ผู้เขียน หัวข้อ: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ  (อ่าน 15350 ครั้ง)

ออฟไลน์ frame@kk

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,116
    • อีเมล์
ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2020, 22:17:40 »
ผมอยู่ที่ขอนแก่น วันนี้เพิ่งได้ไปทดลองขับที่ศูนย์มาครับ รถเริ่มลงโชว์รูมวันที่ 11 ที่ผ่านมาก็เพิ่งได้ไปดูรถตัวจริงและทดลองขับมาครับ

เริ่มจากรีวิวตัวรถก่อนนะครับ

ภายนอก

ผมสูง 170 ตัวรถคันใหญ่กว่าเดิมมากครับ รู้สึกว่าการขึ้นลงต้องปีนค่อนข้างเยอะครับ แต่ดีที่มีมือจับให้โหนขึ้น ก็เลยสะดวกไปอีกแบบ
ข้างหลังสูงมาก ยกของขึ้นลง ถ้าเป็นของหนักอาจจะลำบากหน่อย เพราะท้ายสูงจริงๆ
ล้อ 20 ตัวจริงสวยครับ ดูเต็มมากๆ  ความสวยด้านการออกแบบ แล้วแต่คนชอบเลยครับอันนี้ไม่ขอพูดถึง

ภายใน
เบาะดีงามมากครับ ตัวเบาะนุ่มมากทั้ง 3 แถว ส่วนวัสดุหนังที่ใช้ก็ค่อนข้างดีเลยครับ
ข้อที่ผมจะติ มีเรื่องวัสดุของพลาสติก ไม่รู้เพราะการกัดลายหรือการเลือกใช้พลาสติกนะครับ มันให้ความรู้สึกสากมือมาก ซึ่งไม่ใช่แค่บางจุด
แต่เป็นเกือบทุกจุดที่เป็นพลาสติกในตัวรถ พอกลับบ้านมี ถึงบางอ้อเลยว่าผิวสัมผัสมันเหมือนกับของ "วีออสเห็บหมา" ที่บ้านที่อายุเป็น 10 ปีแล้วเป๊ะเลย
อีกเรื่องก็วัสดุบุหลังคา ที่จับไปแล้วค่อนข้างแข็งและบางมาก ถ้ากดก็คงทะลุแน่ๆ ตรงนี้แอบลดต้นทุนไปเยอะเหมือนกัน
วัสดุตรงที่วางแก้วเบาะแถวที่ 2 ก๊องแก๊งไปจริงๆ

การนั่งอันนี้เทียบกับ captiva ตัวเก่าที่ใช้อยู่ ผมให้ชนะแบบไม่ต้องสงสัยเลยครับ กว้างกว่า แถว 3 นั่งได้แน่นอน 170 ผมหัวไม่ติด นั่งแถว 3 ได้
จะมีก็แค่เรื่องแถว 2 เลื่อนหน้าหลังไม่ได้ ในกรณีที่ถ้าต้องมานั่งหลังคนขับใช้พื้นที่นั่งเยอะ เท้าอาจจะติดข้างล่างเบาะหน่อยๆ รำคาญหน่อยๆครับ
เบาะคู่หน้าตรงขอชมว่านุ่มสบาย เดินทางไกลน่าจะดีมาก พนักไม่ดันหัว อันนี้ประเสริฐสุด ขับ mazda 3 ดันหัวแล้วใจจะขาด

การขับขี่

ได้เทส 2 รอบยาวๆครับ ขับอ้อมเมืองเลยครับ รอบแรกได้เป็นผู้โดยสาย ผมนั่งแถว 2 คุณแม่นั่งแถว 3 โดยมาลค.ท่านอื่นเป็นผู้ขับ รอบ 2 ได้ขับเอง การขับขี่
เวลาเจอหลุมเจอขรุขระ ทางที่ปะด้วยยางมะตอย บนถนนเลี่ยงเมือง ถือว่าเอาอยู่ นิ่มแบบผิดคาดเหมือนกันครับ
ความนุ่มนี่หนีการความที่เป็นพื้นฐานรถกระบะมาได้ไกลเลยครับ  เจอทางที่เป็นคอนกรีตไม่เรียบก็ทำไ้ด้ดี
แต่ถ้าซัดโครงแรงๆตัวรถจะยุบค่อนข้างเยอะ ถ้าเป็นคนที่ขับสายมุด บอกเลยค่อนข้างไม่ค่อนมั่นใจเวลาขับเท่าไหร่ มุดเบาๆไปได้
แต่ถ้าสายมุดโหดๆ ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่แนวทางของรถจริงๆ  พวงมาลัยเบาดีจริงๆ อันนี้บอกเลยว่าคุณแม่ก็ขับได้สบายๆ

อัตราเร่ง
เครื่อง 3.0 คันเร่งเซ็ตมาตามแบบฉบับอีซูซุครับ ไม่มาไวแน่ๆ แต่ถ้าจับเวลาก็เร็วปกติครับ แต่ฟิลมันไม่ติดเท้าขนาดนั้น
แต่กดก็มาครับ มี paddle shift ให้เล่น ก็ถือว่าช่วยได้ระดับนึงเวลาเร่งแซงจะได้ไม่ต้องกดคันเร่งเยอะ ใช้ลดเกียร์เอา
ขับไหลๆไป ก็มี 130-140 สบายๆครับ  เสียงลมจะดังหลัง 130 ขึ้นไปครับ ช้ากว่านั้นผมถือว่าเงียบครับ
ที่ดังจริงๆคือเสียงเครื่องเวลาเร่งครับ ดังเข้ามาชัดเจนครับ
เครื่อง 1.9 รถเทสยังไม่ลงครับ เดี๋ยวลงแล้วจะไปลองใหม่
เรื่องความแรง เซลล์แนะนำใส่กล่องเอาเวลาเข้าศูนย์ก็เปลี่ยนกล่องเดิมใส่ ประกันไม่ขาด แนะนำได้ ดีไปอีกทางสำหรับ 1.9

โดยรวมการขับขี่ ช่วงล่างผมยอมรับเลยว่านิ่มจริง ขับไกลๆนิ่งจริง เก็บอาการถนนได้ดีจนแอบลืมนิดๆว่าพื้นฐานกระบะ
สายมุดไม่ใช่ทางแน่ๆ ผ่านไปเลย หรือ ต้องเอาไปปรับช่วงล่างที่ถูกใจเอา เพราะค่อนข้างโยนเยอะ ตอนมุดหนักๆ เวลาเจอถนนที่เป็นคลื่นๆ ถ้าทางตรงไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นคลื่นแล้วเจอในโค้ง รถจะมีอาการส่ายเห็นได้ชัด

ระบบ ADAS

ได้ใช้ทั้งนอกเมืองและในเมืองครับ ก็ตามที่หลายๆรีวิวเคยทำไว้ของระบบ driver-assistance ทำงานได้เต็มระบบดีครับ
รถตัดหน้าเข้ามาตัวกล้องก็จับได้ค่อนข้างเร็วและเบรคให้ครับ โอเคเลย ลองเซ็ตแล้ววิ่งไหลๆเข้าไฟแดง ก็ลดความเร็วลงให้นิ่มนวลดี
แต่ถ้ารถคันหน้าจอดติดไฟแดงอยู่ แล้วเราวิ่งเข้าไป ไม่ได้ไหลๆตามกันไป รถมันเบรคฉุกเฉินให้ ในระยะใกล้มาก หัวทิ่มกันไปเลย
อันนี้ลองแบบช้าๆ ครั้งเดียวพอ อันตรายเกินไป เหมาะกับเป็นระบบฉุกเฉิน ใช้ในยามฉุกเฉินพอแล้วครับ
ตัวแจ้งเตือนออกนอกแลนก็แอบเสียดายที่ไม่มีดึงกลับ แต่ก็เข้าใจได้ว่ามันต้องมาพร้อมกับพวงมาลัยไฟฟ้า แต่ตัวนี้ยังไม่ได้เป็นไฟฟ้า 


สรุปคือ ด้วยราคาค่าตัวแบบนี้ กับออฟชั่นแบบนี้ผมว่าขายดีแน่ๆ งวดนี้อีซูซุทำรถดีอ่ะ ในหลายๆจุดที่ติไป ก็เป็นผลที่ได้รับต่อมาจาก D-MAX ด้วย โดยเฉพาะ เรื่องพลาสติกในห้องโดยสาย ผมมองว่าถ้าต้องหา SUV/PPV เจ้านี่ก็น่าจะเป็นตัวเลือกได้ไม่ยากนะครับ
จากตัวก่อนไม่แนะนำให้เอามาเป็นตัวเลือกเลยด้วยซ้ำ เพราะมันห่างชั้นกันเกินไป แต่ตัวใหม่มา ผมว่าแข่งขันในตลาดได้สบายๆ
ขอลอง 1.9 อีกที่ว่าจะลากตัวถังที่หนักขนาดนี้ อาการจะออกมาแบบไหน ลากไหวอยู่แล้ว แต่จะตื้อๆหรือเปล่าต้องขอลองอีกทีครับ

รถเหมาะกับครอบครัวจริงๆครับ แต่ต้องเป็นครอบครัวที่ไม่มีผู้สูงอายุนะครับ ขึ้นลงต้องโหนระดับนึงเลยครับ
ส่วนตัวผม ชอบคันนี้ครับ เพราะเหมาะกับสไตร์การขับขี่ผมด้วยเรื่อยๆ ขับเร็วแค่ตรงๆยาวๆ สามารถรูดถนนไม่ดีได้ ผมเดินทางทั่วภาคอีสาน
ผมอาจจะตรงกับกลุ่มเป้าหมายของ การเช็ตช่วงล่างของ MU-X ก็ได้ครับ
ลูกกำลังเข้าเตรียมอนุบาล อยู่ครอบครัวใหญ่ มีคุณพ่อคุณแม่ที่ยังไม่สูงอายุ ขึ้นลงได้สบาย
คันต่อไปผมอาจจะเป็นเจ้านี่ก็เป็นได้ครับ ด้วยความที่เป็นอีซูซุด้วย ในบ้านเราก็ถือว่าเชื่อมั่นในแบรนด์ได้
ถ้าไม่งั้นคงไปแนวรถตู้ไปเลยครับ  ตอนนี้รอดู H1 ใหม่ก่อนครับ ตัวปัจจุบันก็ชอบครับ แต่ออฟชั่นมันหลงยุคไปแล้วครับในสมัยนี้


ถ้ามีใครได้ไปลองขับแล้วมาแชร์กันได้นะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 15, 2020, 22:22:02 โดย frame@kk »

ออฟไลน์ dht_tubes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,213
    • อีเมล์
Re: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2020, 23:03:21 »
โอ้ว ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ เยี่ยมมากๆ ผมก้อรอจังหวะจะไปลองบ้างเหมือนกัน

ไม่ทราบว่าได้ลอง Adaptive cruise control stop&go มั้ยครับ

แล้วฟีลแป้นเบรคเป็นไงมั่งครับ ตื้น ลึก ประมาณไหน ฟีลเบรคดูดเท้าดีมั้ยครับ

ออฟไลน์ frame@kk

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,116
    • อีเมล์
Re: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2020, 23:58:08 »
โอ้ว ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ เยี่ยมมากๆ ผมก้อรอจังหวะจะไปลองบ้างเหมือนกัน

ไม่ทราบว่าได้ลอง Adaptive cruise control stop&go มั้ยครับ

แล้วฟีลแป้นเบรคเป็นไงมั่งครับ ตื้น ลึก ประมาณไหน ฟีลเบรคดูดเท้าดีมั้ยครับ

เหมือนผมจะลืมเขียนเรื่องเบรคไปจริงๆ 55555
เบรคมาแนวนุ่มแน่นครับ จะเริ่มรู้สึกเบรคเยอะๆ ต้องกดซัก 30% ขึ้นไปครับ เบรคแนวอีซูซุครับที่จะไม่ทิ่ม ไม่จึ๊กๆในตอนแตะลงไปเลย
กระจายแรงเบรคค่อนข้างดีครับ ลองเบรคจาก 150 ลงมาเหลือประมาณ 70-80 ก็ถือว่าเอาอยู่ครับ
ผมว่าเวลาเบรคให้เหยียบลงไปเลย ถ้าสายแตะๆ จะไม่ค่อยรู้สึกว่ารถชะลอความเร็วลง ผมให้ฟิลนุ่ม ระยะค่อนไปทางลึกหน่อย

Adaptive cruise control stop&go ได้ใช้ครับ ถ้าจะซื้อคันนี้ก็คงเพราะระบบนี้ด้วยแน่ๆ
รถชะลอให้จนหยุดนิ่งครับ  3 วินาทีก็เคลื่อนตามคันหน้าออกไปต่อได้เลยครับ ได้มีแบบรถตัดหน้าเข้ามาแบบไม่กระชั้นชิดมา กล้องก็จับรถคันนั้นได้เร็วเลยนะครับ แล้วก็ชะลอความเร็วลงให้เลย ถือว่าดีเลยครับ

ออฟไลน์ Hayachan

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
    • อีเมล์
Re: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2020, 00:50:19 »
สอบถามเรื่องกล่องหน่อยครับที่เซลแนะนำว่าตอนใช้ก็ใส่ ตอนเอาเข้าศูนย์ให้ถอด มันถอดเข้าออกง่ายหรอครับ ผมคิดว่ามันน่าจะต้องไปยุ่งกับพวกปลั๊กหัวฉีดกับเดินสายมาในรถด้วยคงยุ่งยากแน่ๆเลย

ออฟไลน์ kiwiwi

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,489
Re: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2020, 07:04:53 »
จริงๆ isuzu เค้าทำรถ ppv นุ่มนิ่มตั้งแต่ mu7 แล้วครับ
แต่พอทำร่วมกับ chev ใน mu x เจนแรกเลยได้ความแข็งนิดๆของเค้ามา

ครั้งนี้เป็นตัวจองตัวเอง เลยกลับมาทำตามนโยบายเดิมคือนั่งสบายทุกที่นั่ง คือ ช่วงล่างชิลๆ อันนี้ผมต้องขอชมเลย

ส่วนตัวผมนะ ระหว่างช่วงล่างนุ่มๆ ถ้า set ให้ firm ขึ้น แก้ง่ายกว่า ช่วงล่างแข็งๆแล้วจะทำให้นุ่มขึ้นเสียอีก


ออฟไลน์ frame@kk

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,116
    • อีเมล์
Re: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2020, 08:04:13 »
สอบถามเรื่องกล่องหน่อยครับที่เซลแนะนำว่าตอนใช้ก็ใส่ ตอนเอาเข้าศูนย์ให้ถอด มันถอดเข้าออกง่ายหรอครับ ผมคิดว่ามันน่าจะต้องไปยุ่งกับพวกปลั๊กหัวฉีดกับเดินสายมาในรถด้วยคงยุ่งยากแน่ๆเลย

อันนี้ผมยังไม่ได้สอบถามเชิงลึกครับ
ถ้ายังไงวันที่เข้าไปลอง 1.9 ผมจะลองสอบถามให้อีกทีนึงครับผม

ออนไลน์ Valsartan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,451
Re: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2020, 08:10:44 »
ที่บ้านผมก็สนใจอยู่ครับ ว่าจะเอามาแทนฟอร์จูนเนอร์คันเก่าใช้มาเกือบ 13 ปี แต่มันดันไม่ยอมมีอะไรเสียสักที คงต้องหาเรื่องเปลี่ยนหาเหตุผลมาให้ได้ก่อนครับ
Current cars:
2018 - Volvo XC60 T8 R-design (Stock)
2020 - Mercedes C43 Sedan FL (tuned)
(Review https://community.headlightmag.com/index.php?topic=79186.0)
2021 - BMW 530e M sport LCI (Stock)
(Review https://community.headlightmag.com/index.php?topic=79736.0)

ออฟไลน์ frame@kk

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,116
    • อีเมล์
Re: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2020, 08:16:32 »
จริงๆ isuzu เค้าทำรถ ppv นุ่มนิ่มตั้งแต่ mu7 แล้วครับ
แต่พอทำร่วมกับ chev ใน mu x เจนแรกเลยได้ความแข็งนิดๆของเค้ามา

ครั้งนี้เป็นตัวจองตัวเอง เลยกลับมาทำตามนโยบายเดิมคือนั่งสบายทุกที่นั่ง คือ ช่วงล่างชิลๆ อันนี้ผมต้องขอชมเลย

ส่วนตัวผมนะ ระหว่างช่วงล่างนุ่มๆ ถ้า set ให้ firm ขึ้น แก้ง่ายกว่า ช่วงล่างแข็งๆแล้วจะทำให้นุ่มขึ้นเสียอีก

ที่บ้านเคยใช้ thairung adventure 4x4 ตัวนี้มาแนวนุ่มแต่ย้วยหนักเลย พอเปลี่ยนโช๊ค 4 ต้น จำแบรนด์ไม่ได้แล้ว จบเลยเพิ่มความแน่นเข้ามา ใช้เต็มๆ 10 กว่าอีก ก็ใช้มายาวๆจนได้ขาย แล้วมาใช้ captiva ดีเซล ใช้มาจนถึงปัจจุบันครับ
เจ้านี่ขับเร็วไม่ห่วง 120 ขึ้นยังนิ่ง แต่ความเร็วต่ำค่อนข้างแข็งเลย

ผมเห็นด้วยกับเรื่องที่ว่าช่วงล่างนุ่มแล้วเอามาเช็ดให้เฟิร์มได้ง่ายกว่าช่วงล่างที่แข็งเป็นทุนเดิมอยู่แล้วครับ

ออฟไลน์ O_o"

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9,395
Re: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2020, 09:20:06 »
สอบถามเรื่องกล่องหน่อยครับที่เซลแนะนำว่าตอนใช้ก็ใส่ ตอนเอาเข้าศูนย์ให้ถอด มันถอดเข้าออกง่ายหรอครับ ผมคิดว่ามันน่าจะต้องไปยุ่งกับพวกปลั๊กหัวฉีดกับเดินสายมาในรถด้วยคงยุ่งยากแน่ๆเลย

คงหมายถึงถอดแค่กล่องพ่วงออกครับ ส่วนสายไฟเค้าเดินสายเก็บให้อย่างดี ถ้าช่างที่ศูนย์ไม่เปิดฝาครอบเครื่องยนต์ออกก็ไม่เห็นชุดสายไฟพ่วงกับหัวฉีด


ออฟไลน์ frame@kk

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,116
    • อีเมล์
Re: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2020, 09:20:19 »
ที่บ้านผมก็สนใจอยู่ครับ ว่าจะเอามาแทนฟอร์จูนเนอร์คันเก่าใช้มาเกือบ 13 ปี แต่มันดันไม่ยอมมีอะไรเสียสักที คงต้องหาเรื่องเปลี่ยนหาเหตุผลมาให้ได้ก่อนครับ

ผมยังหาเรื่องจะเปลี่ยนเจ้าวีออสเห็บหมาออกอยู่เลยครับ แต่มันไม่ยอมพังซะที ซ่อมก็ถูก ทนเกิ๊น

ออฟไลน์ dht_tubes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,213
    • อีเมล์
Re: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2020, 09:21:47 »

ส่วนตัวผมนะ ระหว่างช่วงล่างนุ่มๆ ถ้า set ให้ firm ขึ้น แก้ง่ายกว่า ช่วงล่างแข็งๆแล้วจะทำให้นุ่มขึ้นเสียอีก

ยอดจองตอนนี้ หลายคันคงเป็นของร้านรับแต่งช่วงล่างแหงๆ 555

ขอความรู้นิดครับว่า ช่วงล่างนุ่มเซตง่าย เพราะอะไรครับ หรือแค่ปรับความหนืดก้อดีขึ้นชัด แต่พวกที่แข็งมาแต่เกิดมันเป็นที่โครงสร้างอออกแบบแต่แรก ประมาณนี้ใช่มั้ยครับ

ออฟไลน์ NS

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,611
  • การเดินทางครั้งใหม่
Re: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2020, 09:40:03 »
ก่อนนี้ก็เล็ง​ fortuner​ ไว้​ เพราะน้องใข้  pajero​'18 รู้สึกไม่ประทับใจเท่าไหร่​ส่วน​ mu-x​ ไม่เคยคาดหวังอะไรตั้งแต่ออกมา​ แต่มาโฉมนี้ผิดคาด​ ถ้าได้ทีมออกแบบจาก​ Mazda มาช่วย​จริงก็ถือว่าเป็นบุญของ​ isuzu​ เลย​ ขอให้ไม่มี​ defect นะครับ​ แล้วเจอกันตอน​ minor อีกที​ 😄
จะเลือกรถหรือเมีย....

...รถสิคร๊าฟ

ออฟไลน์ kiwiwi

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,489
Re: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2020, 09:51:44 »

ส่วนตัวผมนะ ระหว่างช่วงล่างนุ่มๆ ถ้า set ให้ firm ขึ้น แก้ง่ายกว่า ช่วงล่างแข็งๆแล้วจะทำให้นุ่มขึ้นเสียอีก

ยอดจองตอนนี้ หลายคันคงเป็นของร้านรับแต่งช่วงล่างแหงๆ 555

ขอความรู้นิดครับว่า ช่วงล่างนุ่มเซตง่าย เพราะอะไรครับ หรือแค่ปรับความหนืดก้อดีขึ้นชัด แต่พวกที่แข็งมาแต่เกิดมันเป็นที่โครงสร้างอออกแบบแต่แรก ประมาณนี้ใช่มั้ยครับ
ส่วนใหญ่อยู่ที่โช้คและค่า k ของสปริงครับ

ถ้านุ่มๆอย่างmu x ตัวปัจจุบันและ pjs เปลี่ยนแค่โช้ค ส่วนใหญ่จะจบครับ หรือถ้าเอาแบบลวกๆบ้านๆประหยัดๆ สไตล์ลูกทุ่งๆ(แต่เสี่ยง)​คือเข้าร้านอั๊พเกรดโช้คต้นละๆ 2000 ก็จบเช่นกัน(ยาวไม่ยาวไม่การันตี)​

แต่ถ้าแข็งๆตันๆอย่าง ftn และ everest ผมเห็นว่าต้องจบทั้ง set คือ spring + โช้ค ครับ

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 22,814
Re: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2020, 15:24:13 »
เห็นด้วยเรื่อง พลาสติก มากๆครับ ผมไม่ได้ติดเรื่องใช้ พลาสติก

เข้าใจว่าลดต้นทุน เพราะได้ใส่ option ต่างๆมาดี เลยต้องขอลดต้นทุนตรงส่วนอื่นไปบ้าง แต่ก้ไม่น่าเอา พลาสติก หยาบๆ แบบนั้นมาใส่ในรถเลย

ออฟไลน์ Windynamic

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 79
Re: ไปทดลองขับ ISUZU MU-X 3.0 2WD มาขออนุญาติแชร์ครับ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2020, 09:15:29 »
ที่บ้านผมก็สนใจอยู่ครับ ว่าจะเอามาแทนฟอร์จูนเนอร์คันเก่าใช้มาเกือบ 13 ปี แต่มันดันไม่ยอมมีอะไรเสียสักที คงต้องหาเรื่องเปลี่ยนหาเหตุผลมาให้ได้ก่อนครับ

ผมยังหาเรื่องจะเปลี่ยนเจ้าวีออสเห็บหมาออกอยู่เลยครับ แต่มันไม่ยอมพังซะที ซ่อมก็ถูก ทนเกิ๊น
ใช่ครับ ทนมากเลย ผมใช้รุ่น J ตอนนี้ยังเก็บไว้เป็นรถสำรองเลยครับ

-- พลอยสอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 28, 2021, 08:40:58 โดย Windynamic »