สงสัยเกี่ยวกับการทดเกียร์ครับ ทำไม MT ถึงต้องทดจัดกว่า AT

Pomy

ส่วนตัวผมใช้ All New City ตัว MT ที่รู้ๆกันคือเกียร์จะทดจัดกว่า AT อยู่พอสมควร
ที่เกียร์ 5 ความเร็ว 100    MT จะใช้รอบเครื่องที่ 3000 ส่วน AT จะอยู่ราวๆ 2พันต้นๆ (AT นี่ผมไม่แน่ใจเพราะรถผม MT แต่ก็อยู่ราวๆนั้น)
ทีนี้ที่ผมสงสัยคือ ทำไม MT ต้องไปทดให้มันจัดกว่า AT
ทั้งๆที่อัตราการสูญเสียกำลังมันน้อยกว่า AT  
ลำพังแค่ทดเกียร์เท่า AT     MT มันก็น่าจะแรงกว่าอยู่แล้ว
แล้วไปทดจัดขึ้นให้ผลาญน้ำมันเล่น + เครื่องสึกหรอเพิ่มเวลาเดินทางไกลทำไม
สงสัยๆ ครับ เพราะผมใช้ MT อยู่และรู้สึกว่าเวลาวิ่งยาวๆ 100 - 140 นี่รอบสูงเหลือเกิน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 13, 2011, 19:32:44 โดย Pomy »



johnlee

Re: สงสัยเกี่ยวกับการทดเกียร์ของ Honda All New City ครับ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2011, 14:22:57 »
รอบสูงแต่ว่ามันไม่มีการสูญเสียในระบบเกียร์และคลัทช์เท่าออโต้ครับ

คิดเล่นๆว่าหากเราเอาเกียร์ทดเท่าออโต้ มาเป็นเกียร์ธรรมดาแทน

จะเกิดปัญหาคือ คนขับไม่ได้เลือกตำแหน่งเกียร์เป๊ะ เท่าออโต้  ผลตอบแทนคือความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการสึกหรอที่มากกว่าเดิม อีกอย่าง หากเกียร์ 1 ทดเท่าออโต้ ออกตัว ดับแน่นอนครับ ไม่งั้นเลียจนคลัทช์ไหม้

หากคนขับดื้อดึงที่จะใช้เกียร์สูงสุดตลอดเวลา ไม่ว่าความเร็วต่ำเพียงใด ใช่จะเกิดผลดี ลองนึกถึงเราขี่จักรยานแบบเกียร์ หากเราใช้เกียร์สูง ปั่นน้อย รถแล่นเร็ว แล้วขึ้นเนิน ปวดขานะครับ

ดังนั้น จึงต้องทดเกียร์เผื่อ กรณีคนขับธรรมดาไม่ยอมลดเกียร์เมื่อความเร็วต่ำด้วย ไม่งั้นคนขับจะไม่ยอมลดเกียร์เพราะเห็นว่ารอบต่ำดีจัง

ผลคือ เร่งไม่ออกอืด กินน้ำมัน นึกได้แค่นี้ นึกไรออกจะบอกต่อ
https://PrivateLadyEscorts.com - Where To Local Private Lady - No Selfie - Anonymous Sex Dating -   Free Dating Chat



Pomy

Re: สงสัยเกี่ยวกับการทดเกียร์ของ Honda All New City ครับ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2011, 17:05:02 »
ผมกลับคิดว่า ถ้าคนใช้ MT เป็นถึงจะทดห่างหรือแปลกแค่ไหนเค้าก็สามารถใช้รอบให้เหมาะสมได้นะครับ
กลับกันถ้าคนที่ใช้ไม่เป็นชอบขับเกียร์สูงที่ความเร็วต่ำอยู่เป็นนิจเพราะคิดว่ามันประหยัด ถึงจะทดห่าง หรือทดปกติแค่ไหนมันก็เน่าทุกรายไป
เพราะพี่แกก็จะตะบี้ตะบันขับในสไตล์เดิมอยู่ดี

แต่เห็นด้วยที่ถ้าทดเกียร์ 1 เหมือน AT คงได้เลียคลัชกันกระจุยแน่ แต่ทางออกมันก็น่าจะมีนะครับเช่น เกียร์ 1 ทดให้เหมาะสมกับ MT ไป
แล้วเกียร์ต่อๆไปก็ทดให้ห่างขึ้นๆ จนเกียร์ 5 ก็เป็น Overdrive ให้รอบต่ำๆเหมือน AT ไปเลย เพราะผมขับ MT ตอนนี้สังเกตุว่า
จากเกียร์ 4 ไป 5 รอบตกลงมาแค่ประมาน 200 รอบเท่านั้น คือเข็มรอบกระดิกลงมานิดส์เดียวเองอะ แทบไม่มีประโยชน์
อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวของผมตามประสาคนที่ไม่ค่อยช่ำชองเรื่องรถนะครับ

อีกคำถามคือ เกียร์ MT สุญเสียกำลังในระบบเกียร์น้อยกว่าแต่วิ่่ง 100 ใช้รอบสูงถึง 3000
กับเกียร์ AT สูญเสียกำลังในระบบขับเคลื่อนมากกว่าแต่วิ่ง 100 เท่าๆกันใช่รอบแค่ 2พันต้นๆ
ถึงจะเป็นแบบนี้ MT ก็ยังประหยัดกว่า AT อยู่ดีหรือครับ แล้วในแง่ของการสึกหรอของเครื่องยนต์หละครับจะเป็นยังไง



YenChar

Re: สงสัยเกี่ยวกับการทดเกียร์ของ Honda All New City ครับ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2011, 18:04:09 »
อยากทราบเหมือน จขกท เลยครับ

เพราะเห็นด้วยที่ว่า เกียรธรรมดา ใช้รอบสูง
อัตราทดช่วงเกียรแรกๆสูง
พอเดินทางไกล อย่างเกียรออโต้ วิ่ง120 รอบเครื่อง 2,900รอบ
พอเกียรธรรมดา รอบสูงถึง 3,500 รอบ ต่างกันเยอะพอสมควร
ถ้าวิ่งทางไกลยาวๆ ยิ่งมีความต่างมากขึ้น

ไขข้อสงสัยทีครับ



toonze

Re: สงสัยเกี่ยวกับการทดเกียร์ของ Honda All New City ครับ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2011, 19:03:16 »
ผมก็สงสัยมาก เพราะผมใช้ อัลติส 1.6j MT รอบสูงมาก ตอนแรกที่ออก MT เพราะจะเอาความมันของการสับเกียร์และคิดว่าจะประหยัดน้ำมันกว่า AT ไปๆๆมาๆๆ AT ประหยัดกว่าถ้าใช้นอกเมือง แต่ในเมืองพอๆๆกัน



Pomy

ขอเปลี่ยน Topic ให้กว้างๆไปเลยนะครับ ไม่เจาะจงยี่ห้อแล้ว
เพราะเห็นว่าส่วนใหญ่ MT จะทดจัดกว่า AT หลายคัน หลายค่าย (ทุกคันเลยหรือเปล่าหว่า  :D)



BestHuafoo


เอาแบบง่ายๆ

ออโต้ไม่มีแป้นคลัตช์ และไม่มีการเครื่องดับกลางอากาศ
จึงไม่ต้องมาห่วงเรื่องการสูญเสียกำลังในการออกตัว ก็เลยทดให้ต่ำลงมา
และโดยธรรมชาติ ออโต้มันเป็นเกียร์ที่เน้นไปในการขับขี่แนวสุภาพอยู่แล้ว
ไม่จำเป็นต้องทดจัดจ้านเกินเหตุ



diow_1991

ผมละคนหนึ่งที่ชอบขับ MT แต่ซื้อรถ AT เพราะวิ่งทางซูปเปอร์เยอะกว่า วิ่งในเมือง

ไม่รู้ว่าคิดถูกต้องหรือเปล่า ผมคิดว่ารอบสูงจะต้องเปลืองกว่ารอบต่ำแน่




patzahut

ผมละคนหนึ่งที่ชอบขับ MT แต่ซื้อรถ AT เพราะวิ่งทางซูปเปอร์เยอะกว่า วิ่งในเมือง

ไม่รู้ว่าคิดถูกต้องหรือเปล่า ผมคิดว่ารอบสูงจะต้องเปลืองกว่ารอบต่ำแน่



แต่ถ้าเป็นเกียร์ MT รอบสูงกว่าเกียร์ AT ในรุ่นและเครื่อง ขนาดเท่ากัน ผลการทดสอบวิ่งทางไกลของ HLM แนวโน้มออกมา MT ประหยุดกว่าทุกรุ่นเลยนะครับ แม้ว่ารอบจะสูงกว่า



jaesz

อัตราทด กับการประหยัดน้ำมัน มีอะไรมากกว่านั้นนิดหนึ่งครับ

อธิบายได้ง่าย ๆ มาก คือ เคยขับรถขึ้นเขาไหมครับ ?

ถ้าผมเอารถคันหนึ่ง เกียร์อะไรก็ได้ มาขับทางเรียบ แล้ว ไปขับขึ้นเขา

ตอนขับทางเรียบ ให้ใช้ความเร็วรอบ และเกียร์เดียว กับตอนขึ้นเขา มันก็จะวิ่งด้วยความเร็วเท่ากัน

ตอนไหนจ่ายน้ำมันมากกว่า ?

มันก็เหมือนกันครับ เวลาจ่ายน้ำมันค่าคงที่ค่าหนึ่ง เพื่อให้พลังงานเปลี่ยนเป็นความเร็วค่าหนึ่ง ยิ่งLOST เยอะ มันก็ต้องทดต้นทางให้รอบต่ำกว่า LOST น้อย เพราะถ้าจะเค้นรอบจากเจ้าต้วLOST เยอะ มันก็ต้องจ่ายน้ำมันเยอะกว่า

งงไหมเนี่ย ?

อีกตัวอย่างแล้วกัน ผมออกแรงถีบกล่องหนัก 100กิโล กับออกแรงเท่ากัน ไปถีบของ 1 กิโล อะไรจะไปไกลกว่าครับ ? โหลดน้อยก็เหมือนเกียร์ธรรมดา ระยะทางมากกว่า ซึ่งแปลงเป็นรอบเครื่องที่หมุน ก็ได้รอบมากกว่า เพราะแรงถีบจากผม ก็คือ แรงถีบจากสูบที่ได้พลังงานจากการระเบิดของน้ำมันผสมอากาศแล้วครับ

สรุปแล้วการออกแบบเกียร์นั้น คำนึงถึงพลังงานที่ออกไปมากกว่าครับ มีบ้างที่มันจะไม่สัมพันธ์กับพลังงานเพราะเกียร์ลูกหนึ่งอาจจะนำไปใช้กับเครื่องยนต์หลายขนาด แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะลบล้างกฎของพลังงานไปได้ครับ LOST เยอะ มันก็ต้องกินน้ำมันกว่า

มีแต่รถกระบะขนาดใหญ่ที่ทดเผื่อบรรทุกไว้ แบบนั้นแหละครับที่เรียกว่าทดเหลือจริง ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 13, 2011, 22:31:29 โดย jaesz »



dum.d

เกียร์ธรรมดารอบเครื่องสูงกว่าแต่กดคันเร่งน้อยกว่าครับ



6162002

ตามที่คุณ jaesz ยกตัวอย่างเลยครับ รอบ ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด ตัวอย่างเรื่องขึ้นเขาชัดเจนมากครับ เพราะการขับขึ้นเขา ที่ความเร็ว60 กับทางเรียบ  ถึงรอบเท่ากัน แต่กินน้ำมันกันคนละเรื่อง ตามแรงที่ต้องใช้  :)



Pomy

เกียร์ธรรมดารอบเครื่องสูงกว่าแต่กดคันเร่งน้อยกว่าครับ

เข้าใจอันนี้ที่สุดเลยครับ อันยาวๆผมอ่านแล้วงง ฮ่าๆ อย่าว่าผมฉลาดน้อยนะ

สรุปคือ AT ขับ 100 ที่รอบ 2500 (สมมุติ)
กับ       MT ขับ 100 ที่รอบ 3000
กลายเป็นว่า AT ทำงานหนักกว่า ต้องกดคันเร่งลึกกว่า MT ที่หมุนถึง 3000 รอบ
ใช่ไหมครับ

ถามกลับอีกข้อ แล้วหากทำเกียร์ 5 MT ให้ทดลงมาเลย 2500 รอบ ที่ความเร็ว 100 เท่า AT
มันจะดีกว่าไหม จะประหยัดกว่าที่เป็นอยู่นี้ไหม จะมีประโยชน์กว่าไหม



johnlee

เกียร์ธรรมดารอบเครื่องสูงกว่าแต่กดคันเร่งน้อยกว่าครับ

เข้าใจอันนี้ที่สุดเลยครับ อันยาวๆผมอ่านแล้วงง ฮ่าๆ อย่าว่าผมฉลาดน้อยนะ

สรุปคือ AT ขับ 100 ที่รอบ 2500 (สมมุติ)
กับ       MT ขับ 100 ที่รอบ 3000
กลายเป็นว่า AT ทำงานหนักกว่า ต้องกดคันเร่งลึกกว่า MT ที่หมุนถึง 3000 รอบ
ใช่ไหมครับ

ถามกลับอีกข้อ แล้วหากทำเกียร์ 5 MT ให้ทดลงมาเลย 2500 รอบ ที่ความเร็ว 100 เท่า AT
มันจะดีกว่าไหม จะประหยัดกว่าที่เป็นอยู่นี้ไหม จะมีประโยชน์กว่าไหม

ทำได้แต่ไม่มีประโยชน์ครับ  เพราะอย่างที่ผมบอกใน คห.1 ไว้ว่า หากให้เกียร์สุดท้ายทดต่ำเกินไป ผู้ขับจะดื้อดึงที่จะใช้เกียร์5 ตลอดเวลาทำให้สึกหรอและสิ้นเปลืองมาก
และ จริงอยู่ที่เกียร์ 5 ทดต่ำ มี2ทางเลือกสำหรับเกียร์ 4 คือ 1 ทดเท่าเดิม ประมาณ 1ต่อ1 แล้วให้เกียร์ 5ทด 0.65ต่อ 1ปัญหาคือเปลี่ยนเกียร์แล้วรอบตกมาก รถไม่มีแรง
หากลดมาเกียร์4รอบก็สูงเกินไป จขกท ไม่ชอบอีก มันจะเกิดการคาบเกี่ยวของกำลังในเกียร์4-5มากเกินไป

ทางเลือกที่ 2 ให้เกียร์ 4 ทดต่ำตามกันมา อาจจะ 0.75ต่อ 1 ปัญหาคือ แล้วเกียร์3 ล่ะ จะต้องต่ำไล่ลงมาอีกมั้ย แล้วมันจะโยงไปถึงเกียร์ 2 ด้วย ช่วงความห่างของเกียร์ต้องสม่ำเสมอกัน
ดังนั้น หากไล่ไปถึงเกียร์1 กลายเป็นทดต่ำเกิน ออกตัวไม่ได้ เครื่องดับ เลียจนคลัทช์ไหม้
ถึงตรงนี้มันก็ย้อนไปหาคห.1 ของผมอีก

สรุปนะครับว่า รถเกียร์ธรรมดาต้องรักษาช่วงห่างของแต่ละเกียร์ ชิด มากกว่าเกียร์ออโต้ เพราะคลัทช์มันแห้ง ปล่อยหมดมันจับตัว 100% ไม่มีฟรีเลยไงครับ
ดังนั้นถึงมันจะเหลือรอบใช้งานที่ความเร็วสูงมาก ก็ไม่ได้เสียหายอะไร การสึกหรอในระดับ 3 พันรอบต่อนาทีมันจิ๊บๆครับ
มอไซด์2จังหวะ วิ่ง 100 ผมว่ารอบที่ข้อเหวี่ยง เป็น 1 หมื่นรอบต่อนาทีนะครับ
https://PrivateLadyEscorts.com - Where To Local Private Lady - No Selfie - Anonymous Sex Dating -   Free Dating Chat



jaesz

เรื่องการสึกหรอ

มันก็วิธีการอธิบายเดียวกับขับรถขึ้นเขานั่นแหละครับ

รถขึ้นเขา กับรถทางเรียบ อะไรจะเสียเกิดการสึกหรอมากกว่ากัน ?

การสึกหรอของเครื่องไม่ได้ ขึ้นกับรอบเครื่องเพียงอย่างเดียว อุณหภูิมิ sheer stress ของฟิลม์น้ำมัน การขยายตัวของโลหะ cylinder-piston ring friction ที่เปลี่ยนตามรอบและอุณหภูมิ ความสามารถการถ่ายเทอากาศ การหมุนเวียนน้ำมันเครื่องที่รอบต่างกัน และ อื่น ๆ อีกมากมาย

เครื่องยนต์ไม่ได้ออกแบบมาให้วิ่งรอบต่ำจัด ๆ หรือ สูงจัด ๆ ครับ เขาจะเน้นช่วงปลอดภัยให้ครอบคลุมได้มากทุกย่านก็จริง แต่สุดท้าย มันคลุมได้แค่ ช่วง 80% กลาง ระหว่างรอบเดินเบา กับ redline และปลอดภัยสุด ๆ เกือบ ๆกึ่งกลาง

เช่นรอบเดินเบา 500 redline 5000 rpm จุดเสียหายต่ำจะวิ่งอยู่ราว ๆ 950 - 4550 รอบ และจะปลอดภัยสุด ๆ แถว ๆ 2750 รอบ ซึ่งมักจะเป็นค่าที่ eccentricity เกือบดีสุด ๆ นั่นเอง

ตัวเลขก็แล้วแต่รถแตกต่างกันไปครับ



banch

กดลิ้งค์เลยครับ

http://www.vlovepeugeot.com/forum/index.php?PHPSESSID=689dee0e89273fcfe7c29ea04e478863&topic=18173.0;

สำหรับผู้ที่ต้องการความกระจ่างเรื่องระบบส่งกำลังแบบ Torque converter

ขอบคุณท่าน zuzarz แห่ง www.vlovepeugeot.com

สำหรับบทความดีๆ ที่ค้นอยู่นานมากๆ กว่าจะเจอ

 ;D




Pomy

ขอบคุณทุกท่านมากเลยครับ ความรู้ทั้งนั้น  :P