ผู้เขียน หัวข้อ: ถ้ารัฐฯช่วยเหลือค่ายญี่ปุ่นโดยการให้นำเข้า K-car มาขายแบบปลอดภาษีบ้าง !!  (อ่าน 4457 ครั้ง)

ออฟไลน์ apinui

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,993
    • อีเมล์
วันก่อนผมขับรถแถวบ้านก็ไปเห็น K-car คันนึงครับ สวยและดูน่าใช้มาก ในหัวผมเลยปรีดขึ้นมาทันทีเลยว่า ถ้ารัฐฯให้ค่ายญี่ปุ่นนำเข้ารถ K-car แบบปลอดภาษีแบบรถ EV จีนบ้าง ก็น่าจะดี

ทีนี้เลยมาตั้งกระทู้ชวนคุยครับ ถ้าทำแบบนี้ได้จริง เราผู้ใช้รถจะรู้สึกอย่างไร กับรถ K-car มันน่าใช้น่าดึงดูดกว่า EV หรือเปล่า ราคาขายคำนวนจากราคาญี่ปุ่นบวกค่าขนส่งยังไงก็น่าจะถูกกว่า EV จีน (อันนี้ผมเดา)

เพื่อนๆคิดเห็นอย่างไรบางครับ ความคุ้มค่าทั้งการใช้งาน และราคา จะดีไหม ถ้ารัฐฯจะอุดหนุน k-car

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 02, 2024, 13:54:13 โดย apinui »

ออฟไลน์ whoami

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,175
    • อีเมล์
มันสวย น่ารัก ผมก็อยากได้ แต่คงไม่เหมาะกับชาวไทยส่วนใหญ่ครับ

ขนาดรถอีโคคาร์เครื่อง 1200 ยังมีคำถามยอดฮิตตามโซเชียลประมาณว่า

ขึ้นดอยนั่นนี่ไหวไหม ขับทางไกลยาวๆไหวไหม

แถมคนไทยชอบรถใหญ่ๆกว้างๆ และต้องแรงงงงง



ถ้าเอามาขายจริงก็คงขายได้เฉพาะกลุ่มเล็กๆ ถึงจะปลอดภาษีแต่คงไม่คุ้มในแง่การทำการตลาดและการสต็อคอะไหล่ของค่ายญี่ปุ่นครับ อีกอย่างรถไฟฟ้าจีนคันเล็กๆก็ทีแผนจะมาเปิดตัวบ้านเราอีกหลายรุ่น เร็วๆนี้ก็คงเป็น changan lumin
ยิ่งแข่งกันยากเข้าไปอีกครับ

ออฟไลน์ boogie2020

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,043
    • อีเมล์
นิสัยการใช้รถไม่เหมือนกันอะคับ  kCar ญี่ปุ่นออกแนวใช้ในเมืองจริง ๆ

บ้านเราใกล้เคียง kCar สุด ก็ EcoCar ยุคแรกนั่นแหละคับ แต่พอมองเห็น Trend Ecocar ในบ้านเราสิบกว่าปีที่ผ่านมาไหมละคับ .... บ้านเราเน้นใช้คุ้ม คันเดียวทำได้ทุกอย่าง ขับในเมือง ขับไปเที่ยว ขับต่างจังหวัด ขับขึ้นดอย .....   รถ Ecocar บ้านเราเลยขยายร่างขึ้นเรื่อย ๆ  จนไปทับ  B-Seg เรียบร้อย

ถ้ามาในแบบ kCar เพียว มันจะเป็นกลุ่มตลาดเล็ก ๆ ในเมืองไทยแทน เพราะถ้าขับ kCar ในเมือง เจอรถเมล์ซิ่ง ๆ  หรือกระบะยกสูงวิ่งผ่านข้าง  ๆ ดู ก็น่าจะรู้สึกว่า ชีวิตมันช่างอันตรายมากมาย กับการใช้รถสไตล์นี้ในเมืองไทย

-----------------------------------------------------------
There is no spoon
-----------------------------------------------------------

ออฟไลน์ samaklen

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,929
ลองเก็บภาษีตามขนาดรถดูสิครับ
อะไรก็จะเปลี่ยนทันที

ออฟไลน์ Zephyrs

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 915
1. แค่เจอพวกรถเมล์หรือรถใหญ่นรกวิ่งเฉียดก็โคลงแล้ว ถามพวกขับมิร่าดูก็ได้
2. เอาเข้ามาก็ไม่มีประโยชน์ บ้านเราไม่ได้มีปัญหาที่จอดรถ"เล็ก"หรือ"แคบ" แต่คือมี"น้อย" ถ้าเอา K-Car เข้ามาแล้วกินขนาดที่จอดรถ 1 ช่องเหมือนเดิม = ค่าเท่ากับเอา D-Seg มาวิ่ง ยกเว้นจะยกเลิกเส้นตีแบ่งช่องแล้วจอด
3. คนไทย mindset ยังเหมือนเดิม เจอรถเล็กต้องคิดว่าขึ้นดอยหมงหรืออะไรก็ตามตลอด ชีวิตคนพูดแบบนี้ส่วนมากก็ไม่ได้ขึ้นที่สูงเกินกว่าคอนโดหรือยอดดอยหุ้นที่อยู่เท่าไหร่หรอก พอเจอแบบนี้ก็ปากต่อปาก สรุปขายไม่ออกอยู่ดี
4. คนไทยเกลียดรถเล็ก อาจจะเพราะชีวิตต้องเผื่อแรงปะทะเวลาเจอกระบะตีนผีหรืออะไรคล้ายๆกัน ดู Brio ก็ได้ รถ A-Segment คนไทยกลัวขี้หด ไม่กล้าซื้อเพราะกลัวนั่งหลังแล้วโดนชนทีเดียวไปเยี่ยมอากงอาม่า แล้ว K-Car ไม่ได้ใหญ่กว่าเล้ย (Brio ยาว 3.6 กว้าง 1.6 ของ Kei Car คือ ยาว 3.4 กว้าง 1.48) แถมมาเป็นทรงกล่องสูง 2 เมตร เรียบร้อยโรงเรียนไทย โดนหยามว่าเจอลมแล้วส่ายเป็นงูแน่ๆ

คอนเซปไม่ได้แย่หรอก แต่มันสายไปนานแล้ว จริงๆ Eco Car มันก็คือ Kei Car คนไทยนั่นแหละ ให้ตายยังไงเอามาขายก็ไม่รอด กลุ่มมัน Niche มากๆ ยังไม่นับอีกว่าญปวินัยบนท้องถนนก็ดีกว่าไทยมาก เขาขับรถพวกนี้ี้ได้สบายๆ (มันก็มีพวกตีนผีนั่นแหละ แต่คือสัดส่วนไม่เยอะแบบบ้านเรา) ของเราทุกวันนี้เอาแค่ขับออกจากบ้านไปถนนใหญ่ แค่มอไซพลีชีพทั้งพี่วินทั้งไรเดอร์ทั้งเด็กแว้น มันก็ปวดกบาลพอแล้ว

ออฟไลน์ PaPaMan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,188
ไม่รอดหรอกครับ ไม่มีใครซื้อ


นอกเหนือจากตามที่เม้นท์บนๆบอกแล้ว สำหรับคนไทยที่มีค่านิยมว่ารถเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะด้วย ร้อยทั้งร้อยยอมเป็นหนี้เพิ่มขึ้น ผ่อนต่อเดือนเพิ่มขึ้นไม่เท่าไหร่ ยอมออกรถที่ใหญ่กว่าแน่นอนครับ ไม่มีใครเอารถเล็กแบบ Kei car หรอก แค่เปิดประตูก้าวลงจากรถก็อายคนแล้ว

ออฟไลน์ Winnie_The_Poom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 501
    • อีเมล์
คนในสยามประเทศ 95% ไม่ได้ชอบ หรือ ต้องการขับรถเล็กขนาดนี้ครับ อนาคตอาจจะถอยรถ 6 ล้อ หรือ 10 ล้อ และ รถพ่วงมาขับกันเยอะขึ้น (อันนี้หยอก) พอเอามา สมมุติราคาที่ 3 แสน คนก็บอกแพงอยู่ดี ทั้งที่ในแต่ละช่อง ก็เม้นต์กันสนุกว่า ราคาไม่กี่แสนจะขายดี ส่วนตัวชอบนะครับรถคันเล็กๆ ขับในเขตเมืองสะดวกมาก แต่เพื่อนร่วมถนน ไม่ได้ทำให้เราสะดวกได้ตลอด รถใหญ่มักชอบเบียด หรือ แซงแล้วปาดหน้า (ขับเลนซ้ายก็ยังโดน) 😔

ออฟไลน์ kiwiwi

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,877
วันนี้ไปเยาวราช​ เจอประมาณ 10 คันได้มั๊ง

ออฟไลน์ Oatsenal1

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 227
รูปแบบประเทศไทยกับญี่ปุ่นก็ต่างกันแล้ว ไม่ดีหรอกครับ

ออฟไลน์ NoName__???

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,151
K Car เจอนิสัยขับรถคนไทย ไม่น่ารอด ทุกวันนี้พวกกกระบะสูงๆ นึกอยากจะเปลี่ยนเลน ก็เปลี่ยน ประมานว่ารถข้าใหญ่ ทุกคนต้องเกรง ลองเป็น K car สิ จะเหลือเหรอ

ออฟไลน์ axister

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,196
ไม่มีประโยชน์ครับ มีแต่โทษล้วนๆ

celerio ก็ไม่ได้แพง ถ้าเข้ามาถูกกว่านี้ คนที่ซื้อรถไหวก็จะเลือกขยับไปรุ่นที่ดีกว่า กลับกันคนที่จะมาซื้อก็จะเป็นกลุ่ม up sale มอไซ ซึ่งคนส่วนนี้มักไม่มีที่จอด จะกลายเป็นปัญหาสังคมหนักเข้าไปอีก เพราะทุกวันนี้บางคนขับ mg hs ใหม่ๆบางคนยังต้องไล่จอดริมถนนเลย ไปดูแถวบางนาได้ครับคอนโดที่จอดไม่พอ มาจอดริมถนนที่ดินชอบสไลด์เสี่ยงๆ เค้าก็ยังยอมกัน ที่ยกตัวอย่าง mg ไม่ได้บู้บี้นะครับ แต่หมายถึงรถใหม่ c-suv เค้ายังยอม เพราะต้องใช้รถกลับบ้าน-ไปทำงานครับ

พอราคาถูกเข้ามาจะโดนเทียบกับรถมือสอง แล้วส่วนมากก็จะไปรถมือสองครับ

infrastructure เราไม่ได้ ที่ญี่ปุ่นทำแล้วมัน work เพราะคนเค้าค่อนข้างมีระเบียบ ถ้าไม่มีที่จอดเค้าก็ไม่ซื้อ อีกอย่างขนส่งสาธารณะเค้าดีมาก เลยทำให้การมือ kei-car นิเพื่อขนของเป็นหลักเลยครับ และมักใช้กันนอกเมืองด้วย คนที่อยู่ใน city centre แล้วมีรถคือคนฟุ่มเฟือยครับ เพราะต้องมีที่จอด และ rush hour ก็ยากที่จะใช้ การเดินทางไป suburb หรือจังหวัดข้างๆก้ใช้รถไฟได้ไวกว่า

ที่บอกสวยและน่าใช้ ลองถามตัวเองสิครับเข้ามาแล้วจะซื้อรึเปล่า ผมว่าถ้าคุณสนใจคงซื้อ celerio ไปนานแล้วครับ

คนญีปุ่นเค้าก็ไม่ได้ถวิลหา kei-car นะครับ เป็นกลุ่มคนที่ ตัวเลือกนี้ดีที่สุดเท่านั้น เช่นบ้านอยู่ในซอยแคบ เริ่มสูงวัยหรือต้องใช้รถในการขนของ เพราะถ้ามีที่จอดเดียวหรือไม่มีจริงๆเวลาไปทางไกลเค้าก็เช่าเอาครับ

เทียบกับแค่ wuling ก็ได้ครับ นั่นก็ size kei-car ดูเทียบยอดกับ netav ก็น่าจะเห็นภาพอยู่

ออฟไลน์ เนื้อน่องไม่หนัง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,762
ราคาของมันตอนนี้-ถึงจะมีมาตรการอะไรออกมาช่วย มันดูไม่คุ้มค่าครับ เพิ่มอีกนิดได้รถที่ใหญ่ขึ้นวิ่งไกลๆสบายขึ้น

ขนาดมันก็เล็กด้วย ตัวมันเองอาจปลอดภัยถ้าขับไปชนเขานะ.. แต่ถ้าเจอรถใหญ่กว่าชน ผมเองก็แอบกังวลเหมือนกัน
คิดว่ามันเหมาะกับบางโซนเท่านั้นครับ พวกโซนชุมชนที่ถนนเล็กๆ และรถวิ่งได้ไม่เร็วมาก เช่นพวก สุขุมวิทโซน อโศก-ทองหล่อ / สัมพันวงศ์ เยาวราช แนวๆนั้น
ต้องยอมรับว่า ในกรุงเทพ ขับรถค่อนข้างเร็วครับ ถ้าโดนเก๋งวิ่ง 80 ชนทีนึง ผมว่ามันอาจคว่ำได้เลย
ถ้าเราบังคับใช้ speed limit แบบมีมาตรฐานเหมอืนต่างประเทศได้ K-car รถเล็กมันจะน่าจะสนใจ และปลอดภัยมากขึ้นครับ

ออฟไลน์ off_033

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,263
    • อีเมล์
รถคนไทยต้องไปได้ทุกที่ในประเทศ

ขนของ ขนคนได้เยอะที่สุด

คนส่วนใหญ่ซื้อผ่อน บางคนผ่อนนานด้วย  เพิ่มหลักร้อย หรือหลักพันต้นๆ ได้รถใหญ่กว่าอีกระดับ

แล้วจะขายใครละทีนี้

ออฟไลน์ helloweentz

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 376
    • รถขนของ
ตลาดคนไทย นิยม รถกระบะแค็ป เพราะตอบสนองอเนกประสงค์ที่สุด

k-car มา ราคาไม่ต่ำ จะยากมากๆ
BRV 2016
Mileage :  173,583
รายการซ่อม :
เกียร์
แอร์
โช๊คหลัง
ลูกยางยึดท่อ
เพลาขับ

ออฟไลน์ e:smart Hybrid

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,698
รถที่ขายบ้านเราผมมองว่า ต่ำสุดคือ 1.0 ลิตรครับ เล็กกว่านั้น แรงม้าน้อยกว่า 65 ตัว คงไปไหนลำบากครับ

ออฟไลน์ seeker

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,531
ทำไมไม่ให้ bev นำเข้าจากทุกที่ หรือเฉพาะเอเซีย เสียภาษีอัตรา 0 เท่ากับรถจีนละครับ

K car ตอนนี้เห็นแต่คนมีเงินครับ

ออฟไลน์ PapaRo@ch~*

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,100
ขับรถที่ญี่ปุ่นมาหลายครั้ง ถ้าขึ้นทางด่วนข้ามภูมิภาคนี่แทบไม่เคยเห็น K-Car
ถ้าเป็นที่ไทยนี่ไม่รอด

ออฟไลน์ CR MaximaQX

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 408
  • Excimo G
    • อีเมล์
บอกกันตรงๆ เลยว่า "ไม่เหมาะกับการใช้งานในไทย"
เพื่อนหมูแดง INK WARUNTORN - kəmikəze Club คนรักกามิ - 4EVE for aye ชาวฟีฟ - NewJeans Bunnies - PiXXiE - BLIИK for BLɅϽKPIИK - FFK Village

2001 Nissan Cefiro 2.0 ExecutiveV6 (A33)
2004 Toyota Estima Hybrid (AHR30)
2014 Nissan Teana 2.0 XL (L33)
2017 Honda HR-V 1.8 E (RU3)

ออฟไลน์ Ty ESC

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,786
ต่อให้ช่วย ก็ไม่แน่ใจว่าราคาขายจะถูกจริงมั้ย
ถ้ามัน 5-6 แสน ผมว่าคนก็ไม่ซื้อ
ถ้ามัน3-4 แสน คนก็ยังเทียบ กระบะ
เอาให้ถึง 2แสนเลย ก็เชื่อว่าขายได้ แต่ไม่เยอะ แต่สุดท้าย บ ก็ไม่มีกำไร ทำต่อยาวๆ

ออฟไลน์ iKrit

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,727
  • Blue. Just BLUE.
kCar เอาเข้าจริงมันแพงนะ แต่คนญี่ปุ่นซื้อมาใช้กันเพราะข้อยกเว้นเรื่องที่จอด เสียภาษีประจำปีน้อยกว่ารถปกติ
"การไม่มีดราม่าเป็นลาภอันประเสริฐ"
แต่มนุษย์มาม่าบางคนก็ชอบเปิดประเด็นทุกที เอ้อ...แปลก

ออฟไลน์ Sympho

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 999
เอาจริงๆ มันปลอดภัยขนาดไหนครับ ในแง่ของการป้องกันผู้โดยสารในรถ

ไม่รู้มีทดสอบการชนมั้ย

ออฟไลน์ renew

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 759
ประเทศไทยขายรถราคาถูกๆ เล็กๆ ยากครับ

   จริงๆแล้วดู celerio ตอนนี้ก็ใด้ คล้ายๆกัน รถก็ดี แต่ไม่ค่อยนิยมกัน

ออฟไลน์ Left lane driver

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 708
คนไทยส่วนใหญ่ต้องการรถคันใหญ่ๆ
แบบมีพื้นที่ leg room พอให้ฝรั่งสูง 7 ฟุตนั่งไขว่ห้างที่เบาะหลังได้ครับ
จะได้เอามาขิงคนรอบตัวว่า "รถชั้นคันกว้างกว่านะแกรรร" ต่อให้คนที่พูดสูงไม่ถึง 170 แล้วขับคนเดียวก็ตาม
ถ้า K Car มาขายน่าจะได้ไม่ mass ขนาดนั้น

ออฟไลน์ Sommerดอยแม่สลอง

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 201
    • อีเมล์
รถยนต์ในไทยที่ขนาดใกล้เคียง K-Car ที่ญี่ปุ่นมากที่สุด

-Suzuki Celerio
-NETA V
-Volt City EV
-Wuling Air
-BYD Dolphin
2019 Mercedes-Benz CLS300d AMG Premium
2024 ORA Good Cat GT

ออฟไลน์ Symphonic

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,702
วันก่อนผมขับรถแถวบ้านก็ไปเห็น K-car คันนึงครับ สวยและดูน่าใช้มาก ในหัวผมเลยปรีดขึ้นมาทันทีเลยว่า ถ้ารัฐฯให้ค่ายญี่ปุ่นนำเข้ารถ K-car แบบปลอดภาษีแบบรถ EV จีนบ้าง ก็น่าจะดี

ทีนี้เลยมาตั้งกระทู้ชวนคุยครับ ถ้าทำแบบนี้ได้จริง เราผู้ใช้รถจะรู้สึกอย่างไร กับรถ K-car มันน่าใช้น่าดึงดูดกว่า EV หรือเปล่า ราคาขายคำนวนจากราคาญี่ปุ่นบวกค่าขนส่งยังไงก็น่าจะถูกกว่า EV จีน (อันนี้ผมเดา)

เพื่อนๆคิดเห็นอย่างไรบางครับ ความคุ้มค่าทั้งการใช้งาน และราคา จะดีไหม ถ้ารัฐฯจะอุดหนุน k-car



K car คันที่พี่เห็นแถวบ้านอ่ะครับ
ถ้าพี่ได้ลองขับนะ แล้วมันมีขายป้ายแดง
จากบริษัมแม่ Suzuki, Daihatsu เลยนะ
สัก 5-6 แสนน่ะ  ถึงตอนนั้นพี่ก็ไม่ซื้อล่ะครับ

ขนาด Ativ ตัวเริ่มต้น 5 แสนกว่าๆ
ยังรังเกียจกันเลย แล้ว K car มันด้อยกว่าทุกด้าน
จะไหวเหรอครับ

ออฟไลน์ jeeper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 256
วันก่อนผมขับรถแถวบ้านก็ไปเห็น K-car คันนึงครับ สวยและดูน่าใช้มาก ในหัวผมเลยปรีดขึ้นมาทันทีเลยว่า ถ้ารัฐฯให้ค่ายญี่ปุ่นนำเข้ารถ K-car แบบปลอดภาษีแบบรถ EV จีนบ้าง ก็น่าจะดี

ทีนี้เลยมาตั้งกระทู้ชวนคุยครับ ถ้าทำแบบนี้ได้จริง เราผู้ใช้รถจะรู้สึกอย่างไร กับรถ K-car มันน่าใช้น่าดึงดูดกว่า EV หรือเปล่า ราคาขายคำนวนจากราคาญี่ปุ่นบวกค่าขนส่งยังไงก็น่าจะถูกกว่า EV จีน (อันนี้ผมเดา)

เพื่อนๆคิดเห็นอย่างไรบางครับ ความคุ้มค่าทั้งการใช้งาน และราคา จะดีไหม ถ้ารัฐฯจะอุดหนุน k-car



K car คันที่พี่เห็นแถวบ้านอ่ะครับ
ถ้าพี่ได้ลองขับนะ แล้วมันมีขายป้ายแดง
จากบริษัมแม่ Suzuki, Daihatsu เลยนะ
สัก 5-6 แสนน่ะ  ถึงตอนนั้นพี่ก็ไม่ซื้อล่ะครับ

ขนาด Ativ ตัวเริ่มต้น 5 แสนกว่าๆ
ยังรังเกียจกันเลย แล้ว K car มันด้อยกว่าทุกด้าน
จะไหวเหรอครับ

เห็นด้วยเลยนะ เดียวมีคนถามว่าขึ้นดอยไหวไหมอีก บ้านเรามันต้องเอาใหญ่เอาท็อปไว้ก่อน โดนการตลาดหลอกตลอดเวลา

ออฟไลน์ Buffy

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,505
    • อีเมล์
ผมว่าอยู่ที่ ราคาเลย

เอาพวก Nissan Cube Sakura เข้ามาราคาเท่าญี่ปุ่น ที่หกแสน
Honda n One daihausu chocolate  อีกหลายรุ่น...อีกมากมาย โดยส่วนตัว ผมว่ามีคนซื้อ

ยอดขายไม่เปรี้ยง เท่า Jazz rs หรือ Honda  stepwgn ตอนน้ำท่วม แล้วให้โคว้ต้าเข้ามา..........แต่ผมว่า ไม่ได้แย่

ออฟไลน์ mamaman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,418
    • อีเมล์

ถ้าขาย ราคา 250,000 - 400,000 ผมว่าขายดี
คนไทยไม่ได้ชอบรถใหญ่ แต่ตลาดมันมีแต่รถใหญ่

Eco car ยุคแรกขายดี เพราะ ราคาถูก

ลอง K- car ขาย ไม่เกิน 300000 ขายดีแน่นอน

ออฟไลน์ Devil13

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,007
ลองเก็บภาษีตามขนาดรถดูสิครับ
อะไรก็จะเปลี่ยนทันที

+1ครับ

ออฟไลน์ apinui

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,993
    • อีเมล์
อ่านทุกความเห็นก็ จริงๆผมตั้งคำถามชวนคุยนะครับ ดีหรือไม่ดี ไม่ใช่ว่าผมไม่ถามตัวเองว่าจะซื้อไหม ก็ถ้าราคาไม่ข้าม 4 แสน option ท่วมๆ บางทีถ้าต้องการรถประหยัดน้ำมัน วิ่งแค่ในเมือง และ "ไม่ใช่รถคันเดียวในบ้าน" ก็อาจจะซื้อนะ

ปัจจัยมันก็คล้ายรถ EV แหละคือ ประหยัด เน้นใช้ในเมือง และไม่ใช่รถคันเดียวในบ้าน และผมคิดว่า K-car มันจะตอบโจทย์ไหม ถ้าราคามันถูกกว่า ประกันถูกกว่า บำรุงรักษาง่ายๆไม่จุกจิกไม่ซับซ้อน และที่สำคัญ มันคือรถญี่ปุ่น ศูนย์บริการ อะไหล่ ราคาขายต่อ ... มันจะพอเป็นข้อได้เปรียบไหม ...

แต่ถ้ามันเป็นจริงขึ้นมา ค่ายรถญี่ปุ่นจะได้เลิกครวญครางหาว่าเราเอื้อจีนมากไป

ส่วนหลายท่านที่บอกว่าแคบ ผมไม่รู้ว่าท่านตัวใหญ่ขนาดไหน แต่สำหรับผมที่สุงแค่ 168cm ผมว่าโคตรกว้างเลย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 04, 2024, 11:18:17 โดย apinui »