟีลลิ่งของ wrx sti ให้มาขับ c350e ก็ไม่ชอบแน่นอน
กลับกัน กลุ่มคนที่ชอบฟีลลิ่งของ c350e ให้มาขับ wrx sti ก็ไม่ชอบเช่นกัน

พอเจ้าของกระทู้บอกว่าคันเดิม คือรุ่น Impreza GRB A-Line
(มันคือ wrx sti เกียร์ออโต้ หน้าแมว แมวอ้วน)
เพื่อนสมาชิกถึงได้เข้าใจกันว่า ที่เจ้าของกระทู้รู้สึกว่าไม่มีแรงดึง
มันไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขวินาทีของอัตราเร่ง 0-100
แต่มันอยู่ที่ฟีลลิ่ง ในระหว่าง 0-100 นั้น

ตอน 10 ปีที่แล้ว ที่มีกระทู้นั้น ผมไม่ได้มีทั้ง c350e และ wrx sti
ปัจจุบัน ผมมี c350e w205 รุ่นเดียวกับที่เจ้าของกระทู้นั้นถามถึง และ wrx sti หน้าเสือ
ผมเลยเข้าใจเจ้าของกระทู้นั้น และยืนยันว่า เป็นไปตามที่เจ้าของกระทู้นั้นเขียนทุกประการ
แม้อัตราเร่ง 0-100 ตามสเปคโรงงานจะอยู่ในระดับ 5 วิกว่าๆ ทั้งคู่ , wrx sti 5.2 , c350e w205 5.9
แต่ฟีลลิ่งในระหว่าง 5 วินาทีนั้น ต่างกันเยอะมาก

เขียนบรรยายเป็นตัวอักษร อาจไม่สามารถถ่ายทอดฟีลลิ่งได้ครบถ้วน
สมมติให้นั่ง wrx sti แล้วปิดไม่ให้ดูมาตรวัด boost
เหยียบคันเร่งซัก 75% จาก 1,500 รอบ ไปถึง 6,000 รอบ
เราสามารถบอกได้อยู่ดีว่า boost ติดเมื่อไหร่ พอ boost ติด รถมันถีบออกชัดเจน

ลองทำแบบเดียวกันกับ c350e w205 (ไม่ต้องปิดมาตรวัด boost เพราะไม่มีให้ดู 555)
มันมีไฟจากแบตไฮบริดมาช่วย ซึ่งมันเป็น instant torque ทันทีที่กดคันเร่ง
มี turbo ที่เน้นการตอบสนองที่รวดเร็วในรอบต่ำ
และ mercedes set ไปในแนวให้ระบบเหล่านี้ทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ
เลยไม่รู้สึกถึงการติด boost ของ turbo เลย ไม่มีแรงถีบออกเนื่องจากการเปลี่ยนอัตราเร่งอย่างรุนแรง
อัตราเร่งมันราบเรียบมาก เกียร์แม้จะยังไม่ใช่ 9 speed แต่เป็น 7 speed
ก็เปลี่ยนได้นุ่มนวลในแนวรถ comfort

wrx sti เป็นเกียร์ธรรมดา จะทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ใกล้เคียงสเปคโรงงาน ก็ต้องเป็นคนที่ขับรถเก่งๆ
เหยียบคลัช สับเกียร์ได้ไว และเปลี่ยนเกียร์ได้ที่รอบที่เหมาะสม
(เหยียบมิด พอ turbo ติด boost เข็มฟาดเข้า redline ไว ถ้าสับเร็วไปหรือช้าไป ก็เสียเวลา)

ส่วน อัตราเร่งของ c350e w205 มีโอกาสทำได้ใกล้เคียง spec มากกว่า
เพราะกดคันเร่งจมอย่างเดียว คอมพิวเตอร์ของรถจัดการให้หมดจะเปลี่ยนที่รอบไหน
ความไวในการเปลี่ยนเกียร์ก็เท่าๆกันทุกครั้ง

แต่ฟีลลิ่งการเร่งของ wrx sti มันไม่ราบเรียบแบบ c350e
wrx sti มันมีการเปลี่ยนอัตราเร่งให้รับรู้ถึงแรงดึงในทุกๆเกียร์

และถ้าให้พูดตรงๆ ต่อให้ run ที่ wrx sti ทำเวลา 0-100 ได้ช้ากว่า c350e
ก็ยังรู้สึกสนุกกว่า c350e อยู่ดีครับ  :D

อันนี้กระทู้ที่พูดถึงครับ เผื่อใครอยากอ่านเล่นๆ
“จูน C350e ให้แรงขึ้นได้ไหมครับ”
https://community.headlightmag.com/index.php?topic=52745.0




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันนี้ เวลา 12:06:11 โดย marvel »



marvel

Re: ขับรถไป loop แม่สอด แม่ฮ่องสอน ปาย กับ C350e W205
« ตอบกลับ #130 เมื่อ: วันนี้ เวลา 06:14:00 »
ตัวปรับ SI-DRIVE คือ switch ที่เป็นกลมๆ เพื่อปรับmode การขับขี่ มี 3 mode
Intelligent [ I ]
Sport [ S ]
Sport Sharp [ S# ]

ก็เหมือนรถทั่วๆไปยุคนี้ที่มีให้เลือก mode การขับขี่ ว่าจะขับแบบ comfort หรือ sport ระดับไหน
ส่วน wrx sti คันนี้ mode พวกนี้
- ปรับระดับรอบการเปลี่ยนเกียร์ ไม่ได้ เพราะเป็นเกียร์ธรรมดา ผู้ขับเลือกรอบการสับเกียร์เองอยู่แล้ว
- ปรับเปลี่ยนน้ำหนักของพวงมาลัย ไม่ได้ เพราะเป็นพวงมาลัยไฮดรอลิค ไม่ใช่พวงมาลัยไฟฟ้า
- ปรับความแข็งอ่อนของช่วงล่างไม่ได้ เพราะเป็นช่วงล่างโช้คสปริงธรรมดา ไม่ใช่ช่วงล่างไฟฟ้าหรือถุงลม

ตกลงปรับอะไรได้บ้าง555 ปรับได้แค่คันเร่งครับ ว่าจะให้จ่ายน้ำมันแค่ไหน
Intelligent [ I ] mode ประหยัด (สำหรับคันนี้อย่าหวังว่าจะประหยัด  :() จ่ายน้ำมันน้อย
Sport [ S ] mode sport ตามชื่อ
Sport Sharp [ S# ] sport ยิ่งขึ้นไปอีก จ่ายน้ำมันมากขึ้น

เคยลอง mode Intelligent [ I ] มันจ่ายน้ำมันน้อยกว่า input ที่เท้าเราเหยียบคันเร่ง
เวลาทำ rev matching รอบเครื่องขึ้นก็ไม่เท่าที่ต้องการ ทำให้ต้องย้ำลงไปอีก คราวนี้ขึ้นเกิน555

ส่วนตัวผมชอบ mode Sport ที่สุด รู้สึกว่าเหยียบเท่าไหน ได้เท่านั้น ทำให้ควบคุมได้ดั่งใจ



ถัดลงมาเป็น switch DCCD (Driver Controlled Center Differential)
ซึ่งเป็น switch ที่คนมักจะส่องเพื่อดูว่าเป็น wrx เฉยๆ หรือ เป็น sti ด้วย

หน้าที่ของ switch นี้คือ ควบคุมการล็อคเพลากลาง คือ
ให้เลือกได้ว่าจะให้ล้อหน้าและล้อหลังหมุนต่างกันได้แค่ไหนก่อนจะล็อค
มีให้เลือกได้ตั้งแต่ open คือไม่ล็อคเลย จน ล็อคให้หมุนพร้อมกันตลอดเวลา
ผมชอบเลือกให้เป็น manual แล้วลดระดับมาไว้ที่ขีดเดียว
ยกเว้นเวลาฝนตก ก็จะกดเป็น auto

นอกจากมีตัวควบคุมการล็อคเพลากลางแล้ว รถรุ่นนี้ยังมี limited-slip มาให้ทั้งเพลาหน้าและเพลาหลัง
โดยเพลาหน้าเป็นแบบ  Helical-type , ส่วนเพลาหลังเป็นแบบ TORSEN®
และยังขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา จึงเกาะโค้ง และเหมาะกับทางโค้ง ทางภูเขามาก
(ก็สืบทอดเทคโนโลยีมาจากรถแรลลี่นี่นะ)
เป็นเหตุผลที่ผมอยากเอาไปขับวน loop แม่ฮ่องสอนตอนต้นกระทู้
ตอนนี้ได้ขับแต่ในกรุง 555







marvel

Re: ขับรถไป loop แม่สอด แม่ฮ่องสอน ปาย กับ C350e W205
« ตอบกลับ #131 เมื่อ: วันนี้ เวลา 06:20:31 »
รถรุ่นนี้ไม่เหมาะกับ

- คนที่อยากได้รถที่นั่งสบาย
สมมติผมมีธุระที่ต่างจังหวัด ต้องขับรถไป 3 ชั่วโมง และเนื่องด้วยเวลาจำกัด ต้องไปทำงานต่อเลย
ผมไม่ขับคันนี้ไปครับ 555 ขับคันนี้เหนื่อยกว่าคันอื่น ไปถึงแล้วไปทำงานต่อแบบไม่ fresh แน่นอน

- คนที่อยากได้เกียร์ออโต้
wrx sti บอดี้นี้ มีแต่เกียร์ธรรมดา
ถ้าอยากได้ฟีลลิ่งของรถ wrx sti แต่ไม่ถนัดขับเกียร์ธรรมดา
ก็ต้องไปเอาบอดี้ที่แล้ว หน้าแมว A-Line เป็นเกียร์ออโต้

- คนที่อยากได้รถที่ประหยัดน้ำมัน
คันนี้เป็นระบบขับสี่ตลอดเวลา
headlightmag เคยทำการทดลองตามมาตรฐานของ headlightmag เอง
คือ นั่ง 2 คน ขับประมาณ 110 กม/ชม เป็นระยะทาง 92.1 กม. ได้อัตรากินน้ำมัน 12 กม./ลิตร
ผมไม่เคยจับแบบจริงจัง แต่ดูจากเข็มน้ำมันที่ลดลงในแต่ละครั้งที่ขับก็รู้ว่าเปลืองแน่

- คนที่ต้องการให้รถทำอะไรได้หลายๆอย่างเหมือนคอมพิวเตอร์
คันนี้รถเป็นรถ ทำหน้าที่รถอย่างเดียว ทำอย่างอื่นไม่ได้ครับ555

แล้วรถรุ่นนี้เหมาะกับใคร

อย่างแรกต้องชอบรูปทรงก่อนเลยครับ
เพราะถ้าระดับราคาประมาณนี้แล้วชอบรถ 2 ประตู sport or coupe ก็ต้องไปทางนั้นดีกว่า

พอชอบรูปทรงนี้แล้ว ก็ต้องชอบรถขับสนุกแบบ old school ครับ
พวงมาลัยไฮดรอลิก , turbo แบบยุคก่อน ที่ boost มาช้า แต่มาแล้วมาเต็ม

ชอบรถที่เกาะถนนดี
รุ่นนี้ขับสี่ตลอดเวลา ปรับการล็อคเพลากลางได้ เพลาหน้าและเพลาหลังมี limited-slip ให้จากโรงงาน

นอกนั้นก็ต้องตรงกันข้ามกับที่บอกมาข้างบน
คือ ต้องไม่สนค่าน้ำมัน , ไม่สนว่าขับแล้วเมื่อย เหนื่อย , ชอบขับเกียร์ธรรมดา ,
ไม่สนให้รถเป็น gadgets เป็นคอมพิวเตอร์ เป็นผู้ช่วยส่วนตัว , สนแค่ให้รถทำหน้าที่เป็นรถเท่านั้น  ::)

แล้วยุคปัจจุบันนี้จะเหลือกี่คนล่ะเนี่ย 555

ขอจบ user’s voice คันนี้ด้วย
สี่ภาพข้างล่างนี้เป็นภาพรถผมที่ถ่ายโดยเพจช่างภาพ ชื่อเพจเจ้าของภาพ ตามลายน้ำเช่นกันครับ