คนใช้ PHEV จริงๆ เป็นไงบ้างครับ คุ้มไหม หรือสุดท้ายไปจบอย่างอื่น?

Ekachai M

กำลังดูรถอยู่ครับ เล็งๆ PHEV ไว้ แต่ยังลังเล เลยอยากมาฟังความเห็นคนใช้จริงหน่อย

ที่ผมหาข้อมูลมา ผมเข้าใจประมาณนี้ครับ

ข้อดีที่เห็นของ PHEV
ถ้าชาร์จบ่อย ขับในเมืองแทบไม่กินน้ำมันเลย
ขับเงียบ ฟีลเหมือนรถไฟฟ้า แต่ยังมีน้ำมันสำรอง ขับไกลไม่ต้องเครียด
บางรุ่นแรงดี เพราะมีทั้งเครื่อง + มอเตอร์

ข้อที่ยังลังเล
ระบบมันดูซับซ้อน (เครื่อง + แบต + มอเตอร์) แอบกลัวค่าซ่อมระยะยาว
ถ้าไม่ได้ชาร์จบ่อย เหมือนแบกน้ำหนักเล่นๆ
เห็นบางคนบอก ใช้จริง Hybrid ธรรมดายังประหยัดกว่า
ราคาก็แรงกว่า HEV / รถน้ำมันพอสมควร
แบตในอนาคตยังไม่รู้จะจบยังไง

ตอนนี้ดูๆ หลายค่าย เช่น BYD / Toyota / Honda / MG
แต่ละค่ายก็มีคนเชียร์คนบ่น เลยยิ่งงง 😅

อยากรบกวนสอบถามครับ

1. ใช้ PHEV อยู่ ชาร์จบ่อยไหม? หรือขี้เกียจชาร์จจนแทบไม่ได้ใช้ไฟ
2. ค่าใช้จ่ายจริงๆ เป็นไง ประหยัดจริงไหม
3. ใช้ไปสักพัก มีปัญหาจุกจิกไหม
4. ถ้าย้อนกลับไปได้ ยังจะซื้อ PHEV อีกไหม
5. คนที่ไม่เลือก PHEV สุดท้ายไป HEV / EV / น้ำมัน เพราะอะไร

ขอบคุณล่วงหน้ามากๆ นะครับ 🙏



nobody123

ขอแชร์จากประสบการณ์ส่วนตัว และจากที่ติดตามหลายคลับนะครับ เผื่อเป็นอีกมุมให้พิจารณา

1. ส่วนตัวผมชาร์จค่อนข้างสม่ำเสมอครับ โดยเฉพาะถ้าวิ่งในเมืองเป็นหลัก จะรู้สึกว่าคุ้มมาก เพราะแทบไม่กินน้ำมันเลย ฟีลการขับจะเงียบและใกล้รถไฟฟ้ามาก แต่ยังมีน้ำมันสำรองไว้เวลาต้องวิ่งไกล ซึ่งผมวิ่งบ่อย ทำให้สบายใจกว่า EV ในบางสถานการณ์

2. ถ้าชาร์จบ่อย และวิ่งในเมืองเยอะ ประหยัดจริงครับ โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิง
และแต่ละการสำรวจเรื่องค่าใช้จ่ายและความเสื่อมของ PHEV ให้ผลไม่เหมือนกัน ซึ่งผมเองก็เคยงงอยู่เหมือนกัน เช่น บางการสำรวจเอา PHEV ไปรวมกับ HEV แล้วสรุปว่าค่าใช้จ่ายโดยรวมกลับต่ำกว่า BEV เพราะ BEV มีค่าแบตสูงในครั้งเดียว แต่บางการสำรวจกลับบอกว่า PHEV มีค่าใช้จ่ายรวมสูง เพราะต้องเผื่อทั้งค่าแบต (การสำรวจ คงมีรถที่เปลี่ยนแบตยกแพ็ค) และค่าเครื่องยนต์ในระยะยาว (การสำรวจ คงมีรถที่เครื่องด้านหน้าเสีย)
ดังนั้นผมเลยมองว่า ค่าใช้จ่ายระยะยาวควรดู 2.1 เปลี่ยนแบตเป็นโมดูลได้ 2.2 เครื่องด้านหน้าขึ้นชื่อด้านความทนทาน เช่น เกียร์ Aisin ที่ Lexus และ Toyota ใช้ ก็จะเห็นได้ว่าเขาไม่ต้องยกเครื่องก็มีคันที่วิ่งกันได้ล้านกิโล

3. ของผมใช้งานมาประมาณสี่ปีครึ่งครับ ก็พบว่าไม่ได้มีปัญหาจุกจิกอะไรเป็นพิเศษ และจากที่เห็นเพื่อนในคลับบางคนที่ใช้รถประมาณสิบปีแล้ว ก็ยังใช้งานได้ปกติ มีบางรุ่นแอร์ไม่เย็น ก็เห็นบ่นอยู่นะครับ แต่กลับมาพบว่ารุ่นผมไม่ได้มีปัญหาแบบรุ่นนั้น คือ รุ่นผมโดนแค่โช้คฝาท้ายหลังกันหลายคน (แต่ผมยังไม่โดน)
กล่าวคือ ผมเลือก PHEV ที่ขึ้นชื่อว่าไม่ค่อยมีปัญหา และจากประสบการณ์ส่วนตัวก็พบว่า มันไม่ค่อยมีปัญหาจริง ๆ

4. ถ้าย้อนไปได้ โดยรูปแบบการใช้งานยังเหมือนเดิม คือวิ่งในเมืองเป็นหลัก มีที่ชาร์จสะดวก รักษ์โลกนิด ๆ (วิ่งในเมืองเท่า BEV วิ่งนอกเมืองช่วงปีแรก ๆ BEV จะสะอาดกว่า แต่ท้าย ๆ อายุแบต SOH 70% PHEV จะสะอาดกว่า คิดที่กริดไทยสะอาดขึ้น 10 ปี 5%) ผมก็น่าจะยังเลือก PHEV จนถึงปี 203x ครับ ถ้าหลังจากนั้นผมจะเลือก BEV solid-state bat
เพราะมันตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้ดี และยังมีความยืดหยุ่นเวลาเดินทางไกล ส่วนตัวผมจะถนอมรถไว้ให้นานก่อนน้ำมันหมดโลกสิบกว่าปี

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเพิ่งมาทราบภายหลังคือ รถของ Volvo มีการเปิดศูนย์ซ่อมแบตแบบโมดูล ทำให้สามารถเปลี่ยนเฉพาะโมดูลที่มีปัญหาได้ ไม่จำเป็นต้องยกทั้งแพ็ก ค่าโมดูลอยู่ประมาณหลักเจ็ดหมื่นห้าพันบาทต่อโมดูล และมีผู้ใช้งานจริงที่เปลี่ยนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนเพียงโมดูลเดียว ไม่ได้ต้องเปลี่ยนทั้งชุดหลายแสนบาท ตรงนี้ทำให้ผมรู้สึกสบายใจเรื่องระยะยาวขึ้นพอสมควร

5. ส่วนผมเลือกรถคล้าย HEV อีกคันในบ้านครับ มีการเก็บพลังงานเข้าแบตอีกลูกที่ไม่ใช่แบต 12 v เพราะ *รถมันนุ่มและเกาะ*
และ ผมเลือก ICE อีกคันในบ้านครับ เพราะ *มันเป็นรถมือสองที่สนใจแต่เด็ก*
นอกจากผม จากที่เห็นในหลายคลับ สาเหตุหลักมักจะเป็นเรื่องรูปแบบการใช้งานครับ
บางคนไป HEV เพราะไม่อยากเสียบชาร์จเลย ใช้แบบเติมน้ำมันอย่างเดียวก็สะดวก
บางคนไป EV เพราะมีที่ชาร์จพร้อม และอยากตัดเครื่องยนต์ออกไปเลย
(และไปฟังรัฐบาลว่า BEV รักษ์โลก อันนี้ รัฐบาลที่ร่วมกับ BOI สนับสนุนให้ไทยเป็นฮับผลิตแบตระดับเซล ตั้งเป้า 4 ปีข้างหน้า 40GWh ต่อปี ปุ๊บ *BEV ที่ใช้หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนแบตทั้งก้อนที่ผลิตระดับเซลในประเทศ อาจสกปรกกว่า PHEV ครับ*)
บางคนยังเลือกรถ ICE เพราะฟีลลิ่ง และ เสียงหวานหู ครับ

ในมุมของผม สิ่งที่ควรดูนอกจากเรื่องความประหยัดน้ำมันหรือค่าไฟ ก็คือโครงสร้างแบตในอนาคต ว่าซ่อมได้ระดับโมดูลหรือไม่ และค่าใช้จ่ายในวันที่ต้องซ่อมจริงจะอยู่ประมาณเท่าไร เพราะจุดนั้นอาจเป็นตัวแปรสำคัญกว่าที่หลายคนคิดครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันนี้ เวลา 18:34:33 โดย nobody123 »



เนื้อน่องไม่หนัง

ผมไม่ได้ซื้อนะครับ แต่เคยดูๆไว้ ปรกติผมใช้รถยาวๆ ใช้ 1-2แสน km  จนต้องเริ่มซ่อมบำรุง และมีรถที่นร่าสนใจค่อยเปลี่ยนครับ

PHEV น่าสนใจมากสำหรับผมครับ Batt ที่ขนาดโอเค ถ้าวิ่งเยอะ วันละ 100 นิดๆ มันจะใช้น้ำมันนิดเดียว จะขับไกลก็ใช้น้ำมันวิ่งได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องที่ชาร์จ

ปัญหาคือ PHEV ที่น่าใช้เป็นยุโรปครับ ที่ราคา 2m+ และถ้าใช้ยาวก็ต้องเสี่ยงกับ อะไหล่ราคารถยุโรปด้วย จุดนี้ถ้าใช้รถยุโรปอยู๋แล้ว หรือคันอื่นที่ดูไว้ก็รถระดับนี้ ก็คงไม่ใช่ปัญหาครับ
แต่จากคนที่ใช้ รถญี่ปุ่นธรรมดาๆมาตลอด อันนี้น่ากังวลสำหรับผม

รถจีน phev ผมยังกังวลเรื่องซ่อมบำรุงในอนาคตครับ อะไหล่มันมากกว่า BEV มาก มันคุ้มถ้าไม่เสีย แต่ถ้าเสีย เราประเมินราคาซ่อมไม่ถูกเลย ระยะเวลาซ่อมก็น่ากังวลครับ

สุดท้ายเลยจบที่ BEV ตัวถูกๆครับ หวังแค่ว่าถ้าวิ่งถึง 2 แสนโล จะโอนให้คนอื่นฟรีๆ ก็ไม่เสียดายแล้วครับ

สรุป
ผมกังวลค่าซ่อมรถยุโรป และ ยังกลัว PHEV จีน
แต่ถ้ามี Camry phev / CR-V PHEV ในราคาไม่เกิน 2 ล้าน ผมเอาครับ



GOBBS

ไม่ได้ใช้จริงนะครับ...ฟังจากเจ้านาย ทั้งชมและบ่นมา ... MB&BM
1. ใช้ PHEV อยู่ ชาร์จบ่อยไหม? หรือขี้เกียจชาร์จจนแทบไม่ได้ใช้ไฟ
...ชาร์ทบ้านทุกวัน เติมน้ำมันก็ประมาณนึง เพราะวิ่งเยอะ
2. ค่าใช้จ่ายจริงๆ เป็นไง ประหยัดจริงไหม
...ค่าเชื้อเพลิงประหยัด แต่ค่าดูแล ++ แล้วก็ค่าดูแลหนักตามยี่ห้อ แต่พี่เขารวย
3. ใช้ไปสักพัก มีปัญหาจุกจิกไหม
...4ปีเขาขายทิ้งไปแล้วครับเพราะวิ่งเยอะจนน่าจะคุ้ม(อีกอย่างพี่เขารวย) ช่วงใช้งานไม่มีอะไรนะ
4. ถ้าย้อนกลับไปได้ ยังจะซื้อ PHEV อีกไหม
...ล่าสุดที่พี่เขาซื้อมาคือ รถไฟฟ้าล้วน 1คัน รถไฮบริดธรรมดา 1คัน วันไหนคุยงานในเมืองก็เอาไฟฟ้า อันไหนออก ตจว.ก็ไฮบริดธรรมดา
5. คนที่ไม่เลือก PHEV สุดท้ายไป HEV / EV / น้ำมัน เพราะอะไร
...ระบบมันเยอะ และเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ใช่เทศกาล จุดชาร์ทหาไม่ยากและไม่ต้องรบกันแล้วก็ไปไฟฟ้า หรือเป็นคันที่2ก็ไฟฟ้าสบาย และถ้าใช้ไม่เยอะ น้ำมันก็เป็นรถเก็บที่ใช้ได้ยาวๆกว่า ถ้าใช้ผสมกัน ไฮบริดปกติก็ค่าน้ำมันก็ยังไม่โหดร้ายเท่าไหร่...เทียบกับ PHEV ที่ตอนนี้มันไม่สุดสักด้านยกเว้นค่าดูแลครับ
.....2006 honda jazz idsi
.....2015 mazda2 skyD
..ใช้รถเท่าที่จำเป็นกันเถอะครับ...รถมันติด