ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก  (อ่าน 7293 ครั้ง)

ออฟไลน์ T.Buzz

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
  • ผ่าน Fiesta มาได้ คันอื่นก็สบาย
    • อีเมล์
สวัสดีพี่ๆในบอร์ด HLM ทุกคนนะครับ

      ณ ที่นี้ผมอยากเล่าเรื่องราวของรถผม และพยายามฝึกฝนเพื่อจะเอาดีในด้านการเขียนในเวลาเดียวกัน เมื่ออ่านกระทู้นี้จบ ผมยินดีมากที่จะได้รับการติชมจากพี่ๆทุกคนเรื่องวิธีการเขียนเรื่องราว หรือการบรรยายของผมว่าดีหรือแย่อย่างไรสักหน่อยนะครับ คอมเม้นต์เหล่านี้จะช่วยพัฒนาผมได้มากเลย 😊

     

      ก่อนอื่นขอขอบคุณพี่ๆทุกคนที่เคยให้คำแนะนำในกระทู้ของผม ช่วงที่กำลังมองหารถใหม่ จากเดิมที่ใช้ Ford Fiesta 1.6s Ultimate มาก่อน ในตอนนั้นผมมีตัวเลือกที่สนใจมาก คือ BMW E39 Sport ปี 2004 และ Toyota Camry 2.4 ปี 2007... ในตอนนั้นจากข้อมูลด้านการเงิน และแผนดูแลรถที่ผมเขียนลงไป ทำให้คำตอบชัดเจนมาว่า ผมควรทิ้ง BMW ไปก่อนจนกว่าการเงินผมจะคล่องตัวกว่านี้ ก็เลยตกลงปลงใจไปมองหา Toyota Camry แทน จนได้รับรถที่ถูกใจมาใช้ ขอบคุณพี่ๆทุกคนจากใจครับ ❤️


     มาถึงเรื่องรีวิวรถ ผมอยากจะเล่าเรื่องราวที่ผมได้รถคันนี้มาซะก่อน จุดเริ่มต้นการมองหารถใหม่ของผมเกิดขึ้นช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผมได้ดูโจทย์ของตัวเองแล้วว่าผมต้องการรถที่ขนาดใหญ่ขึ้น มีกำลังเหลือๆแม้จะมีคนนั่งเต็มคันรถ มีอะไหล่ซัพพอร์ทการใช้งานของผมได้อีก 5 ปีเป็นอย่างน้อยในราคาที่สมเหตุผลตามระดับรถ มีภาพลักษณ์ที่ดูดี เพราะด้วยงานของผมต้องการความน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง และด้วยความที่ภายนอกและภายในถูกใจผมที่สุดในบรรดาคู่แข่งระดับเดียวกัน Toyota Camry จึงเป็นรถที่อยู่ในจุดที่ลงตัวสำหรับผม
     ผมใช้ความใจเย็นอย่างมาก ในการเฟ้นหารถสภาพที่ดีวิ่งไม่เยอะ มีราคาที่สมเหตุผล วอล์คอินเล่นๆตามเต๊นท์รถต่างๆก็ได้พบว่า รถส่วนใหญ่เป็นรถเช่า รถประจำตำแหน่ง หรือแม้กระทั่งเป็นรถลุยของเหล่าคนมีสตางค์ที่มีรถแบรนด์หรูชั้นนำเต็มบ้านอยู่แล้ว ทำให้มันมีสภาพที่เยินเอาการ และเลขไมล์ทะลุ 200k ไปซะเยอะ ยังไม่นับรถที่กรอไมล์มาซึ่งสวนทางกับแป้นคันเร่ง เบรค หรือพวงมาลัยกับหัวเกียร์ที่เงาวับ

     รถพวกนี้ไม่ใช่ตัวเลือกของผมแน่ๆ...

     ความอดทนและจังหวะที่ดีสำคัญมากในเรื่องนี้ ผมนั่งเฝ้าจอโทรศัพท์ราวกับดูจอหุ้นซะอย่างนั้น รอดูรถที่ผมต้องการ จนกระทั่งรถคันนั้นก็มาถึง เป็นรถปี 2007 ตัวท็อป Navi ไมล์ 140k ราคาดี ผมขอเลขคัสซีส์เพื่อเช็คกับศูนย์บริการ จนพบว่ารถคันนี้ไมล์แท้ และบำรุงรักษาดีมาก ผมจึงรีบถ่อรถจากบางบอน ไปเต๊นท์ขายรถย่านเสรีไทยในทันที

f92a70bf1b13e566b240ca47acef419a.jpg" border="0
c48b29ccfaa2b34524f46fd7011003bd.jpg" border="0

     เมื่อไปถึง ผมได้เริ่มดูตะเข็บตัวถัง ดูบอดี้ในภาพรวม ดูสภาพภายในว่าต้องเก็บอะไรบ้าง ก็พบว่าผมไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะมันค่อนข้างใหม่ และผ่านการใช้น้อยมาก ชอบใจแต่ก็ต้องเก็บอาการไว้ เพราะเรายังต้องต่อรองราคารถกันอีกสักหน่อย เผื่อเปลี่ยนล้อยางใหม่ หรือตกแต่งกันบ้าง โชคดีมากที่ได้คุยกับเจ้าของเต๊นท์โดยตรง ทำให้ผมสามารถเป็นเจ้าของรถคันนี้ในราคาที่คุ้มสุดๆ แถมยังได้โปรติดตั้งชุดแต่ง และเคลือบแก้วฟรีอีก เป็นอันจบ ไม่กี่วันก็ได้รับรถขับกลับบ้าน ไม่มีอะไรมาก

     มุมรีวิว
สำหรับคนที่เข้ามาแล้วอยากอ่านดีเทลตัวรถจิปาถะ คงผิดหวังหน่อยนะครับ เพราะผมจะเล่าในเรื่องการใช้งานทั่วๆไปซะมากกว่า เรื่องเสป็ครถต่างๆเชื่อว่ารีวิวของพี่จิมมี่ในรถรุ่นนี้ เขียนไว้ละเอียดดีมากๆแล้ว

     ครับ จากด้านบนกระทู้ ผมบอกไว้ว่าผมเคยใช้รถ Ford Fiesta มาก่อน ซึ่งการเปลี่ยนรถในครั้งนี้ผมว่าเป็นการเปลี่ยนที่ก้าวกระโดดมาก การเปรียบเทียบของผมจะเป็นไปบนพื้นฐานของความเข้าใจว่านี่คือรถ segment ไหน เริ่มจากความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ตั้งแต่ขนาด สมรรถนะในด้านกำลังของรถที่ต่างออกไปจนถึงเรื่องของความสะดวกสบายต่างๆที่รถคันใหม่ได้มีให้
     
     สิ่งแรกที่ชอบในรถคันนี้คือความกว้างขวางของช่องเก็บสัมภาระท้ายรถ และห้องโดยสารบวกกับโทนสีน้ำตาลตัดครีมและลายไม้ที่ดูลงตัว โปร่งตามาก ในครั้งแรกที่รับรถมาเคยมีแวบนึงที่จะสลับชุดภายในกับรุ่น Extremo ที่เป็นสีดำ แต่มันคงไม่เวิร์ค และน่าจะเป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุเลยเป็นอันพับไป

c8401bd8bec103f7008997d44a580f41.jpg" border="0
     
     ความแตกต่างจากรถคันเก่าที่ผมชอบคือระบบแอร์สำหรับตอนหลัง และแอร์ปรับอุณหภูมิแยกฝั่ง แต่อย่างหลังสำคัญสุด เนื่องจากหวานใจของผมเป็นคนขี้หนาว รถคันนี้ได้ทำลายสงครามระหว่างเราที่มีมาราบคาบด้วยการปรับอุณหภูมิแยกได้ไปเลย เป็นอะไรที่ดีมาก ไหนจะพัดลมระบายความร้อนบริเวณก้นเป็นอีกสิ่งนึงที่ผมจะใช้เวลาที่ออกงานกลางแจ้งร้อนๆ แล้วกลับมาที่รถ มันช่วยให้ผมสบาย และระบายความร้อนร่างกายได้ดีพอสมควรเลย อันนี้ดี อย่างน้อยๆสัปดาห์นึงผมจะเปิดใช้ฟังค์ชั่นนี้สักครั้ง เป็นการใช้งานบ้าง กลัวระบบมันจะพิการเอา 555

     ระบบเครื่องเสียงและระบบนำร่อง ผมชอบหน้าตาของฟรอนท์ DVD Navi ติดรถ เพราะใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อนจนต้องกางคู่มือ โดยเฉพาะ Ambient Light สี Ice Blue อันเป็นสีโปรดของผม ให้ความรู้สึกดีเวลากลางคืนได้มาก แต่ขอหักคะแนนเรื่องเครื่องเสียง ที่ให้เสียงค่อนข้างแบนๆ ไม่เด่นเลย ผมรู้สึกว่ารถ Ford มีเสียงที่ดีกว่า อันนี้ คหสต.ครับ
แผงหน้าปัดเรือนไมล์ ตรงกับรสนิยมของผมมาก การจัดวางต่างๆ จอ MID ดูง่าย และชอบการแสดงผลอัตราสิ้นเปลืองที่แม่นยำเป๊ะๆ ซึ่งคัน Ford คำนวณยังไงไม่รู้ มั่วสุดๆ เอามาอ้างอิงอะไรไม่ได้เลย

1fcaf541565580a698bf3bad2e1e741f.jpg" border="0

     เบาะไฟฟ้า... หลายๆคนอาจจะเคยชินอยู่แล้ว ก็โอเค ที่ผมชอบก็คือฟังค์ชั่นเมมโมรี่เบาะ เพราะทุกครั้งที่เข้าคาร์แคร์ พนักงานมักจะพับเบาะเพื่อดูดฝุ่น สมัยขับคันเก่า ต้องคอยแก้มุมอยู่นานเลย ซึ่งคันนี้ไม่ต้อง ทุกอย่างจบได้ในห้าวินาที ค่อนข้างมีประโยชน์กับผม

     ออปชั่นรถคลาสใหญ่อีกอย่างนึงที่ถูกใจ เห็นจะเป็นเซนเซอร์กะระยะด้านหน้าที่มีให้ในรุ่นท็อป ถึงแม้ว่าผมจะขับรถได้ด้วยความชำนาญอยู่ระดับนึงแล้ว แต่เมื่อมีเซนเซอร์คู่หน้าเข้ามา ช่วยให้ผมขับในที่แคบ หรือจอดในซอยได้ง่ายมาก เพราะใครจะรู้ว่าบางทีเราอาจจะไม่ทันเห็นกระถางต้นไม้เตี้ยๆหลบอยู่ก็ได้ ซึ่งการที่มีเสียงเตือนขึ้นมา ก็ช่วยให้ผมอุ่นใจได้มากขึ้น อาจจะรำคาญนิดๆ แต่ก็โอเค

     พูดถึงสิ่งที่ผมชอบจากการสัมผัสใช้งานภายในแล้ว ต่อมาจะพูดถึงการขับขี่กันบ้าง จากการใช้งานมาหกเดือน ความแตกต่างจากคันเก่านั้นจะชัดเจนสุดในเรื่องอัตราเร่งที่ค่อนข้างทันใจ แม้ว่าตัวเลขจะแตกต่างจากคันเก่า ทั้ง 0-100 หรือ 80-120 Kmh เพียงอย่างละ 2.5 วินาที แต่ความเป็นจริงกลับดีกว่าตัวเลขที่แสดงออกมา การกะระยะแซง ไม่ต้องลุ้นมากเหมือนเก่า แต่ทำใจเรื่องอารมณ์การขับไปเลย เพราะถึงรถจะแรงกว่า แต่ Camry ทำมาเพื่อความสบายเป็นหลัก แต่ Fiesta ทำมาไว้ให้อารมณ์สปอร์ตนิดๆ Camry มันแรงแบบเนิบๆ คันเร่งหน่วงๆโง่หน่อยๆ อันนี้ผมทำใจและปรับตัวกับมันไป ไม่เป็นไร

     ช่วงล่าง ผมรู้สึกดีกับความนุ่มเวลาขับในเมืองทั่วไป ช่วงล่างปรับมานุ่มๆหนึบๆสบายดี รู้สึกดีมากๆ โดยเฉพาะเวลาเดินออกจากรถ แต่พอออกต่างจังหวัดด้วยความเร็วเกิน 140 ผมเริ่มรู้สึกว่ารถออกจะโยนๆลอยๆ ถ้าเทียบกับ Fiesta จะนิ่งกว่า แต่แปลกว่าทำไมผมกลัว Fiesta มากกว่า อาจจะเพราะความกระเทือนของช่วงล่างที่ส่งมาหาผมมากกว่าก็เป็นได้ อันนี้ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน โดยเฉพาะเข้าโค้ง Camry เข้าโค้งความเร็ว 140 เหมือนจะเสียว แต่ก็ผ่านไปได้ตามความสามารถของมัน เทียบกับ Fiesta ที่เข้าด้วยความมั่นใจ แต่กลับเสียวๆ....คิดว่าหลังจากที่โช้คติดรถลาโลกก็คงหาโช้ค Bilstein B6 มาใส่ น่าจะช่วยได้ ส่วนระบบเบรค ไม่ติอะไรเลย ทำได้ดีกว่าที่เคยคิดไว้ครับ สัมผัสการเหยียบเบรคเหมือน Fiesta เป็นสไตล์ที่ผมถูกใจดีครับ เต็มที่อาจจะอัพเกรดผ้าเบรคก็พอแล้ว ผมขับไม่เร็วมากครับ

bebe6792d0831a2d6d54e641aa61dd16.jpg" border="0
[img width= height= alt=1af2911803cd9fdbfcd3b6b0f3ad5cfe.jpg" border="0]https://www.img.in.th/images/1af2911803cd9fdbfcd3b6b0f3ad5cfe.jpg[/img]
b068fbd3ac5bdb0b85086fe0b7bdba10.jpg" border="0

     สิ่งนึงที่กวนใจผมคืออาการกินซ้ายและรถสั่นตอนขับเร็ว ในวันแรกที่ออกรถผมได้ลองเช็คลมยาง ปรากฎว่าลมยางไม่เท่าทั้งสี่ล้อ ผมได้เติมลมไปใหม่ รถก็นิ่งขึ้น แต่กินซ้ายเหมือนเดิม ตั้งศูนย์กี่ที่ ก็ไม่หาย พาลเบื่อก็เลยปลงๆไป จนกระทั่งผมเกิดเสี้ยนเบื่อความเดิมๆแก่ๆขัดกับอายุ 24 ปีของผม ก็เลยพาไปจัดล้อยางชุดใหม่ โดยเปลี่ยนไปเล่นล้อ Lenso Jager ขอบ 18 กว้าง 8.5 ออฟเซ็ต 42 คู่ยาง Conti MC6 235/45/18 ซึ่งยางไซส์นี้จงใจเลือกให้เส้นรอบวงเท่ายาง 17 เดิม จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องไมล์โกง และยางหน้ากว้างกว่าเดิมเผื่อว่าจะมั่นใจในการขับมากขึ้น เลือกได้แล้วก็จัดมาแบบหล่อๆออกมา ขากลับขึ้นทางด่วน พบว่าอาการกินซ้ายหายสนิทเลย !!??

     ครับ มานั่งวิเคราะห์ทีหลัง ผมคิดว่าอาจจะเพราะยางติดรถคงเสียทรงจากการจอดไว้เป็นเวลานานแหละ เลยพารถกินซ้ายเอา โอเค อุ่นใจละ สิ่งที่ได้มาคือสาดโค้งมันส์ขึ้นอีกนิด อืดลงหน่อย ก็พอแลกกันได้น่า....

12708" border="0
12709" border="0
12710" border="0
12721" border="0




ล่าสุดไปทำการเปลี่ยนชุดโช้คอัพมาของ H-Drive ดูเหมือนจะเข้ากันดีกับรถพอสมควรครับ นิ่มหนึบสบายๆกำลังดี ฟีลนิ่มกว่า W204 ใส่โช้ค Bilstein สปริงโหลดครับ

bSUt6z.jpg" border="0
d6b2556d34eea5362c5b5c3c3ab5b41d.jpg" border="0
bdebbc5b05d2db6ad1ce006530258f09.jpg" border="0
99f84e82edb2293bb171c7994dde03ff.jpg" border="0
 

     

สิ่งที่น่าเสียดายสำหรับคนใช้รถอย่างผมก็คือประกันภัยรถยนต์ เพราะว่าประกันชั้น 1 ติดรถมาเป็นของ LMG อันขึ้นชื่อมากเรื่องความห่วยแตก ซึ่งผมได้ลองเจรจากับโบรคเกอร์สินมั่นคงที่ซี้ๆกันว่าพอจะขอชั้น 1 ให้ได้ไหม ก็ได้รับคำตอบมาว่า ไม่ได้แล้ว เพราะรถอายุ 13 ปี และไม่เคยมีประวัติกับทางบริษัท อันนี้ผมเองก็เลยต้องทำใจต่อประกัน 2+ กับสินมั่นคงอย่างเสียไม่ได้... ก็เลยต้องหากล้องติดรถดีๆสักตัวมาใช้กันหน่อย อันนี้เป็นของ VIOFO A129 Pro duo 4K ครับ คุณภาพดีใช้ได้ในงบจบๆที่ 6,000 บาท

fe99a4342c3877d006f960d700dbcfee.jpg" border="0

     แถมเรื่องอัตราสิ้นเปลืองของคันนี้หน่อยนะครับ ขอบอกก่อนว่ารถผมใช้เชื้อเพลิง E20 ของ Caltex และ Esso ซะส่วนใหญ่ ผมทำใจเรื่องการกินน้ำมันได้เพราะ Fiesta ผมสอนเรื่องนี้มามาก แรกๆผมติดนิสัยเค้นคันเร่งเยอะไปหน่อย ทำยังไงก็ได้เพียง 7.1 โลลิตร แต่พอเรียนรู้พละกำลัง และเริ่มปล่อยไหล เบรคน้อยๆ มันก็ทำให้อัตราสิ้นเปลืองในเมืองขยับมาที่ 8.1 โลลิตรอย่างง่ายดาย อยู่อย่างมีความสุขกันไป.... แต่พอออกมาต่างจังหวัด ใช้ความเร็วระหว่าง 110-130 แล้วแต่จังหวะและความรีบ (ผมเป็นคนนึงที่ชอบแวะหลับระหว่างเดินทางบ่อยมากอย่างน่าอัศจรรย์ ผิดกับสมัยเรียนที่ขับยาวๆได้ไม่พักเลย) พบว่าอัตราสิ้นเปลือง ยังอยู่ที่ 12.6 โลลิตร ซึ่งถ้าหากผมใช้ความเร็วนิ่งๆที่ 110 ผมสามารถทำได้ 14.8 โลลิตร แม้ว่าจะเปลี่ยนล้อ 18 ยางหน้ากว้างขึ้นแต่ก็เปลืองกว่าแค่นิดเดียว ถือว่าผ่านครับ ยังไงรถคันนี้ผมมักจะใช้ในวันหยุดซะมากกว่าขับมาทำงานเนื่องจากมีรถ Toyota Prius ไว้เป็นรถประจำตำแหน่งอยู่แล้ว เลยไม่กังวลเรื่องอัตราสิ้นเปลืองครับ

     การซ่อมบำรุง
     ขอโทษด้วยนะครับ ที่อาจจะบอกเล่าอะไรได้ไม่ได้มาก เพราะรถเพิ่งวิ่งไปได้ไม่มาก (144,074 - 152,500) ไม่ได้ซ่อมอะไร ต้องยอมรับว่าเจ้าของเก่าเป็นคนใช้รถที่ดีมากๆ อะไรเสียเปลี่ยนหมด จึงทำได้เพียงเช็คระยะทั่วไป เพิ่มเติมคือน้ำมันเกียร์ที่เปลี่ยนเพราะเจ้าของเก่าไม่ได้ถ่ายไว้เลยนานแล้ว
ยอดบิลครั้งนี้ราวๆ 8,000 บาท ถ้าหาใบเสร็จเจอจะนำมาลงประกอบครับ ^^

     ผมพารถเข้าศูนย์ยอมจ่ายค่าแรงแพงหน่อยเพื่อซื้อความรู้บางตัว ซึ่งครั้งต่อไป ผมอาจจะคบกับพ่อค้าวรจักรไว้เป็นอีกทางเลือก เพราะเท่าที่ศึกษามา พบว่าอะไหล่แท้วรจักร ราคาค่อนข้างถูก ประกอบกับผมซี้กับอู่ที่ไว้ใจได้ ก็คงต้องดูแลข้างนอกกันไป เว้นแต่บางกรณีที่หนักหนาจนต้องพึ่งศูนย์ ก็ต้องไปใช้บริการ ซึ่งศูนย์บริการผมยอมขับไปไกลบ้านถึงศูนย์โตโยต้าถนนจันทน์ อันนี้เป็นความชอบส่วนตัวเลยครับ เพราะที่บ้านเคยใช้รถโตโยต้าแล้วที่นี่บริการดีมาก เลยติดใจครับ อะไรที่ทำแล้วดี ผมไม่ลังเลเลยที่จะเสียเวลาหน่อย แลกความสบายใจฮะ

ab901304a94b3024fb861b322fa69ad0.jpg" border="0

    บทสรุป : แม้ว่าผมอาจจะผิดหวังที่จะได้ขับรถ BMW 5 Series ที่ดีที่สุดไป แต่นั่นไม่ทำให้ผมเสียใจเลยที่ได้เลือก Toyota Camry มาแทน แม้ว่าการขับขี่จะต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่ผมก็ได้ทำความเข้าใจ ยอมรับในสิ่งที่มันเป็น และชื่นชมในความทนทาน ใช้งานง่าย บำรุงรักษาไม่หนักเกินความสามารถผมตามสไตล์ Toyota แล้ว เป็นอะไรที่ยอมรับได้ ประกอบกับความรู้สึกสะใจเล็กๆที่ผมได้รถคันนี้มาขับ มันพาให้ผมหวนนึกไปถึงความทรงจำวัยมัธยมต้น ที่ผมยังเป็นเด็ก ที่ยังทำอะไรไม่ได้นอกจากเพียงแค่ได้นั่งรถ Toyota Camry 2.4v สีเทาของครอบครัวเพื่อนสักครั้ง จนกระทั่งมองรถคันนั้นขับออกไปจากหน้าบ้านผม เมื่อวันนึงในวัย 24 ที่ผมโตพอจะไล่ตามความฝันวัยเด็กอีกสักครั้ง แทนที่จะเอาเงิน ราวๆ 4 แสนบาท ไปดาวน์รถป้ายแดงแทน มันแลกกันไม่ได้เลยจริงๆกับความรู้สึกเหล่านั้น..

     รถ Ford Fiesta ที่ผมเคยใช้ เป็นรถที่ดีมากในระดับ B-Seg (อาจเพราะรถผมเป็น Ford ปลอมมั้งครับ ทำให้ผมไม่เจอปัญหาการใช้งานใดๆเลย เดินทางร่วมกันมา 140,000 กิโลมีแต่ช่วงเวลาที่ดี) มันให้ทั้งประสบการณ์ในวัยมหาลัย ในการออกไปทำงาน ไปเที่ยว หรือพาแฟนเดท หลอมรวมให้เป็นความทรงจำที่เหนียวแน่นเกินกว่าจะเป็นแค่รถ จนเมื่อมาเจอ Camry คันนี้ อาจจะมีบางข้อที่ทำให้คิดถึงคันเก่าบ้าง แต่ภาพรวมมันสามารถพาผมหลุดพ้นและก้าวผ่านช่วงวัยนี้ไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์เท่าที่มันจะทำได้ แม้ว่าจะเพิ่งใช้เวลาร่วมกันแค่เพียง 6 เดือนเท่านั้น ผมค่อนข้างพอใจครับ การขับขี่อาจจะไม่ดีที่สุด แต่ครอบคลุมความต้องการของผมดีเยี่ยมครับ แอบติดใจ Toyota นิดๆซะแล้ว คิดว่าวันนึงผมคงจะมีใจไปเล่น Lexus ตระกูล CH หรือ LS ได้ไม่ยากเลย

     หวังว่าพี่ๆในบอร์ดจะเพลิดเพลินกับการอ่านเรื่องราวการได้รถคันนี้มาใช้ของผมนะครับ ขอบคุณครับ 😊






 ด้านล่างจะเป็นรูปถ่ายเล่นๆทั่วไปครับ

d24e79d682580c315109fb0b3ea7cdde.jpg" border="0
70c9beebb814942e91fd6133aeb51386.jpg" border="0
1f4b3c8af4950df8e7974bab3d481c44.jpg" border="0
b8f28c009cb25e9bfece512faa269cfc.jpg" border="0
6a63b364c48c678476d9af8c33e7e1d8.jpg" border="0
d14b78abb5d99a962ecb75af5899bbcd.jpg" border="0
85b8d9fccb6f1fcf79b9d38623678791.jpg" border="0
08bd8eaa30027ac8a7816cd1dcecc756.jpg" border="0
6858bff882fe77618f72e9877a78b0c6.jpg" border="0
5da2ca72c6f9afae888d1fc7752eb9d5.jpg" border="0
af5e383ecf7c5730e6d35e69d100999c.jpg" border="0


   



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 18, 2020, 04:05:50 โดย T.Buzz »

ออฟไลน์ Valsartan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,151
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2020, 21:00:44 »
อ่านเพลินเลยครับ รถ gen เดียวกับผมเลยแต่ของผมเป็น 2.0g extremo ตอนช่วงปลายปีที่แล้วผมก็มีอาการกินซ้ายและรู้สึกว่าช่วงล่างสะเทือนแบบรับไม่ได้เลยครับ ผมไม่กล้าขับถึง 140 เลย เพราะแค่ 120 เจอรอยต่อทางด่วนล้อก็พร้อมจะปัดแล้ว

ต่อมาเลยเอาไปยกช่วงล่างใหม่หมดที่ศูนย์ ราคาเอาเรื่องอยู่แต่ออกมาขับดีขึ้น 80% เลยครับ ตอนนี้กด 140 ได้ไม่ต้องเกร็งเหมือนเมื่อก่อน ส่วนตัวผมก็กะว่าจะใช้ไปอีก 5 ปีเช่นกันครับ  :D
Current cars:
2018 - Volvo XC60 R-design
2020 - Mercedes C43 Sedan
(Review C43 https://community.headlightmag.com/index.php?topic=74848.0)

ออฟไลน์ T.Buzz

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
  • ผ่าน Fiesta มาได้ คันอื่นก็สบาย
    • อีเมล์
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2020, 21:50:56 »
อ่านเพลินเลยครับ รถ gen เดียวกับผมเลยแต่ของผมเป็น 2.0g extremo ตอนช่วงปลายปีที่แล้วผมก็มีอาการกินซ้ายและรู้สึกว่าช่วงล่างสะเทือนแบบรับไม่ได้เลยครับ ผมไม่กล้าขับถึง 140 เลย เพราะแค่ 120 เจอรอยต่อทางด่วนล้อก็พร้อมจะปัดแล้ว

ต่อมาเลยเอาไปยกช่วงล่างใหม่หมดที่ศูนย์ ราคาเอาเรื่องอยู่แต่ออกมาขับดีขึ้น 80% เลยครับ ตอนนี้กด 140 ได้ไม่ต้องเกร็งเหมือนเมื่อก่อน ส่วนตัวผมก็กะว่าจะใช้ไปอีก 5 ปีเช่นกันครับ  :D

โช้คอัพรุ่นนี้ลาโลกไวมากๆครับ เท่าที่ได้ยินมา ส่วนตัววางแผนไว้ว่าจะเล่นของ Bilstein ทันทีที่พังเลยครับ

ออฟไลน์ Nutty eiei

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 240
    • อีเมล์
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2020, 22:07:54 »
ดีใจกับรถใหม่ด้วยครับ ได้รถที่ถูกใจอะไรๆก็ดีครับ เคยนั่งตัว 2.0G ภายในมันกว้างมาก ดีมาก แต่เครื่องมันอืดไปหน่อยครับ โดยรวมคือนั่งสบายมากครับ

ออฟไลน์ T.Buzz

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
  • ผ่าน Fiesta มาได้ คันอื่นก็สบาย
    • อีเมล์
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2020, 22:24:45 »
ดีใจกับรถใหม่ด้วยครับ ได้รถที่ถูกใจอะไรๆก็ดีครับ เคยนั่งตัว 2.0G ภายในมันกว้างมาก ดีมาก แต่เครื่องมันอืดไปหน่อยครับ โดยรวมคือนั่งสบายมากครับ

ขอบคุณมากครับ :) สำหรับผมเป็นรถที่นั่งสบายจริงๆครับ เวลาขับคันอื่นแล้วมารถตัวเอง คือดี

ออฟไลน์ Sakutaro

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 284
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2020, 22:49:29 »
 :)ยินดีที่ได้รถถูกใจครับผม
นอกจากนั้นรถคันแรกที่เก็บตังค์ซื้อผมก็คือ เฟียสต้าเกียร์เทพเช่นเดียวกัน ผ่านร้อนหนาวมาเยอะ ผ่านมาอีกหลายคัน
จำต้องปล่อยไป เหลือไว้แค่โฟกัส2.0gdi และก็เจ้าตลาด
ทุกวันนี้ยังเก็บโฟกัสไว้เสพช่วงล่างอยู่ เนื่องจากเจ้าตลาดให้อารมณ์นั้นไม่ได้ ขับขี่ไปไหน เดินทางปลอดภัยครับผม 8)

ออฟไลน์ The Mechanics of Emotions

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,440
    • อีเมล์
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2020, 19:12:58 »
ยินดีด้วยนะครับ Camry รุ่นนี้ก็ยังเป็นรุ่นที่สวยที่สุดในสายตาผมอยู่ รถสวยครับ
2010 BMW 325i M Sport
2016 Mazda CX-5 2.0S

ออฟไลน์ zumo

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2020, 17:26:24 »
คันที่บ้าน 2.4 ปี 08 วิ่งไปแค่ 109000 km  จอดซะมาก จนจะเปลี่ยนโช๊คที่ศูนย์ ชุดที่ 2 พรุ่งนี้แล้วครับ
ใช้โตโยต้า มีโปรฯชวนเข้าศูนย์มาเรื่อย เช็คฟรีต่างๆ  ช่วงนี้ซ่อมเกี่ยวกับช่วงล่างลด 20% ซะด้วย

เสียที่เวลาช่วงเช็คระยะ ถ้ามีเสนอรายการซ่อม มีรายการควบอะไหล่ตลอด ก็ดีถ้าเป็นสิ่งที่รื้อยาก จะได้ทำทีเดียว
 แต่ถ้ารู้เรื่องรถบ้าง ก็จะรู้ว่าบางชิ้นไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทันทีก็ได้

เอาอัลติสอีกคันเข้าเช็คระยะ เจอคราบน้ำยาหม้อน้ำ ตรงช่วงต่อสายยางใต้ฝาหม้อน้ำซึมให้เห็นนิดหน่อย
เสนอรายการ ให้เปลี่ยนทั้งฝา และหม้อน้ำใหม่เลย ดีที่พอจะดูรถเป็นอยู่บ้าง ตอนนี้เลยล้างคราบให้สะอาด
และสั่งฝาหม้อน้ำแท้รอไว้ ว่าจะลองเปลี่ยนจากของถูกก่อนดีกว่าครับ

ออฟไลน์ ToRToNGPaT

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,661
    • FB Page : ติดตามต้อง
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2020, 12:59:25 »
คุณพ่อใช้ Camry โฉมนี้ เป็นรถประจำตำแหน่ง ตั้งแต่ป้ายแดง แต่เป็นตัว 2.0G มี 2007 มันเป็นรถที่โอเคมากๆเลยนะครับ นั่งสบาย ทนทาน ซ่อมถูก ไม่จุกจิก เคยเจอหนักๆครั้งเดียว คือ คอมแอร์ลาโลก ระหว่างขับกลับจากต่างจังหวัด ตอนที่คืนรถไป ใช้ไป 11 ปี 250,000 โล สบายยังพอโอเคอยู่ ขนาด 2-3 ปีสุดท้าย ไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่เลย

ได้ตัว2.4 น่าใช้กว่า 2.0 เยอะครับ 2.0 คันที่พ่อใช้เป็น 4AT เติม Gas95 E10 ได้เท่านั้น ในเมืองเปลืองพอสมควร โชคดีได้ค่าน้ำมัน ไม่งั้นคงคิดหนักแน่ๆ
My Car = My Friend

2017 Honda HR-V 1.8 E Limited CVT Ruse Black Metallic (ไอ้หมูชะมวง)
2016 Honda Jazz 1.5 SV CVT Attract Yellow Pearl (เจ้าถุงทอง)

FB Page : ติดตามต้อง

ออฟไลน์ PKS8

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,893
    • อีเมล์
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2020, 14:02:49 »
ผมมาจากยุโรป แล้วมาติดใจ Toyota เหมือนกันครับ อย่าไปเสียดายครับที่ไม่ได้ E39 ผมผ่านมาแล้วทั้ง 39 60 มือสอง ซ่อมจนเบื่อครับ

Camry รุ่นนี้ เป็นรุ่นที่พิมพ์นิยมมากๆ ลูกค้าผมหลายคนไมล์จะ 3แสน แล้วยังไม่ขายเลยครับ เพราะมันไม่มีอะไรกระตุกต่อมอยากขายมันเลย รถทนมากๆครับ

ยินดีด้วยครับ
2015 Subaru XV Sport
2015 Mitsubishi Pajero Sport GT Premium
2020 Subaru Forester i-S

ออฟไลน์ infocus

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2020, 16:10:25 »
ยินดีกับรถใหม่ด้วยครับ ผมก็ใช้Camry3.5Q โฉมนี้อยู่เหมือนกันครับ ถูกใจมากเช่นกันครับ

ออฟไลน์ 20TRF

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 368
    • อีเมล์
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2020, 10:22:00 »
รีวิวได้เพลินดีครับ ยินดีกับรถที่ถูกใจด้วยครับ

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 21,793
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2020, 15:07:46 »
ได้รถที่ถูกใจ ยินดีด้วยครับ

ออฟไลน์ Best86

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 12
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2020, 09:50:13 »
รูปถ่ายสวยครับ เหมือนรูปจากกล้องฟิล์มเลย

ออฟไลน์ T.Buzz

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
  • ผ่าน Fiesta มาได้ คันอื่นก็สบาย
    • อีเมล์
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2020, 02:33:02 »
รูปถ่ายสวยครับ เหมือนรูปจากกล้องฟิล์มเลย

ยกความดีให้แอพ VSCO เลยครับผม ^^

ออฟไลน์ lucifer

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 47
    • PIXPROS
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2020, 08:15:51 »
ดีใจกับรถใหม่ด้วยครับ  8) 8)

วกกลับไปเรื่องรถกินซ้าย  อันนี้ทดสอบง่ายๆด้วยการสลับยางหน้าหลังดูครับ  ส่วนหนึ่งก็คือ ยางมีการสึกที่ไม่เท่ากัน  เนื่องจากรถรุ่นนี้ ล้อหน้าช่วงล่างเป็น Macpherson strut ซึ่งเป็นมาตรฐานของโตโยต้า  และถ้าผมจำไม่ผิดเขาจะปรับมุมอะไรแก้ไม่ได้เลย นอกจากมุม Toe เท่านั้น ( ตามประสา MacPherson strut ที่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่สามารถแก้มุม Camber และ Caster ได้เลย  ยิ่งรถที่มีอายุการใช้งานมากขึ้น สปริงจะเริ่มล้า )  บางทียางอาจจะกินข้าง หรือ สึกด้านข้างได้อีกนิดๆหน่อยๆ  บวกกับที่ไม่สามารถปรับมุมล้อชดเชยได้  จึงทำให้มีอาการกินข้างได้  ส่วนใหญ่สลับยางแล้วจะดีขึ้น หรือ ไม่ก็เปลี่ยนยางใหม่ครับ

ลองหาสปริงเบิกห้างมาใส่ดูก็ดีครับ  ผมเชื่อว่ารถเกิน 10 ปี  สปริงน่าจะเริ่มล้าและทรุด ยางเบ้าชอคตัวบนก็น่าจะเริ่มมีคุณสมบัติถดถอยลง

ออฟไลน์ berm

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 488
Re: รีวิวรถ 2007 Toyota Camry 2.4 ในมุมมองของคนเคยใช้รถเล็ก
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2020, 14:46:05 »
ใช้แล้วจะติดใจครับ camry  คันที่ใช้ปัจจุบันใช้มา 17 ปี แล้วทนทานดีมาก
ไปดูรุ่นใหม่ ไม่ชอบตรงช่องเก็บของกระจุกกระจิกมีนิดเดียวเอง
เบาะก็เตี้ยสู้รุ่นเก่าไม่ได้ ก็เลยใช้ต่อมาเรื่อยๆครับ