ผู้เขียน หัวข้อ: อยากถามความเห็นเรื่องเหตุผลการซื้อรถแบรนด์ญี่ปุ่นของคนไทยครับ  (อ่าน 2869 ครั้ง)

ออฟไลน์ pratuang

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 154
    • อีเมล์
1. ศูนย์มากครับ 2.ราคาเซอวิสไม่แพงครับ 3.ราคาประกันไม่แพงครับ 4.อะไหล่หาง่ายครับ 5.ราคาขายต่อก็อยู่ที่ระดับดีครับ 6.การขับขี่ก็ใกล้เคียงกับรถยุโรปแล้วครับ (CAMRY และ ACCORD ) 7.ราคาซื้อรถก็โอเคครับ สามารถเอื้อมถึงได้ 8. รุ่นท๊อปของญี่ปุ่นอ๊อฟชั่นมากกว่ารถยุโรปอีกครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 08, 2021, 20:44:46 โดย pratuang »

ออฟไลน์ Zephyrs

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 606
ถ้าเอาคนทั่วไปไม่ใช่คนในเวปนี้นะ หลักๆที่ซื้อรถญี่ปุ่นของคนไทยเนี่ย
1. ทนมือทนเท้า 2. ซ่อมง่าย ศูนย์บริการเยอะ 3. ไม่ซับซ้อน 4. ประหยัดน้ำมัน
แค่นี้จริงๆ ไอพวกประสิทธิภาพการขับนี่นู่นนนนนเลยข้อเกือบจะหลักสิบแล้ว

แถมด้วยก็ได้ ถ้าเป็นรถยุโรปมือ 1 มีหลักการไม่มากเลย
1. ภาพลักษณ์ 2. ความสบาย 3. เทคโนโลยีแพรวพราว
การขับขี่มาเป็นข้อ 4,5 นู่นแหละ ทนทานก็คงท้ายนู่นเลยมั้ง พอๆกับประสิทธิภาพการขับขี่รถญี่ปุ่นนั่นแหละ

ออฟไลน์ TeslaX

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,366
ซ่อมง่าย อะไหล่รอไม่นาน ศูนย์มีครบทุก77จังหวัด ต่างจากรถยุโรป จะเช็คระยะทีวุ่นวายมาก ต้องใช้รถยกข้ามจังหวัดสำหรับบางที่ๆไม่มีศูนย์บริการ

ออฟไลน์ wooot

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 247
    • อีเมล์
ด้วยงบประมาณที่มีในกระเป๋า รถญี่ปุ่นสมเหตุสมผลกับผมที่สุดครับ

พื้นฐานรถ ออฟชั่นที่จำเป็น ความสวยงามประมาณนึง และ reliability ครับ

ออฟไลน์ Auto

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,181
ตอนซ่อมนี่ละ    ถ้ามองว่ารถญี่ปุ่นซ่อมแพง   ไม่ต้องฝันรถยุโรป

ออฟไลน์ Devil13

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,137
ราคาเอื้อมถึง
ซ่อมง่าย รออะไหล่ไม่นาน
ค่าดูแลไม่แพง ต่อประกันก็ไม่แพง ทำประกันได้ตลอดจนเลิกขับ
ถึงอายุเยอะ แต่ไม่จุกจิก
ขายต่อราคาไม่หล่นมาก เมื่อเทียบกับยุโรป

ออฟไลน์ ArtofLife

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 919
รถประกอบในประเทศส่วนใหญ่ เป็นรถจากแบรนด์ญี่ปุ่น
เมื่อรถญี่ปุ่นประกอบในประเทศ ราคาจึงไม่แพงมาก
เมื่อรถญี่ปุ่นราคาไม่แพงมาก รถญี่ปุ่นจึงขายดี
เมื่อรถญี่ปุ่นขายดี จึงทำให้ค่ายมีเงินทุนไปขยายศูนย์บริการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับคนไทย
เมื่อรถญี่ปุ่นทำมาเหมาะกับคนไทย ก็เลยยิ่งขายดี เวลาจะขายมือสองก็ได้ราคา เพราะ Demand เยอะ

นอกจากแบรนด์ญี่ปุ่นแล้ว ก็ดูจะมีแบรนด์หรูจากเยอรมัน และแบรนด์จีนเท่านั้น ที่พอจะทำได้ใกล้เคียง

ส่วนแบรนด์ Mainstream จาก เกาหลี เยอรมัน ฝรั่งเศส เขาไม่เห็นความคุ้มค่าในการมาลงทุนจำนวนมากๆ ในตลาดที่ไม่ได้ใหญ่มากอย่างไทย

ออฟไลน์ Teera

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,120
    • อีเมล์

ออฟไลน์ Glazy

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 165
1.ราคาเป็นมิตรกว่า
2.ดูแลง่าย ทนทาน
Chemical Engineering
2020- BMW X1 (F48) sDrive20d Msport
2018- Toyota Fortuner 2.4V 4wd
2010- Toyota Vios 1.5at +kyb newsr

ออฟไลน์ Level Zero

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 482
ราคา กับ ในจังหวัดไม่มีศูนย์รถยุโรปเลยครับ

ออฟไลน์ Niti

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 477
รถใช้เองผมซื้อแต่รถ used ไม่ใช่ไม่อยากได้ยุโรป แต่ก็จบกับตัวเลือกฝั่งญี่ปุ่นทุกทีไปด้วยความรู้สึกว่าซ่อมดูแลแล้วจะจบ ไม่งอแงครับ  :-X
-------------------------------------------------------------
In: 350Z DE / Fortuner TRD / Harrier XU60
Out: Miata NC RHT / 86 / IS250
-------------------------------------------------------------

ออฟไลน์ ArtofLife

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 919
แบรนด์ที่เป็น Mainstream ในประเทศไทย มันก็มีแต่แบรนด์ญี่ปุ่น ส่วนแบรนด์จีน พึ่งจะเข้ามาตีตลาด

ส่วนแบรนด์ Mainstream จาก เกาหลี เยอรมัน ฝรั่งเศส พอเจอภาษีนำเข้าๆ ไป ราคามันก็อัพขึ้นจนเทียบเท่าแบรนด์ Premium แถมศูนย์บริการก็น้อย ค่าซ่อม ค่าประกัน ใกล้เคียงแบรนด์ Premium เพราะจำนวนรถที่น้อยกว่า มันก็เลยขายได้น้อย

ออนไลน์ Qwerty

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 562
1. ราคา ยุโรป Premium vs ญี่ปุ่นบ้านๆ ในขนาดเท่าๆกัน
2. การบะรุงรักษาที่  ญี่ปุ่นบ้านๆ ทำได้ดีกว่าทั้งราคา และความจุกจิก

ส่วนตัว อยากได้ ยุโรปพรีเมี่ยม "ซื้อไหวแต่ไม่คู่ควร" กลัวค่าบำรุงรักษา กลัวเสียจุกจิก ยังทำใจไม่ได้

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 23,882
ราคาเอื้อมถึง
ซ่อมง่าย รออะไหล่ไม่นาน
ค่าดูแลไม่แพง ต่อประกันก็ไม่แพง ทำประกันได้ตลอดจนเลิกขับ
ถึงอายุเยอะ แต่ไม่จุกจิก
ขายต่อราคาไม่หล่นมาก เมื่อเทียบกับยุโรป

+1

ออฟไลน์ ThisIsYuTh

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 120
ส่วนตัวเลือกรถญี่ปุ่นเพราะในราคา 2 ล้านนิดๆ รถญี่ปุ่นได้อะไรคุ้มค่ามากกว่า ตอนซื้อ CX-5 2.5T ผมเทียบ X1 กับ GLA ทั้งสองตัวเหมือนจ่ายแพงกว่า ได้ของแย่กว่าทั้งสมรรถนะ ออพชั่น ความหรูหรา แต่ได้แปะแบรนด์มาเท่านั้นเอง
2020 - Mazda CX-5 2.5T (KF)
2016 - Subaru XV (GP)
2013 - Mitsubishi Pajero Sport (KG)
2010 - Honda Civic (FD)
2006 - BMW 3 Series (E36)