ผู้เขียน หัวข้อ: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม  (อ่าน 18360 ครั้ง)

ออฟไลน์ Siemens

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 141
รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 12:44:46 »
รบกวนสอบถามเพื่อนๆ ว่าในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของเทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรมยานยนต์นั้น
รถยนต์บ้านๆ ทุกยี่ห้อไม่ว่าของทางยุโรป เมกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน คิดว่าเทคโนโลยีคงไม่ต่างกันมากในแง่ของทั้งด้าน
รูปทรง เครื่องยนต์ ช่วงล่าง การขับขี่รวมถึงออฟชั่นต่างๆที่มีให้มา ส่วนใหญ่ก็ไม่ทิ้งกันเท่าไร เพราะก็ซื้อมาจากบริษัทที่
วิจัยและนำออกมาขายให้กับทางค่ายรถยนต์พวกนี้
 แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ค้นในสังคมไทย ชอบแบ่งแยกกัน ผมมองว่าน่าจะเป็นภาพลักษณ์ทางสังคมมากกว่าว่า ถ้าฉันขับ MB BMW มันคงต้องดีกว่า
Lexus Toyota Honda แต่สำหรับความคิดผม ผมว่าไม่ใช่ รถมันเป็นแค่วัถตุที่พอผ่านไปทุกๆปี มลูค่ามันก็ลดลงเรื่อยๆ
โดยเฉพาะทางฝั่งยุโรปและเมกา หรือพวกบ้าออฟชั่นที่จัดกันมาเยอะแต่ใช้ไม่เป็น ไม่เคยใช้ ยิ่งไม่มีประโยชน์ไปกันใหญ่เลย
ตัวผมเองยังต้องมาค่อยใช้ออฟชั่นต่างที่ติดรถมาบ้างเลย ผมเลยคิดว่ามันคงไม่ใช้เหตุผลที่รถยนต์จะเป็นตัวสะท้อนทางภาพลักษรณ์
ในสังคมได้ และการที่คนๆ หนึ่งจะขับรถยี่ห้อ MB BMW ก็ไม่ใช่ว่าจะดีกว่าพวกที่ขับ T H
หรืออย่างคนที่ขับ Hyundai ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีตัง รถถูก คุณภาพไม่ดี ผมว่าคงไม่ใช้ มันอยู่ทีึ่เหตุผลของผู้ใช้ และก็คิดว่า ณ ปัจจุบันคงไปดูถูก
Hyundai ไม่ได้แล้ว แบร์นเข้าไปใกล้มากแล้วมีเทคโนโยีเป็นของตัวเองแล้ว รถยนต์จีนก็คิดว่าต้องดีขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนและก็เริ่มพัฒนามากขึ้นด้วย
ก็มีแต่ประเทศไทยเรานี่  ที่ไม่มีอะไรพัฒนาเลยจริงๆ ทั้งเรื่องจิตใจคนและเรื่องเทคโนโยลี มีแต่ซื้อ และก็มีแต่ใช้ ฟุ่มเฟืองจริงๆๆ โดนเขาลอกไปวันๆๆๆ


ออฟไลน์ H.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,896
    • อีเมล์
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 12:54:32 »
มันเป็นเรื่องนานาจิตพังครับ คนที่ยึดติดแบรนด์ก็ยังมี
H.

ออฟไลน์ localgame

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,592
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 13:07:35 »
อันนี้ก็แล้วแต่มุมมอง
1. เทคโนโลยีต่างแน่นอน ออพชั่นอาจจะคล้ายๆกันแต่การขับขี่นี่ถ้าได้ขับจะรู้เลย รถยุโรปทั่วไป กับ รถญี่ปุ่นทั่วไป กับ รถจีนทั่วไป เอามาขับดู เครื่องยนตร์ ช่วงล่าง

ถ้าได้ขับก็จะรู้ว่าต่าง แต่ถ้าคุณคิดแค่ขับไปให้ถึงที่หมาย ไม่ขับเร็ว เน้นซ่อมง่าย ก็คงจะไม่เห็นถึงความต่างของสิ่งนี้

2. จริงอยู่ที่ว่าคนขับ MB BMW ไม่ได้ดูดีกว่า Toyota Honda แต่ถ้าคุณลองดูมูลค่าของรถแล้ว 2แบรนด์จากยุโรปราคามันแพงกว่า มันแสดงถึงภาพลักษณ์การงาน

ที่มั่นคง ถึงกล้าที่จะซื้อ2แบรนด์นี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับหัวหน้าที่มีรายได้มั่นคงพอสมควรแล้วถึงจะมีเงินไปซื้อได้ ถ้าพึ่งจบใหม่ยังผ่อนรถอยู่ไม่ได้ขอเงินพ่อแม่มา

จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ bmw หรือ benz หละครับ แล้วการจะทำธุรกิจ คนส่วนใหญ่ก็อยากจะทำกับคนที่ไว้ใจได้ รถก็เลยเหมือนเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความมั่นคงของคนๆนั้น

ทุกคนมีเหตุผลในการซื้อรถครับ ก่อนจะมี benz bmw คนส่วนใหญ่ก็เคยขับ toyota หรือ honda มาแล้วทั้งนั้น บางคนมี benzคันใหญ่ ไว้ขับไปทำงาน

แต่เค้าก็อาจจะมี brio คันเล็กๆไว้ไปจ่ายตลาดก็ได้ มันอยู่ที่การใช้งานมากกว่าครับ

3. Hyundai แต่ก่อนมาทำตลาดในไทยแล้วทำชื่อเสียไว้เยอะ การจะเปลี่ยนความคิดคนมันไม่ใช่แค่วันสองวันนะครับ แล้วกลับมาทำตลาดคราวนี้

ราคาก็ไม่ได้ถูกกว่าคู่แข่งเลย ออพชั่นก็พอๆกัน

ออฟไลน์ Monn

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,806
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 14:08:55 »
ผมว่า พูดยังไงก็ไม่จบ ถูกของ จขกท เพราะคุณคิดแบบนี้ แต่อีกหลายคนก็ไม่ได้คิดเหมือนคุณ ก็ไม่ได้มีใครผิดนะ
ผมชอบความเห็นคุณ localgame เพราะหากมองผิวๆ รถมันก็เหมือนกัน แต่พอคุณได้ลอง ได้สัมผัสวัสดุ โดยรวมๆ ก็จะพอทราบว่าทำไมราคามันถึงแพงกว่า ถูกกว่า ไรงี้ครับ

ของแฟชั้น นาฬิกา กระเป๋า ก็เหมือนกันหมด บางทีมันไม่ได้บอกว่า แพงจะดีกว่าเสมอ แต่ในทางกลับกัน หากเราซื้อของ เรามีโอกาสได้ใช้ของแพง ย่อมดีกว่าใช้ของที่ถูกกว่า โอกาสเสีย โอกาสพัง อันถูกย่อมมีมากกว่าจากราคา วัสดุ ผมก็คิดประมาณนี้นะ

แต่จริงๆแล้ว ขับรถอะไรก็ไม่มีประโยชน์หากเป็นคนเลวในสังคมอะคับ รถไม่ได้บอกหรอกว่าคนนี้ดีไม่ดีครับ
S3 - F30
X1 - E84

ออฟไลน์ ichok

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 791
    • อีเมล์
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 14:15:06 »
ภาพพจน์ก็ส่วนนึง คุณภาพรถก็ส่วนนึง แยกประเด็นครับ ถามว่าถ้าคุณมีเงินระดับสิบล้าน คุณจะไม่อยากขับรถที่ช่วงล่างดีนุ่ม เกาะถนน ระบบความปลอดภัยดีๆเหรอครับ แล้วถามว่าในรถราคาถูกมันให้ได้ไหม ก็ได้แต่มันไม่สุด แล้วถามว่ารถราคาสามสี่ล้านใครจะเป็นคนซื้อก็ต้องคนมีเงินซื้อ สรุปภาพลักษณ์มันก็ตามมาทีหลังครับ

ออฟไลน์ almondba

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 142
    • อีเมล์
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 14:18:39 »
มันเป็นความสุขทางใจและความรู้สึกของแต่ละคนครับ

ออฟไลน์ 7777777

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 592
    • อีเมล์
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 15:11:38 »
จขกท. เอาหลายเรื่องมารวมกันเยอะมาก

ส่วนตัวเห็นด้วย 10% เรื่องภาพลักษณ์บ้าๆบอๆในประเทศนี้

ประเทศนี้สอนให้คนดูถูกกันเองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แบ่งวรรณะโดยสัมผัสไม่ได้ แต่เข้าใจได้

แต่ที่จขกท.มาพูด ซื้อแล้ว มูลค่าลดลงเรื่อยๆ อันนี้ผมว่าไม่เกี่ยวกับรถหรือภาพลักษณ์แล้วหละครับ


ยังไงคำว่าประวัติศาสตร์มันก็มีค่าที่ตีราคาไม่ได้เหมือนกันครับ กับผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้น ความดีความงามไม่โดนลบไปง่ายๆหรอกครับ

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 15:13:34 »
ผมเฉยๆ นะครับ

ถ้าจะขับรถดีๆ ต้องมีไม่น้อยกว่า 50 ล้านครับ

เพราะค่าใช้จ่ายรถยิ่งแพง ค่าดูแลก็แพงครับ

ออฟไลน์ Pan Paitoonpong

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,457
  • Long live M/T
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 15:30:31 »
ถ้าใครบอกว่าภาพลักษณ์ทางสังคมของรถไม่สำคัญ

นั่นแปลว่า เวลาลูกสาวคุณนัดผู้ชายมาแนะนำตัวคุณสองคน คนนึงขับ Vios คนนึงขับ 730Ld
แต่งตัวสุภาพเท่ากัน พูดจาฉะฉานเท่ากัน..คุณย่อมต้องรู้สึกกับทั้งสองคนเหมือนกันในแว่บแรก
แม้ว่าตอนหลังพอรู้มากเข้าอาจจะเปลี่ยนทัศนคติไป ลบหรือบวกช่างมัน

ถ้าคนขับ BMW ทำให้คุณเกรงใจเขามากกว่า เชื่อเหอะ แปลว่ายังไงรถที่ขับก็ยังเป็นสิ่งที่มีผลต่อภาพลักษณ์
เพียงแค่ว่าพอคนอื่นทำ คุณด่ากัน แต่ในใจตัวเองก็แอ๊บแคร์เหมือนกัน

ผมแคร์นะ ถ้ามีลูกสาวแล้วใครมาจีบ ผมดูทั้งนั้น ขับ Altis แต่ใส่ล้อ Mugen แปะสติกเกอร์ STi อะไรงี้ผมไล่กลับบ้าน
ไปทำรถให้เข้าท่าก่อนค่อยมาจีบลูกกรู

ผมพูดขวานผ่าซากอย่าว่ากันนะ ผมเจอน้อยคนมากครับที่เงินถุงถัง ขับรถตั้งแต่คันละแสนไปจนถึงคันละหลายสิบล้าน
แล้วค่อยพูดว่ารถยุโรปมันก็แค่นั้น..ส่วนมากมันเป็นเรื่องของคนที่ยังไม่เคยสัมผัสรถยุโรป แต่ต้องการพูด
เพื่อให้กำลังใจตัวเองว่ารถญี่ปุ่นก็ไม่ได้ต่าง ..เหมือนกับคนที่ใช้รถยุโรปที่ไม่เคยกังวลเรื่องค่าซ่อม ก็รู้สึกดีกับรถตัวเอง
แต่ไม่มีเวลามานั่งดูหรอกว่ารถยุโรปแบรนด์ดังเก็บสายไฟห่วย วัสดุที่ตาเห็นดี แต่วัสดุที่ห่างไกลตาเจ้าของห่วยสิ้นดี แต่คนใช้รถยุโรปบางคนก็บอกว่าไม่เป็นไร รถมันดีกว่า เขาไม่ห่วงซ่อมเพราะเขามีเงิน ต่างคนต่างหาเรื่องให้ตัวเองรู้สึกดีกับสิ่งที่ตัวเองมีครับ

น้อยคนจะไม่อยากมีรถที่ดีที่สุดในอุดมคติ ดูดีในสายตาคนที่ตัวเองอยู่ด้วย ผมเองก็ชอบรถยุโรป ใครจะบอกว่าเห็นผมขับแต่นิสสัน ฮอนด้า สมัยก่อนตอนพ่อยังรวยบ้านเรามีมาหมดแล้วทั้ง BMW, VW และ Benz แต่ตอนนี้จน ขายยุโรปหมดและอยู่อย่างสบายใจกับรถญี่ปุ่นตามฐานะน่ะครับ..ผมเข้าใจข้อดีข้อเสียของรถแต่ละคัน จนท้ายสุดผมบอกได้คำเดียว การยึดติดกับฐานะทางสังคมของรถน่ะพอเข้าใจนะ แต่อย่ายึดติดในคุณสมบัติของตัวรถแล้วกัน ไม่มีค่ายไหนที่สร้างแต่รถที่เป็นผู้ชนะหรอกครับ
- Nissan Tiida บ้านๆ/NX Coupe/AE111/190E1.8

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 15:35:37 »

ผมแคร์นะ ถ้ามีลูกสาวแล้วใครมาจีบ ผมดูทั้งนั้น ขับ Altis แต่ใส่ล้อ Mugen แปะสติกเกอร์ STi อะไรงี้ผมไล่กลับบ้าน
ไปทำรถให้เข้าท่าก่อนค่อยมาจีบลูกกรู


 ;D ชอบตรงนี้ครับ ;D

Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 15:37:17 »
ผมต้องถามคุณก่อนว่า คำว่าภาพลักษณ์ มันคืออะไร
สำหรับผม ภาพลักษณ์ ก็คือ ภาพที่คนอื่นมันมองเรา

ไอ้สิ่งที่คุณพูดมา มันก็ถูก เพราะ คุณคือคนที่ไม่แคร์ภาพลักษณ์ไงครับ ไม่แคร์ว่าคนอื่นจะมองคุณยังไง
คุณจะใส่ขาสั้นเน่าๆ รองเท้าหูคีบเก่าๆ ขับอีซูซุมังกรทอง ไปพาราก้อน คุณคงทำได้ เพราะ คุณไม่แคร์ว่าใครจะมองยังไง

ซึ่งนั่นมันก็ไม่ผิดเลย

แต่คนไทยส่วนมาก ไม่ใช่แบบคุณไงครับ ประเทศไทยตัดสินคนที่ภาพลักษณ์ภายนอกที่มองเห็น

อ่ะ สมมตว่าคุณเห็นคน2คน  คนนึงขับวีออส อีกคนขับอีคลาส
ให้คุณตอบแบบแมนๆเลยว่า คุณว่าใครรวยกว่ากัน  
แน่นอนว่า เราไม่มีทางรู้ยอดเงินในบัญชีพวกมันแน่
แต่ถ้าให้คุณเดา คุณก็ต้องเดาว่าคนขับอีคลาสรวยกว่า

สรุปง่ายๆคือ คนส่วนใหญ่อ่ะ อยากให้คนอื่นมองว่าเรารวย เราไฮโซไงครับ
ถ้าผมมีเงินซื้อปอเช่ได้ ผมก็ซื้อครับ ไม่ใช่ว่าผมชอบรถสปอร์ตนะครับ ผมซื้อมาก็เอามาขับในเมือง ขับได้ไม่เกิน80
แต่มันเท่ไงครับ เวลาลงจากรถแล้วมันมีความมั่นใจแบบสุดขีดครับ ว่ากูรวยสุดล่ะในบริเวณ10ลี้นี้

หลายคนบอกว่าภาพลักษณ์ไม่สำคัญ ผมเถียงเลยครับ ว่าในไทยอ่ะแม่งภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าเงินสดจริงๆในบัญชีคุณอีก

ขับปอเช่ คุณจอดชั้นล่างที่พารากอนได้
ขับปอเช่ โอกาสที่คุณจีบสาวติดจะเพิ่มเป็น 99.98%
ขับปอเช่ เพื่อนๆและคนรอบตัวคุณ จะต้องประเมินค่าคุณใหม่ ว่าคุณแม่งไม่ใช่ธรรมดา

ออฟไลน์ 5ume7h

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 851
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 15:40:31 »

ผมแคร์นะ ถ้ามีลูกสาวแล้วใครมาจีบ ผมดูทั้งนั้น ขับ Altis แต่ใส่ล้อ Mugen แปะสติกเกอร์ STi อะไรงี้ผมไล่กลับบ้าน
ไปทำรถให้เข้าท่าก่อนค่อยมาจีบลูกกรู


 ;D ชอบตรงนี้ครับ ;D

ชอบตรงนี้เหมือนกัน

แล้วถ้า Altis แต่ใส่แค่กรอบทะเบียน RALLIART ละครับ

ออฟไลน์ unconsent

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 67
    • อีเมล์
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 15:45:12 »
เบื่อกระทู้แบบนี้มากๆ

ต่างเยอะครับ ทั้งเทคโนโลยี การขับขี่ ความสบาย ความมั่นคง อัตราเร่ง ความปลอดภัย

สำหรับประเด็นอื่นๆที่ว่ามา

ขอพูดตรงๆนะไอที่ชอบบอกทำไมคนอื่นต้องมองเหยียด ทำไมต้องแบ่งชนชั้น อันนี้คิดกันไปเองทั้งนั้นครับ คนเราพอมีอะไรไม่เท่าคนอื่นจนเก็บมาคิดเป็นปมด้อย มันจะถูกกระตุ้นได้ง่ายครับ เอะอะอะไรก็คิดว่าคนนู้นดูถูก คนนี้ดูถูก ทั้งๆที่คนที่เค้าเหนือกว่าเค้าไม่เคยมองหรอกครับ หรือถ้าจะมีก็ส่วนน้อยแหละ ยอมรับนะครับ โลกเรา ไม่มีความเท่าเทียมครับ คนรวยกว่าได้รับการปฏิบัติดีกว่า ได้รับการบริการดีกว่าเป็น "เรื่องปกติ" ครับ

สำหรับรถที่คุณยกตัวอย่างมา toyota honda hyundai ราคาอย่างเก่งก็ ล้านปลายๆ ถ้ามือสองนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ benz bmw มันมีตั้งแต่สองล้านต้นๆ ไปถึงสิบกว่าล้านนะครับ คนซื้อมันก็พอบ่งบอกฐานะได้ระดับหนึ่งแหละครับ

อีกอย่างนะครับ ผมขับเบ้นซ์คันละสี่ล้านตั้งแต่อายุยี่สิบ ไม่เคยคิดจะดูถูกใคร เพราะก่อนนี้ก็ขับรถญี่ปุ่นมา ที่พ่อซื้อเบ้นให้เพราะ มันปลอดภัย สะดวกสบาย ออพชั่นดี และที่สำคัญ "ไม่ได้เดือดร้อนที่จะซื้อครับ" และไม่เคยคิดว่าเหนือกว่าใคร เพื่อนผมอีกหลายคนขับ porsche ferrari อีกหลายคนขับ chevrolette honda toyota ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยกัน

คุณยอมรับเถอะครับ โลกนี้มันไม่ใช้โลกในอุดมคติ ที่ทุกคนเท่าเทียมกัน ทุกคนเสมอภาคกัน ไปดูเมืองนอกสิครับ คนรวยใช้เงินหนักกว่าบ้านเราอีก เด็กอายุ 18 ได้มรดก เป็น billion USD วันเสาร์อาทิตย์นั่งเครื่องบินส่วนตัว ไปซื้อเรือยอร์ชใหม่ที่ฮาวาย ก็มี ไปดูได้เลยครับ miami นี่แบ่งโซนชัดเจน คนรวย คนปานกลาง คนยากจน มีครบครับ แค่สาธารณูปโภค การขนส่งบ้านเค้าดีกว่าเราเยอะ คนฐานะปานกลางกับ ล่างๆจึงไม่ต้องดิ้นรนมากเหมือนบ้านเราเท่านั้นเอง แล้วไปดูเลยครับ มหาวิทยาลัยเมืองนอก harvard MIT ไม่รวยเรียนไม่ได้นะครับ อยากเรียนหมอกำเงินไปอย่างต่ำ 4 แสน USD ครับ อย่างนี้ไม่เรียกเหยียดชนชั้นหรอครับ??

**** คุณถามตัวเองดีไหมถ้าวันนี้มีเงินเย็นๆห้าร้อยล้าน จะซื้ออะไรระหว่าง เบ้นซ์ บีเอ็ม กับ hyundai มือ2?

ปล. โลกเรามันหมุนไปแล้วครับ ถ้าคุณโตขนาดนี้แล้วยังร้องงอแงว่า "สังคมห่วย", "ค่านิยมแย่ๆ เหยียดชนชั้น" คุณก็ย่ำอยู่แค่นี้ตลอดไปแหละครับ วันไหนที่คุณรับกับสังคมได้ว่า มันมีความเหลื่อมล้ำทางฐานะจริงๆนะ คนรวยกว่ามีโอกาสมากกว่าจริงๆ แล้วพยายามถีบตัวเองขึ้น โดยที่ไม่ลืมทางที่เราเคยเดินผ่านมา ไม่ดูถูกคนที่ด้อยกว่า สักวันหนึ่ง คุณก็จะมาอยู่ในกลุ่มคนที่คุณด่าว่า "แบ่งแยกชนชั้น" น่ะแหละครับ เราเปลี่ยนโลก เปลี่ยนสังคมไม่ได้ แต่เราทำตัวเองให้ดีขึ้นได้ครับ

ปล2. ความรวยไม่ใช่ข้ออ้างในการดูถูกคนอื่น แต่ความจนก็ไม่ใช่ข้ออ้างในการกล่าวหาว่าคนอื่น "ไม่ดี" เช่นกันครับ

ออฟไลน์ unconsent

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 67
    • อีเมล์
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 15:48:17 »


ผมพูดขวานผ่าซากอย่าว่ากันนะ ผมเจอน้อยคนมากครับที่เงินถุงถัง ขับรถตั้งแต่คันละแสนไปจนถึงคันละหลายสิบล้าน
แล้วค่อยพูดว่ารถยุโรปมันก็แค่นั้น..ส่วนมากมันเป็นเรื่องของคนที่ยังไม่เคยสัมผัสรถยุโรป แต่ต้องการพูด
เพื่อให้กำลังใจตัวเองว่ารถญี่ปุ่นก็ไม่ได้ต่าง ..เหมือนกับคนที่ใช้รถยุโรปที่ไม่เคยกังวลเรื่องค่าซ่อม ก็รู้สึกดีกับรถตัวเอง
แต่ไม่มีเวลามานั่งดูหรอกว่ารถยุโรปแบรนด์ดังเก็บสายไฟห่วย วัสดุที่ตาเห็นดี แต่วัสดุที่ห่างไกลตาเจ้าของห่วยสิ้นดี แต่คนใช้รถยุโรปบางคนก็บอกว่าไม่เป็นไร รถมันดีกว่า เขาไม่ห่วงซ่อมเพราะเขามีเงิน ต่างคนต่างหาเรื่องให้ตัวเองรู้สึกดีกับสิ่งที่ตัวเองมีครับ


เห็นด้วยกับอันนี้มากครับ หมู่บ้านที่ผมอยู่ยังไม่เคยเห็นสักคนที่ใช้สามห่วงจนถึงทุกวันนี้ หลายๆบ้านราคาเฉียดร้อยล้าน มีตั้งแต่ เฟอร์ยัน วีออสให้แม่บ้านจ่ายตลาด หรือ A classให้ลูกหัดขับรถ ครับ

ออฟไลน์ Buffy

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,356
    • อีเมล์
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 16:08:15 »
ถ้าใครบอกว่าภาพลักษณ์ทางสังคมของรถไม่สำคัญ

นั่นแปลว่า เวลาลูกสาวคุณนัดผู้ชายมาแนะนำตัวคุณสองคน คนนึงขับ Vios คนนึงขับ 730Ld
แต่งตัวสุภาพเท่ากัน พูดจาฉะฉานเท่ากัน..คุณย่อมต้องรู้สึกกับทั้งสองคนเหมือนกันในแว่บแรก
แม้ว่าตอนหลังพอรู้มากเข้าอาจจะเปลี่ยนทัศนคติไป ลบหรือบวกช่างมัน

ถ้าคนขับ BMW ทำให้คุณเกรงใจเขามากกว่า เชื่อเหอะ แปลว่ายังไงรถที่ขับก็ยังเป็นสิ่งที่มีผลต่อภาพลักษณ์
เพียงแค่ว่าพอคนอื่นทำ คุณด่ากัน แต่ในใจตัวเองก็แอ๊บแคร์เหมือนกัน

ผมแคร์นะ ถ้ามีลูกสาวแล้วใครมาจีบ ผมดูทั้งนั้น ขับ Altis แต่ใส่ล้อ Mugen แปะสติกเกอร์ STi อะไรงี้ผมไล่กลับบ้าน
ไปทำรถให้เข้าท่าก่อนค่อยมาจีบลูกกรู

ผมพูดขวานผ่าซากอย่าว่ากันนะ ผมเจอน้อยคนมากครับที่เงินถุงถัง ขับรถตั้งแต่คันละแสนไปจนถึงคันละหลายสิบล้าน
แล้วค่อยพูดว่ารถยุโรปมันก็แค่นั้น..ส่วนมากมันเป็นเรื่องของคนที่ยังไม่เคยสัมผัสรถยุโรป แต่ต้องการพูด
เพื่อให้กำลังใจตัวเองว่ารถญี่ปุ่นก็ไม่ได้ต่าง ..เหมือนกับคนที่ใช้รถยุโรปที่ไม่เคยกังวลเรื่องค่าซ่อม ก็รู้สึกดีกับรถตัวเอง
แต่ไม่มีเวลามานั่งดูหรอกว่ารถยุโรปแบรนด์ดังเก็บสายไฟห่วย วัสดุที่ตาเห็นดี แต่วัสดุที่ห่างไกลตาเจ้าของห่วยสิ้นดี แต่คนใช้รถยุโรปบางคนก็บอกว่าไม่เป็นไร รถมันดีกว่า เขาไม่ห่วงซ่อมเพราะเขามีเงิน ต่างคนต่างหาเรื่องให้ตัวเองรู้สึกดีกับสิ่งที่ตัวเองมีครับ

น้อยคนจะไม่อยากมีรถที่ดีที่สุดในอุดมคติ ดูดีในสายตาคนที่ตัวเองอยู่ด้วย ผมเองก็ชอบรถยุโรป ใครจะบอกว่าเห็นผมขับแต่นิสสัน ฮอนด้า สมัยก่อนตอนพ่อยังรวยบ้านเรามีมาหมดแล้วทั้ง BMW, VW และ Benz แต่ตอนนี้จน ขายยุโรปหมดและอยู่อย่างสบายใจกับรถญี่ปุ่นตามฐานะน่ะครับ..ผมเข้าใจข้อดีข้อเสียของรถแต่ละคัน จนท้ายสุดผมบอกได้คำเดียว การยึดติดกับฐานะทางสังคมของรถน่ะพอเข้าใจนะ แต่อย่ายึดติดในคุณสมบัติของตัวรถแล้วกัน ไม่มีค่ายไหนที่สร้างแต่รถที่เป็นผู้ชนะหรอกครับ

ขอคุณ Jimmy ให้เวปบอร์ดนี้ มีปุ่มกด like  หรือ ถูกใจ ได้ไหม

คุณ Commander Cheng  กล่าวมา ตรงใจผมอย่างแรง

ออฟไลน์ Siemens

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 141
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 16:29:41 »
เบื่อกระทู้แบบนี้มากๆ

ต่างเยอะครับ ทั้งเทคโนโลยี การขับขี่ ความสบาย ความมั่นคง อัตราเร่ง ความปลอดภัย

สำหรับประเด็นอื่นๆที่ว่ามา

ขอพูดตรงๆนะไอที่ชอบบอกทำไมคนอื่นต้องมองเหยียด ทำไมต้องแบ่งชนชั้น อันนี้คิดกันไปเองทั้งนั้นครับ คนเราพอมีอะไรไม่เท่าคนอื่นจนเก็บมาคิดเป็นปมด้อย มันจะถูกกระตุ้นได้ง่ายครับ เอะอะอะไรก็คิดว่าคนนู้นดูถูก คนนี้ดูถูก ทั้งๆที่คนที่เค้าเหนือกว่าเค้าไม่เคยมองหรอกครับ หรือถ้าจะมีก็ส่วนน้อยแหละ ยอมรับนะครับ โลกเรา ไม่มีความเท่าเทียมครับ คนรวยกว่าได้รับการปฏิบัติดีกว่า ได้รับการบริการดีกว่าเป็น "เรื่องปกติ" ครับ

สำหรับรถที่คุณยกตัวอย่างมา toyota honda hyundai ราคาอย่างเก่งก็ ล้านปลายๆ ถ้ามือสองนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ benz bmw มันมีตั้งแต่สองล้านต้นๆ ไปถึงสิบกว่าล้านนะครับ คนซื้อมันก็พอบ่งบอกฐานะได้ระดับหนึ่งแหละครับ

อีกอย่างนะครับ ผมขับเบ้นซ์คันละสี่ล้านตั้งแต่อายุยี่สิบ ไม่เคยคิดจะดูถูกใคร เพราะก่อนนี้ก็ขับรถญี่ปุ่นมา ที่พ่อซื้อเบ้นให้เพราะ มันปลอดภัย สะดวกสบาย ออพชั่นดี และที่สำคัญ "ไม่ได้เดือดร้อนที่จะซื้อครับ" และไม่เคยคิดว่าเหนือกว่าใคร เพื่อนผมอีกหลายคนขับ porsche ferrari อีกหลายคนขับ chevrolette honda toyota ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยกัน

คุณยอมรับเถอะครับ โลกนี้มันไม่ใช้โลกในอุดมคติ ที่ทุกคนเท่าเทียมกัน ทุกคนเสมอภาคกัน ไปดูเมืองนอกสิครับ คนรวยใช้เงินหนักกว่าบ้านเราอีก เด็กอายุ 18 ได้มรดก เป็น billion USD วันเสาร์อาทิตย์นั่งเครื่องบินส่วนตัว ไปซื้อเรือยอร์ชใหม่ที่ฮาวาย ก็มี ไปดูได้เลยครับ miami นี่แบ่งโซนชัดเจน คนรวย คนปานกลาง คนยากจน มีครบครับ แค่สาธารณูปโภค การขนส่งบ้านเค้าดีกว่าเราเยอะ คนฐานะปานกลางกับ ล่างๆจึงไม่ต้องดิ้นรนมากเหมือนบ้านเราเท่านั้นเอง แล้วไปดูเลยครับ มหาวิทยาลัยเมืองนอก harvard MIT ไม่รวยเรียนไม่ได้นะครับ อยากเรียนหมอกำเงินไปอย่างต่ำ 4 แสน USD ครับ อย่างนี้ไม่เรียกเหยียดชนชั้นหรอครับ??

**** คุณถามตัวเองดีไหมถ้าวันนี้มีเงินเย็นๆห้าร้อยล้าน จะซื้ออะไรระหว่าง เบ้นซ์ บีเอ็ม กับ hyundai มือ2?

ปล. โลกเรามันหมุนไปแล้วครับ ถ้าคุณโตขนาดนี้แล้วยังร้องงอแงว่า "สังคมห่วย", "ค่านิยมแย่ๆ เหยียดชนชั้น" คุณก็ย่ำอยู่แค่นี้ตลอดไปแหละครับ วันไหนที่คุณรับกับสังคมได้ว่า มันมีความเหลื่อมล้ำทางฐานะจริงๆนะ คนรวยกว่ามีโอกาสมากกว่าจริงๆ แล้วพยายามถีบตัวเองขึ้น โดยที่ไม่ลืมทางที่เราเคยเดินผ่านมา ไม่ดูถูกคนที่ด้อยกว่า สักวันหนึ่ง คุณก็จะมาอยู่ในกลุ่มคนที่คุณด่าว่า "แบ่งแยกชนชั้น" น่ะแหละครับ เราเปลี่ยนโลก เปลี่ยนสังคมไม่ได้ แต่เราทำตัวเองให้ดีขึ้นได้ครับ

ปล2. ความรวยไม่ใช่ข้ออ้างในการดูถูกคนอื่น แต่ความจนก็ไม่ใช่ข้ออ้างในการกล่าวหาว่าคนอื่น "ไม่ดี" เช่นกันครับ
ด้วยลำแข้งและฝีมือไม่ว่ากัน
และประเภทที่ขับ BMW MB
แล้วทุจริต โกงกิน ทำผิดกฎหมาย อย่างนี้เอาไหม
แต่ภาพลักษณ์ทางสังคมดีมากนะ

ออฟไลน์ raygun

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,047
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 16:33:18 »
.
.
.
ได้กลิ่นองุ่นเปรี้ยวๆมาแต่ไกล  ;D

เอาเป็นว่าตั้งแต่เกิดมาจากประสบการณ์ส่วนตัว
ผมยังไม่เคยผิดหวังกับการซื้อของแพงเลย อย่างเมื่อก่อนซื้อนาฬิกา
เรือนละหมื่น ซื้อมาเบื่อก็ซื้อใหม่ สุดท้ายนาฬิกากองเต็มบ้าน ขายก็ไม่ได้
ตอนหลังเปลี่ยนมาซื้อแบบดีๆไปเลย ปรากฏว่าราคาขึ้นเอาๆ ขึ้นยิ่งกว่าทอง
กลายเป็นการเก็บตังค์ไปในตัว

รถแพงๆก็เหมือนกัน มันให้อะไรมากกว่าภาพลักษณ์เยอะ
ของแบบนี้อธิบายไปก็เท่านั้นล่ะครับ คนไม่เข้าใจก็คือไม่เข้าใจ
แต่สำหรับผม ผมว่ามันต่างมากๆ  ;D

ออฟไลน์ เกมส์'พิดโลก

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 365
  • อยากทำอะไรรีบทำ เมื่ออิสระยังอยู่กับเรา ก่อนที่จะไม่เหลือเวลา...
    • Facebook
    • อีเมล์
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 16:43:28 »
ชอบคอมเมนต์ของพี่ๆแต่ละท่านมากๆ อ่านแล้วเห็นมุมมองหลายๆด้านดีครับ
 :)
ส่วนตัว ถ้าไม่รู้จักใครเป็นการส่วนตัว แว๊บแรกที่มอง ก็รถที่ขับนี่หล่ะครับ บ่งบอกได้ระดับนึง...
แต่ถ้ารู้จักคนคนนั้น เป็นการส่วนตัว หรือจากคำบอกเล่า ผมก็จะมองที่ กิจการ รายได้ ของเขามากกว่ารถ
อย่างเถ้าแก่โรงสีที่ผมรู้จักจากพ่อ มีเงินระดับพันล้าน ขับแคมรี่ตาเหยี่ยวเก่าๆก็มีครับ  หรือบางท่านมีแค่ระดับสิบล้าน แต่ขับ E Class ก็มี
C-Class C300 AMG W205 - Now
Pajero GT 2WD 2016 - Now
Camry HB Top ACV50 2012 - Now
Triton 2.5 - Now
Wish MC - Now
City V 09 - Now
Z4 s20i Pure balance - Sold
F30 320d - Sold
Accord G9 2.4 -Sold
Jazz SV 08 - Sold
CRV G4 2.0 4WD, FD 08 , Camry 2.5 , Vigo 3.0 , Tiger D4D 2.5

ออฟไลน์ joe560-4

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 584
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 16:45:50 »
เมืองไทยผมว่า รถยนต์มีผลกับภาพลักษณ์ทางสังคมมากครับ

ยกตัวอย่าง ภาพลักษณ์บนถนน

ส่วนมากวันทำงานผมจะใช้ pajero jr กับ bmw E92 สลับกัน

ตอนขับ pajero jr จะมีคนรังแกตลอดเวลา เช่น เจอปาดหน้า เจอจี้ตูด ขอทางแล้วเจอบีบแตรไม่ให้ทาง

ส่วน bmw E92 จะไม่ค่อยเจอคนรังแกเลย

และถ้าเป็น lambo แค่เปิดไฟขอทางคันข้างๆส่วนมากจะชลอให้เราไปเลย
 

ออฟไลน์ mick

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,525
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 16:58:06 »
ผมก็สงสัยมาก
ผมมีคนขับรถ แต่รถอายุเยอะมาก สภาพดี เงาแว้บ benz w210 คนจะมองว่าอะไร ราคาตลาดเหลือไม่ถึง 7 แสน ถูกกว่า อัลติสใหม่อีก
จะมองว่ารวย หรือจนจัง รถรุ่นเก่ามาก

ออฟไลน์ seeeee

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 32
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 17:01:11 »
นานาจิตตังครับ อย่างที่ท่านข้างบนบอก ถ้ามีเงินเย็นเป็นหลักร้อยล้าน ผมก็ซื้อรถแพงๆ มันอยู่ที่ความพอใจมากว่าครับ
แต่ต้องยอมรับว่าสังคมบ้านเรา ส่วนใหญ่ มองรถเป็นสิ่งบ่งบอกฐานะทางสังคม  

ออฟไลน์ PapaRo@ch~*

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,039
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 17:02:35 »
ขับเบนซ์เก่าๆ ราคามือสองตอนนี้ถูกกว่าวีออสป้ายแดงอีก
แต่ยังได้จอดที่จอด VIP ตามห้าง

คิดว่าภาพลักษณ์คืออะไรจ๊ะ

ออฟไลน์ goldsfirm

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 101
    • อีเมล์
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 17:30:56 »
ภรรเมียพ้มนี่ล่ะคับ ! หลังจากแต่งงานอยู่กินกันแล้ว เทอเล่าว่า "วันแรกที่เทอขับ Camry มารับชั้นกับเพื่อนๆไปทานข้าวน่ะ ประทับใจมากก .. ชั้นเลยตัดสินใจ คบหาดูใจกับเทอ"
ผม : ถ้าวันนั้นชั้นขับ Jazz ไปรับอะ
เมีย : ... ก็ คง เป็นเพื่อนกันไปก่อนน ดูกันยาวๆ

ผมล่ะฮาก๊ากกเลย ในความแสบของเมียผม 555555

ทุกวันนี้ เทอเตรียมสอนลูกสาว " เรามี Z4 แล้วนะลูก ใครจะมาจีบนู๋ มาเป็นแฟนกะนู๋ อย่างต่ำๆ ต้อง Porsche ขึ้นนะลูกก ,,, เลิศศศศศศ ค่ะ! ขุ่นแม่! "

ออฟไลน์ Pan Paitoonpong

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,457
  • Long live M/T
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 17:31:27 »
คือที่ผมตอบๆไปนั่น ตอบตามที่ใจคิดนะ แต่พยายามอิงกับความต้องการของคนเราจริงๆ
และผมตอบในหัวข้อที่ว่า รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม ซึ่งไม่ได้พูดถึง คุณภาพของคน จริยธรรม และภาพลักษณ์ทางสังคม
ถ้าใครจะคุยเชิงนี้ คำตอบมันก็รู้อยู่แล้วว่าทุกคนก็อยากได้คนที่ดี มีจริยธรรม ผมไม่บ้าพอให้ลูกสาวผมขึ้นรถไปกับผู้ชาย
ที่ขับรถคันละ 20 ล้านแต่มีประวัติทำร้ายร่างกายผู้หญิง ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็ไม่เอา ใครเอา? บ้า?

ภาพลักษณ์ และรสนิยม ไม่ได้มีจำกัดแค่คนไทยหรอกครับ ฝรั่งก็มีคำว่า Social cred, public cred, street cred
เพียงแต่ว่าแต่ละที่ก็จะมีการมองคนที่ใช้รถแต่ละรุ่นต่างกันไป ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าดีไปซะทุกอย่าง ที่อังกฤษ บางเมือง การขับรถ
SUV โตๆ พวก Cayenne หรือ X5 หรือ Range Rover นี่เขามองว่าคุณรวย อาจจะเป็นนักฟุตบอลหรือเป็นญาตินักฟุตบอล
แต่ไปที่อีกเมืองนึงเขาอาจมองคุณเป็นพวกพ่อค้ายาเสพติดก็ได้ ที่อเมริกานี่ยิ่งตลก..ตอนผมอยู่ Kansas ผมบอกเพื่อนว่า
ถ้าอยู่อเมริกาผมอยากซื้อ Camaro Z28 ใช้ เพื่อนคนอเมริกันบอกมึงรสนิยมเจ๋งมาก เพื่อนคนเอเชียบอกว่าไอ้บ้า มึงต้องใช้
Lexus, Acura อย่างนี้สิถึงใช่ ..ผมว่าบางส่วนของเขาก็เหมือนเรา..ญี่ปุ่นก็เหมือน ลงจากแท็กซี่เดินเข้าโรงแรมฝ่าฝูงชน คนเดินแทบจะชนผมตาย
แต่พอมากับเพื่อนพ่อ ใน S600L สีดำ ก้าวลงจากรถ ทำตาขวางๆหน่อย สถานที่เดิม ต่างวัน..คนเดินหลบยังกะผมเป็นช้างป่า

ดังนั้นอย่าไปคิดมากถ้าจะแค่บอกว่า เออ รถยนต์ก็สำคัญนะในเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ ผมมองว่าความเชื่อก็ไม่เห็นจะเป็นไร
ทุกคนต้องการมันนี่ครับ และถ้าความต้องการนั้นมันส่งเสริมด้วยจริยธรรม ยิ่งดี แต่เราก็สามารถยอมรับในทัศนคติตัวเอง
โดยไม่ต้องไปข่มคนอื่นได้ไงครับ ผมถึงปฏิบัติกับคนขับรถยุโรปและญี่ปุ่นเหมือนๆกัน..คือถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องก็ไปซะ
แต่ถ้าคุยกันแล้วชอบ คุณจะขับอะไรผมไม่สนอยู่แล้ว
- Nissan Tiida บ้านๆ/NX Coupe/AE111/190E1.8

ออฟไลน์ localgame

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,592
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 17:37:14 »
ด้วยลำแข้งและฝีมือไม่ว่ากัน
และประเภทที่ขับ BMW MB
แล้วทุจริต โกงกิน ทำผิดกฎหมาย อย่างนี้เอาไหม
แต่ภาพลักษณ์ทางสังคมดีมากนะ

คนที่ทุจริต โกงกิน อาจจะขับรถญี่ปุ่นทั่วไปก็ได้นะครับ เราไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครโกงไม่โกงจากรถยนตร์ที่ใช้

แต่ถ้าเรามองหน้าที่การงาน รายได้ ทรัพย์สิน อาจจะตัดสินใจได้ว่าคนคนนี้เค้าโกง หรือ ทุจริตมาหรือเปล่า

รถยนตร์บ่งบอกภาพลักษณ์ทางสังคมได้ แต่บอกเกี่ยวกับนิสัยของคนๆนั้นไม่ได้ครับ

ผมก็สงสัยมาก
ผมมีคนขับรถ แต่รถอายุเยอะมาก สภาพดี เงาแว้บ benz w210 คนจะมองว่าอะไร ราคาตลาดเหลือไม่ถึง 7 แสน ถูกกว่า อัลติสใหม่อีก
จะมองว่ารวย หรือจนจัง รถรุ่นเก่ามาก

เคยมีคนบอกผมว่า เวลาขับเบนซ์เก่าๆเนี๊ยบแล้วมองเหมือนเป็นผู้ดีเก่า ถ้ามีคนขับรถให้อีกก็ใช่เลย

เพราะส่วนใหญ่ถ้าขับเบนซ์เก่าแล้วโทรมๆ จะเหมือนเป็นคนที่ซื้อมือ2มา งบน้อยเลยไม่ค่อยดูแล

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมคิดว่าไม่ใช่ทุกคนที่คิดแบบนั้น ผมกลับคิดว่าถ้ารถเก่าแล้วสภาพดี รถเนียนๆ มันบ่งบอกว่าเป็นคนสะอาด และเอาใจใส่มากกว่า



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 11, 2014, 17:47:05 โดย localgame »

ออฟไลน์ Noom_mtb

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 190
    • อีเมล์
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 18:13:09 »
ชีวิตนี้ผมผ่านรถมาไม่เยอะเหมือนใครหลายๆคนในนี้
dodge (จำรุ่นไม่ได้)
bmw 750il
opel astra
volvo 940
isuzu มังกรทอง
toyota mighty x
honda crv
toyota fortuner
honda stream
honda accord
หลายๆคันก็ยังใช้อยู่ถึงทุกวันนี้ เก่าใหม่ถูกแพงไม่สำคัญสำหรับผม ต้องไว้ใจได้และไม่งอแงบ่อยเพราะไม่งั้นดีแค่ไหนผมก็ไม่ปลื้ม 5555
(3คันแรกใน list นี่แหละ ไม่ปลื้มซักคัน)

สุดท้าย คันที่ใช้แล้วมีความสุขที่สุดหาใช่รถยนต์ไม่ มอเตอร์ไซด์ครับ ใครจะมองว่าผมแว็นซ์ก็ช่าง(เบื่อรถติด + อารมณ์บน 2 ล้อ มันอธิบายยากอะต้องลองเอง บางคนชอบ บางคนเกลียด)
รถในฝันผมก็มี แต่คงไม่ดิ้นรนทำฝันให้เป็นจริงมากเกินไป เพราะมันอาจจะทำให้ผมเครียด
ผมเลือกที่จะใช้ชีวิตให้มีความสุขกับสิ่งที่หาได้ตามกำลัง ณ เวลานั้นๆ แพลนเผื่ออนาคตหน่อยๆ
ไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป รถไม่ใช่หน้าตา แต่อาจเป็นเครื่องแสดงสถานะบางอย่างทางภาพลักษณ์หรือสังคมก็แล้วแต่
มันก็แล้วแต่การปลูกฝังใส่หัวกะบาลกันมาแหละครับ


ออฟไลน์ IS2000

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,941
    • อีเมล์
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 19:00:08 »
ผมว่ารถยนต์เป็นสิ่งบ่งบอกภาพลักษณ์ที่สำคัญมากในสังคมไทยนะครับ อย่างแค่ขับรถไปจอดที่พารากอนวันที่คนเยอะๆ รถคันนึงอาจต้องวนหาที่จอดเองใช้เวลาเกือบชั่วโมงกับอีกคันเข้าไปแล้ว รปภ โบกให้จอดได้เลย
1 3 5
├┼┼╕
2 4 6 R

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 19:09:56 »
พูดถึงสาวๆ สมัยนี้รักสบายนะครับ

ผู้ชายถ้ามีรถนี่ ไม่หล่อ ก็ทำให้ดูดีได้ ยิ่งขับรถหรูๆ เนี่ยเทพไปเลยละ :D


แต่คนแบบนี้ จ้างให้ก็ไม่เอามาเป็นแม่ของลูกหรอกครับ เหมาะกับเป็นตุ๊กตา ไว้ควงมากกว่า 5555 >:(

ออฟไลน์ Mortred

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 793
    • อีเมล์
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 19:22:59 »
พูดถึงสาวๆ สมัยนี้รักสบายนะครับ

ผู้ชายถ้ามีรถนี่ ไม่หล่อ ก็ทำให้ดูดีได้ ยิ่งขับรถหรูๆ เนี่ยเทพไปเลยละ :D


แต่คนแบบนี้ จ้างให้ก็ไม่เอามาเป็นแม่ของลูกหรอกครับ เหมาะกับเป็นตุ๊กตา ไว้ควงมากกว่า 5555 >:(

+1

ออฟไลน์ kimhalua

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 267
    • อีเมล์
Re: รถยนต์กับภาพลักษณ์ทางสังคม
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 20:40:54 »
ที่คุณพูดมา มันคือค่านิยมครับ ไม่ใช่ภาพลักษณ์

รถยุโรป กับ รถญี๋ปุ่นมันต่างกันจริงครับ ถึงความแข็งแรงตัวถังอาจจะมาตรฐานใกล้เคียงกัน แต่ช่วงล่าง  และฟิลลิ่งมันต่างกัน ไม่ต้องเทียบกับรถญี๋ปุ่นหรอก แค่เอา a class มาเทียบกับ ฟอร์ดโฟกัส ถึงช่วงล่างจะใกล้เคียงกัน แต่ฟิลตอนที่ขับมันต่างกันพอสมควร ถึงจะไม่มากนัก แต่ก้คือสัมผัสได้

และอีกอย่าง ผมว่ารถยนต์มันสะท้อนความเป็นตัวเราครับ เทียบง่ายๆ มาสด้า3 คับ ฟอร์ดโฟกัส แค่ตัวถัง 4 ประตู กับ 5 ประตู ยังให้บุคลิกที่ต่างกันเลยครับ