คนใช้ PHEV จริงๆ เป็นไงบ้างครับ คุ้มไหม หรือสุดท้ายไปจบอย่างอื่น?

Ekachai M

กำลังดูรถอยู่ครับ เล็งๆ PHEV ไว้ แต่ยังลังเล เลยอยากมาฟังความเห็นคนใช้จริงหน่อย

ที่ผมหาข้อมูลมา ผมเข้าใจประมาณนี้ครับ

ข้อดีที่เห็นของ PHEV
ถ้าชาร์จบ่อย ขับในเมืองแทบไม่กินน้ำมันเลย
ขับเงียบ ฟีลเหมือนรถไฟฟ้า แต่ยังมีน้ำมันสำรอง ขับไกลไม่ต้องเครียด
บางรุ่นแรงดี เพราะมีทั้งเครื่อง + มอเตอร์

ข้อที่ยังลังเล
ระบบมันดูซับซ้อน (เครื่อง + แบต + มอเตอร์) แอบกลัวค่าซ่อมระยะยาว
ถ้าไม่ได้ชาร์จบ่อย เหมือนแบกน้ำหนักเล่นๆ
เห็นบางคนบอก ใช้จริง Hybrid ธรรมดายังประหยัดกว่า
ราคาก็แรงกว่า HEV / รถน้ำมันพอสมควร
แบตในอนาคตยังไม่รู้จะจบยังไง

ตอนนี้ดูๆ หลายค่าย เช่น BYD / Toyota / Honda / MG
แต่ละค่ายก็มีคนเชียร์คนบ่น เลยยิ่งงง 😅

อยากรบกวนสอบถามครับ

1. ใช้ PHEV อยู่ ชาร์จบ่อยไหม? หรือขี้เกียจชาร์จจนแทบไม่ได้ใช้ไฟ
2. ค่าใช้จ่ายจริงๆ เป็นไง ประหยัดจริงไหม
3. ใช้ไปสักพัก มีปัญหาจุกจิกไหม
4. ถ้าย้อนกลับไปได้ ยังจะซื้อ PHEV อีกไหม
5. คนที่ไม่เลือก PHEV สุดท้ายไป HEV / EV / น้ำมัน เพราะอะไร

ขอบคุณล่วงหน้ามากๆ นะครับ 🙏



nobody123

ขอแชร์จากประสบการณ์ส่วนตัว และจากที่ติดตามหลายคลับนะครับ เผื่อเป็นอีกมุมให้พิจารณา

1. ส่วนตัวผมชาร์จค่อนข้างสม่ำเสมอครับ โดยเฉพาะถ้าวิ่งในเมืองเป็นหลัก จะรู้สึกว่าคุ้มมาก เพราะแทบไม่กินน้ำมันเลย ฟีลการขับจะเงียบและใกล้รถไฟฟ้ามาก แต่ยังมีน้ำมันสำรองไว้เวลาต้องวิ่งไกล ซึ่งผมวิ่งบ่อย ทำให้สบายใจกว่า EV ในบางสถานการณ์

2. ถ้าชาร์จบ่อย และวิ่งในเมืองเยอะ ประหยัดจริงครับ โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิง
และแต่ละการสำรวจเรื่องค่าใช้จ่ายและความเสื่อมของ PHEV ให้ผลไม่เหมือนกัน ซึ่งผมเองก็เคยงงอยู่เหมือนกัน เช่น บางการสำรวจเอา PHEV ไปรวมกับ HEV แล้วสรุปว่าค่าใช้จ่ายโดยรวมกลับต่ำกว่า BEV เพราะ BEV มีค่าแบตสูงในครั้งเดียว แต่บางการสำรวจกลับบอกว่า PHEV มีค่าใช้จ่ายรวมสูง เพราะต้องเผื่อทั้งค่าแบต (การสำรวจ คงมีรถที่เปลี่ยนแบตยกแพ็ค) และค่าเครื่องยนต์ในระยะยาว (การสำรวจ คงมีรถที่เครื่องด้านหน้าเสีย)
ดังนั้นผมเลยมองว่า ค่าใช้จ่ายระยะยาวควรดู 2.1 เปลี่ยนแบตเป็นโมดูลได้ 2.2 เครื่องด้านหน้าขึ้นชื่อด้านความทนทาน เช่น เกียร์ Aisin ที่ Lexus และ Toyota ใช้ ก็จะเห็นได้ว่าเขาไม่ต้องยกเครื่องก็มีคันที่วิ่งกันได้ล้านกิโล

3. ของผมใช้งานมาประมาณสี่ปีครึ่งครับ ก็พบว่าไม่ได้มีปัญหาจุกจิกอะไรเป็นพิเศษ และจากที่เห็นเพื่อนในคลับบางคนที่ใช้รถประมาณสิบปีแล้ว ก็ยังใช้งานได้ปกติ มีบางรุ่นแอร์ไม่เย็น ก็เห็นบ่นอยู่นะครับ แต่กลับมาพบว่ารุ่นผมไม่ได้มีปัญหาแบบรุ่นนั้น คือ รุ่นผมโดนแค่โช้คฝาท้ายหลังกันหลายคน (แต่ผมยังไม่โดน)
กล่าวคือ ผมเลือก PHEV ที่ขึ้นชื่อว่าไม่ค่อยมีปัญหา และจากประสบการณ์ส่วนตัวก็พบว่า มันไม่ค่อยมีปัญหาจริง ๆ

4. ถ้าย้อนไปได้ โดยรูปแบบการใช้งานยังเหมือนเดิม คือวิ่งในเมืองเป็นหลัก มีที่ชาร์จสะดวก รักษ์โลกนิด ๆ (วิ่งในเมืองเท่า BEV วิ่งนอกเมืองช่วงปีแรก ๆ BEV จะสะอาดกว่า แต่ท้าย ๆ อายุแบต SOH 70% PHEV จะสะอาดกว่า คิดที่กริดไทยสะอาดขึ้น 10 ปี 5%) ผมก็น่าจะยังเลือก PHEV จนถึงปี 203x ครับ ถ้าหลังจากนั้นผมจะเลือก BEV solid-state bat
เพราะมันตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้ดี และยังมีความยืดหยุ่นเวลาเดินทางไกล ส่วนตัวผมจะถนอมรถไว้ให้นานก่อนน้ำมันหมดโลกสิบกว่าปี

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเพิ่งมาทราบภายหลังคือ รถของ Volvo มีการเปิดศูนย์ซ่อมแบตแบบโมดูล ทำให้สามารถเปลี่ยนเฉพาะโมดูลที่มีปัญหาได้ ไม่จำเป็นต้องยกทั้งแพ็ก ค่าโมดูลอยู่ประมาณหลักเจ็ดหมื่นห้าพันบาทต่อโมดูล และมีผู้ใช้งานจริงที่เปลี่ยนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนเพียงโมดูลเดียว ไม่ได้ต้องเปลี่ยนทั้งชุดหลายแสนบาท ตรงนี้ทำให้ผมรู้สึกสบายใจเรื่องระยะยาวขึ้นพอสมควร

5. ส่วนผมเลือกรถคล้าย HEV อีกคันในบ้านครับ มีการเก็บพลังงานเข้าแบตอีกลูกที่ไม่ใช่แบต 12 v เพราะ *รถมันนุ่มและเกาะ*
และ ผมเลือก ICE อีกคันในบ้านครับ เพราะ *มันเป็นรถมือสองที่สนใจแต่เด็ก*
นอกจากผม จากที่เห็นในหลายคลับ สาเหตุหลักมักจะเป็นเรื่องรูปแบบการใช้งานครับ
บางคนไป HEV เพราะไม่อยากเสียบชาร์จเลย ใช้แบบเติมน้ำมันอย่างเดียวก็สะดวก
บางคนไป EV เพราะมีที่ชาร์จพร้อม และอยากตัดเครื่องยนต์ออกไปเลย
(และไปฟังรัฐบาลว่า BEV รักษ์โลก อันนี้ รัฐบาลที่ร่วมกับ BOI สนับสนุนให้ไทยเป็นฮับผลิตแบตระดับเซล ตั้งเป้า 4 ปีข้างหน้า 40GWh ต่อปี ปุ๊บ *BEV ที่ใช้หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนแบตทั้งก้อนที่ผลิตระดับเซลในประเทศ อาจสกปรกกว่า PHEV ครับ*)
บางคนยังเลือกรถ ICE เพราะฟีลลิ่ง และ เสียงหวานหู ครับ

ในมุมของผม สิ่งที่ควรดูนอกจากเรื่องความประหยัดน้ำมันหรือค่าไฟ ก็คือโครงสร้างแบตในอนาคต ว่าซ่อมได้ระดับโมดูลหรือไม่ และค่าใช้จ่ายในวันที่ต้องซ่อมจริงจะอยู่ประมาณเท่าไร เพราะจุดนั้นอาจเป็นตัวแปรสำคัญกว่าที่หลายคนคิดครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 28, 2026, 18:34:33 โดย nobody123 »



เนื้อน่องไม่หนัง

ผมไม่ได้ซื้อนะครับ ปรกติผมใช้รถยาวๆ ใช้ 1-2แสน km  จนต้องเริ่มซ่อมบำรุง และมีรถที่น่าสนใจค่อยเปลี่ยนครับ
เคยสนใจ V60T8 ช่วงที่แบตวิ่งได้ 60km

PHEV น่าสนใจมากสำหรับผมครับ Batt ที่ขนาดโอเค ถ้าวิ่งเยอะ วันละ 100 นิดๆ มันจะใช้น้ำมันนิดเดียว จะขับไกลก็ใช้น้ำมันวิ่งได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องที่ชาร์จ ซึ่งปรกติ ผมใช้วันละ 100-120 km วิ่ง ครั้งละ 50-60km สองครั้ง

ปัญหาคือ PHEV ที่น่าใช้เป็นยุโรปครับ ที่ราคา 2m+ และถ้าใช้ยาวก็ต้องเสี่ยงกับอะไหล่ราคารถยุโรปด้วย ชิ้นส่วนมากขึ้นโอกาศเกิดปัญหาก็มากขึ้นอีก กลัวจะเจอเซอไพรส์
จุดนี้ถ้าใช้รถยุโรปอยู๋แล้ว หรือคันอื่นที่ดูไว้ก็รถระดับนี้ ก็คงไม่ใช่ปัญหาครับ
แต่จากคนที่ใช้ รถญี่ปุ่นธรรมดาๆมาตลอด อันนี้น่ากังวลสำหรับผม รถยุโรปไปเบนซิลล้วน ดีเซลล้วย สบายใจกว่าสำหรับผมครับ

รถจีน phev ผมยังกังวลเรื่องซ่อมบำรุงในอนาคตครับ จำนวนอุปกรณ์มันมากกว่า BEV มากๆ
จากราคาค่าตัวมันคุ้มครับถ้าไม่เสีย... แต่ถ้าเสียเราประเมินราคาซ่อมไม่ถูกเลย ระยะเวลาซ่อมก็น่ากังวลครับ อย่าง BYD แค่รอคิวเชคระยะก็ 1 เดือนแล้ว

สุดท้ายเลยจบที่ BEV ตัวถูกๆครับ หวังแค่ว่าถ้าวิ่งถึง 2 แสนโล จะโอนให้คนอื่นฟรีๆ ก็ไม่เสียดายแล้วครับ

สรุป
ผมกังวลค่าซ่อมรถยุโรปและ ยังกลัว PHEV จีน
แต่ถ้ามี Camry PHEV / CR-V PHEV ในราคาไม่เกิน 2 ล้าน ผมเอาครับ

/////

เพิ่มเติม feedback จากคน ใช้ phev จิงๆ ที่รู้จักกัน
คนแรก 530e ขยับมาจาก D-seg ชอบมาก แต่ชอบเพราะความเป็น bmw ส่วนระบบphev ก็ใช้คุ้มอยู๋ 1 ปีน้ำมันเติม 1 ถัง เพราะไม่ได้วิ่งยาวชาร์จไฟบ้านล้วนๆ ใช้ให้รู้ว่า BMW เป็นยังไง
คนที่สอง Volvo t8 ชอบ volvo เป็นทุนเดิม โดยรวมพอใจกับอัตราเร่งความนุ่มนวลสไตล์นั้น แต่แบตวิ่งได้ 40-60 km ไปชลบุรี แบตหมดตั้งแต่บางนา ทางไกลก็ไม่ได้ประหยัดเท่าดีเซล(แต่ไม่ได้ซดจนรับไม่ได้) คันใหม่ Diesel > hybrid > phev
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2026, 10:06:31 โดย เนื้อน่องไม่หนัง »



GOBBS

ไม่ได้ใช้จริงนะครับ...ฟังจากเจ้านาย ทั้งชมและบ่นมา ... MB&BM
1. ใช้ PHEV อยู่ ชาร์จบ่อยไหม? หรือขี้เกียจชาร์จจนแทบไม่ได้ใช้ไฟ
...ชาร์ทบ้านทุกวัน เติมน้ำมันก็ประมาณนึง เพราะวิ่งเยอะ
2. ค่าใช้จ่ายจริงๆ เป็นไง ประหยัดจริงไหม
...ค่าเชื้อเพลิงประหยัด แต่ค่าดูแล ++ แล้วก็ค่าดูแลหนักตามยี่ห้อ แต่พี่เขารวย
3. ใช้ไปสักพัก มีปัญหาจุกจิกไหม
...4ปีเขาขายทิ้งไปแล้วครับเพราะวิ่งเยอะจนน่าจะคุ้ม(อีกอย่างพี่เขารวย) ช่วงใช้งานไม่มีอะไรนะ
4. ถ้าย้อนกลับไปได้ ยังจะซื้อ PHEV อีกไหม
...ล่าสุดที่พี่เขาซื้อมาคือ รถไฟฟ้าล้วน 1คัน รถไฮบริดธรรมดา 1คัน วันไหนคุยงานในเมืองก็เอาไฟฟ้า อันไหนออก ตจว.ก็ไฮบริดธรรมดา
5. คนที่ไม่เลือก PHEV สุดท้ายไป HEV / EV / น้ำมัน เพราะอะไร
...ระบบมันเยอะ และเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ใช่เทศกาล จุดชาร์ทหาไม่ยากและไม่ต้องรบกันแล้วก็ไปไฟฟ้า หรือเป็นคันที่2ก็ไฟฟ้าสบาย และถ้าใช้ไม่เยอะ น้ำมันก็เป็นรถเก็บที่ใช้ได้ยาวๆกว่า ถ้าใช้ผสมกัน ไฮบริดปกติก็ค่าน้ำมันก็ยังไม่โหดร้ายเท่าไหร่...เทียบกับ PHEV ที่ตอนนี้มันไม่สุดสักด้านยกเว้นค่าดูแลครับ
.....2006 honda jazz idsi
.....2015 mazda2 skyD
..ใช้รถเท่าที่จำเป็นกันเถอะครับ...รถมันติด



helloweentz

PHEV  เหมาะกับ ใช้รถไม่นาน  4-5 ปี เปลี่ยนใหม่ครับ

ใช้ยาวๆ  ไป ไฮบิค  หรือ  น้ำมัน  ดีกว่า
BRV 2016
Mileage :  173,583
รายการซ่อม :
เกียร์
แอร์
โช๊คหลัง
ลูกยางยึดท่อ
เพลาขับ



sukhontha

ไม่ได้ใช้นะครับ  ผมใช้ kick  ตั้งแต่เปิดตัวมาถึงปัจจุบัน  ต้องการฟีลฯรถไฟฟ้า  เพื่อก้าวต่อแค่นั้น

ความเห็นผม  ถ้าวิ่งใกล้  สียบปลั๊กเป็นหลัก  ประหยัดแน่นอนครับ   

แต่ถ้าวิ่งจนแบตฯหมดแล้วเริ่มนับ  เมื่อนั้นก็จะกลายเป็นรถแบบkick ทันที  การใช้น้ำมันก็จะกลับมาเป์นสภาพปกติ   ....ส่วนที่เขาเคลมคำนวณอัตราการใช้น้ำมัน  เขาเอาวิ่งไฟฟ้าล้วน ๆ+ น้ำมันทั้งถัง รวมไปด้วย  มันจึงดูเยอะเกินจริงไปครับ



marvel

ผมใช้ phev อยู่ครับ และใช้ bev(atto3) hev(prius) และรถน้ำมันล้วนอยู่ด้วย

ถ้าเป็นรถไฟฟ้าล้วน อย่างที่เราทราบๆกัน คือ อะไหล่บางชิ้นหากเสียหรือเสื่อมสภาพแล้ว ค่าเปลี่ยนแพงมากๆ
ที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ก็คือ ค่าไฟ เมื่อเทียบกับค่าน้ำมัน
ถ้าจะวัดความคุ้ม “เฉพาะด้านตัวเงิน” ก็เลยต้องดูว่าใช้รถเยอะขนาดไหน
เพราะถ้าใช้เยอะมากๆถึงจุดหนึ่ง ก็จะประหยัดได้มากกว่าค่าใช้จ่ายต่างๆที่แพงขึ้น เช่น ค่าอะไหล่ ฯลฯ
(ไม่รวมถึง ความสะดวก หรือ ความไม่สะดวก ที่คำนวณเป็นตัวเงินไม่ได้)

ทีนี้ พอเป็น phev หากจะวัดความคุ้ม “เฉพาะด้านตัวเงิน”
การจะประหยัดได้ครอบคลุมพวกค่าอะไหล่ ฯลฯ ก็ต้องขับ(ในโหมดไฟฟ้า)เยอะๆ เช่นกัน

ก็ต้องลองคำนวณดู ว่าใช้ phev รุ่นไหน อัตรากินไฟ กินน้ำมันเท่าไหร่ ขับวันละกี่กิโลเมตร ซึ่งแต่ละคนก็ต่างกันไป
และถ้าไม่ซื้อ phev รุ่นนี้ จะซื้อ hev หรือ รถน้ำมันล้วนรุ่นอะไร และลองคำนวณอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน
เพื่อเทียบดูว่า ที่ประหยัดได้ มากพอจะไปคลอบคลุมค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นในเรื่องอื่นๆของ phev หรือไม่

แต่ มีความคุ้มด้านอื่นๆที่คำนวณเป็นตัวเงินไม่ได้เช่นกัน เช่น การเปิดแอร์รอในรถได้นานๆโดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์
การขับเข้าออกจากบ้านได้โดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์
ฯลฯ

ซึ่งก็แล้วแต่วิถีชีวิตของแต่ละคน เช่น บางคนอาจไม่มีสถานการณ์ที่ต้องรอใครในรถนานๆเลย

คนที่ใช้ phev ที่ผมรู้จัก
บางคนก็ซื้อ phev เพื่อความสะดวกสบายเหล่านี้ที่คำนวณเป็นตัวเงินไม่ได้ด้วย
ถ้าต้องจอดรอคนในสถานที่ที่ต้องดับเครื่องยนต์ ก็สามารถเปิดแอร์ในรถได้
ไปต่างจังหวัดไกลๆ ก็ใช้น้ำมันร่วมด้วย น้ำมันใกล้หมดเมื่อไหร่ก็แวะเติม 5 นาที เต็มถัง ไปต่อได้อีกไกล
ไม่ต้องดูแอพที่ชาร์จต่างๆ ไม่ต้องจอง ไม่ต้องรอคิวคันก่อนหน้าที่ชาร์จอยู่ (น้ำมัน ถ้ามีคิว ก็รอไม่นาน)

ส่วนตัวผมเอง ผมไม่ได้คำนวณอะไรข้างบนเลยครับ (อ้าว ซะงั้น 555)
เพราะไม่เคยคิดจะซื้อ phev เลย แต่เรื่องของเรื่องทึ่ทำให้ผมมีรถ phev ได้ คือ
ปี 2016 ญาติผมซื้อ c350e ป้ายแดง และใช้มา 8 ปี 53,xxxkm เปลี่ยนรถ
ให้เต้นท์ 2-3 ที่ ตีราคา ได้ราคาไม่กี่แสน (ถูกกว่าราคารถป้ายแดง c seg ของ toyota honda ไปหลายแสน)
ญาติเห็นว่าได้เงินน้อยมาก(เมื่อเทียบกับราคาป้ายแดงที่จ่ายไป) เลยถามผมว่าเอาไหม ราคาที่เต้นท์รับเข้า
ญาติมองว่าถ้าได้เงินแค่นี้ ถ้าผมเอา ก็จะขายให้ผมดีกว่า
และให้รถมาให้ผมลอง กี่วันก็ได้ ไม่ต้องรีบคืน (เพราะญาติได้รถใหม่แล้ว)

หลังจากได้ลองซักพัก หลายวันอยู่ ขับไปหลายสถานที่ หลายรูปแบบ
ทั้งรถติดๆมากๆในเมือง ทั้งทางด่วนโล่งๆที่ใช้ความเร็วได้ ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด
ปรากฎว่าสมาชิกในครอบครัวผมอยากได้ เนื่องจากเห็นรถคันนี้มาตั้งแต่ป้ายแดง
และรู้ประวัติรถ ญาติเป็นแพทย์หญิง อายุ 40 กว่าๆ ใช้รถแค่ไปทำงาน จากบ้านไปโรงพยาบาล
ผมดูว่าราคาพอไหว ถูกกว่าราคารถป้ายแดง c seg ของ toyota honda ไปหลายแสน
ส่วนค่าอะไหล่ต่างๆ แพงแน่ๆ
ผมเลยซื้อ phev คันนี้มา เลยอาจพอช่วยตอบได้บางข้อครับ
( phev แต่ละคัน แต่ละรุ่น อาจต่างกันไป ผมตอบเฉพาะรุ่นของผมนะครับ )



ที่คุณ Ekachai M หาข้อมูลมาเกี่ยวกับ phev
คันของผมโดยรวมๆก็เป็นไปตามนั้นเลยครับ

“ถ้าไม่ได้ชาร์จบ่อย เหมือนแบกน้ำหนักเล่นๆ”
เคยขับออกทริป สองพันกว่ากิโลเมตร แบบไม่ได้ชาร์จ ใช้แต่น้ำมันล้วน นั่ง 3 คน ขับ 110 กม/ชม +-
ก็ไม่ได้ประหยัดน้ำมันอะไร ได้ 14.5 กม./ลิตร

”1. ใช้ PHEV อยู่ ชาร์จบ่อยไหม? หรือขี้เกียจชาร์จจนแทบไม่ได้ใช้ไฟ“
ชาร์จบ่อยครับ จอดบ้านก็ชาร์จตลอด เนื่องจากมี wall charge สำหรับรถไฟฟ้าอยู่แล้ว ใช้ด้วยกันได้
ส่วนญาติที่เป็นเจ้าของเดิม ไม่เคยชาร์จไฟบ้านเลยครับ ให้รถมันชาร์จเองจากการขับเท่านั้น

”2. ค่าใช้จ่ายจริงๆ เป็นไง ประหยัดจริงไหม“
วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนในเมือง 1.67 บาท/กม
วิ่งด้วยน้ำมันล้วน ความเร็ว ~110 กม/ชม 14.5 กม./ลิตร

”3. ใช้ไปสักพัก มีปัญหาจุกจิกไหม“
ตอนนี้ยังครับ แต่ถ้ามีเกี่ยวกับระบบไฮบริด แพงแน่นอน

“4. ถ้าย้อนกลับไปได้ ยังจะซื้อ PHEV อีกไหม
กับ
5. คนที่ไม่เลือก PHEV สุดท้ายไป HEV / EV / น้ำมัน เพราะอะไร”

ญาติผมที่ขาย c350e มาให้ผม เปลี่ยนรถใหม่ เป็น phev เหมือนเดิม ขยับเป็น E350e
ที่ญาติซื้อ phev ไม่ได้มองเรื่องประหยัดน้ำมันเป็นหลักครับ
เพราะอย่างที่บอก ญาติไม่ได้เสียบชาร์จไฟบ้านเลย สายชาร์จยังไม่ได้แกะออกจากถุง

ส่วนผม
สมมติถ้าผมจะใช้เป็นรถคันเดียว แล้วเน้นเรื่องประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวม ผมไม่ซื้อ phev ครับ
เพราะผมใช้รถด้วยโหมดไฟฟ้าได้ไม่มากพอที่จะประหยัดครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นในด้านอื่นๆได้ครับ



Aom30

ใช้ PHEV อยู่เป็นปีที่ 4

1. ใช้ PHEV อยู่ ชาร์จบ่อยไหม? หรือขี้เกียจชาร์จจนแทบไม่ได้ใช้ไฟ
ชาร์จที่บ้านเกือบทุกวันครับ เว้นไว้ว่าหากรู้อยู่แล้วว่าไม่ได้ไปไหน ต้องจอด 3-4 วัน ก็อาจจะไม่ได้ชาร๋จบ้าง ค้างแบตไว้ที่ 40-60% รถที่ผมใช้วิ่งไฟฟ้าได้ 75 กิโลโดยประมาณ
แต่ถามว่าขี้เกียจไหม เหมือนมันชินไปแล้วครับ จอดบ้านปุ้ป หยิบสายเสียบ เดินเข้าบ้าน ไม่ได้ยุ่งยากอะไร

แต่ชาร์จนอกบ้านนี่แทบจะไม่เคยเลยครับ เพราะรถชาร์จช้ามากกกกกก (ก. ไก่ อีก 100 ตัว)

2. ค่าใช้จ่ายจริงๆ เป็นไง ประหยัดจริงไหม
วิ่งในเมืองเป็นหลัก ประหยัดครับ เติมน้ำมันเดือนละครั้ง ครั้งละ 1,500 วิ่งประมาณ 1-2 พันโล แต่วิ่งทางไกลก็เหมือนรถทั่วไปครับ 16-17 โลลิตร อันนี้อยู่ที่เท้าแต่ละคนด้วย ขับโหด ๆ หน่อย ลงไป 11 โลลิตร ก็ทำได้

3. ใช้ไปสักพัก มีปัญหาจุกจิกไหม
ใช้มาถึงตอนนี้ เข้าปีที่ 4 ยังไม่พบปัญหาเกี่ยวกับระบบ hybrid หรือเครื่องยนต์ อาจจะต้องดูระยะยาวกว่านี้

4. ถ้าย้อนกลับไปได้ ยังจะซื้อ PHEV อีกไหม
ถ้าตอนที่ซื้อมีตัวเลือกเยอะเหมือนตอนนี้คงไปไฟฟ้าครับ ตอนซื้อตอนนั้นมีแค่ MG อย่างเดียวเลย เพราะ PHEV ขับไฟฟ้า มันไม่ได้แรงเหมือนรถไฟฟ้าขนาดนั้นครับ มอเตอร์มันเล็กกว่า และกำลังไม่ได้สูงเหมือนรถไฟฟ้าปัจจุบัน

5. คนที่ไม่เลือก PHEV สุดท้ายไป HEV / EV / น้ำมัน เพราะอะไร
ความซับซ้อนของระบบ กลัวค่าใช้จ่ายชุดใหญ่เวลามีปัญหา ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนพูดถึงเวลาซื้อรถครับ อีกเรื่องคือราคาขายต่อ อย่างที่เห็น เทคโนโลยีไฟฟ้ามันไปไว ของที่ใช้อยู่ตอนนี้ตกรุ่นและดูโลวเทค ได้ใน 6-12 เดือนเลยครับ



bennieT8

ผมใช้ XC60 T8 มา 7 ปี  เพิ่งวิ่งครบ 40,0000 Km เอง เป็น T8 รุ่นแรกๆ  แบตตัวเล็กวิ่งได้ 35 Km/charge เท่านั้น แต่ลงตัวกับการใช้งานเพราะส่วนใหญ่ขับในเมืองวันละ 10 Km เอง  ชาร์จทุกวันแป๊บเดียวเต็ม  ค่าไฟคงราว 5-10 บาทต่อชาร์จ  เติมน้ำมัน 500 บาททุกสามเดือนไว้เลี้ยงเครื่องยนต์  เรื่องความประหยัดเลยกลายเป็นเรื่องที่ผมไม่คิดเลยเพราะใช้น้อยและประหยัดมากพอแล้ว  เครื่องเงียบ แรงมาก ใช้ 7 ปีมีความสุขทุกวันที่ขับ ไม่มีปัญหาจุกจิกอะไรเลย  ผมไม่มองว่าสองระบบเป็นภาระ  ผมมองว่าเป็นระบบสำรอง  เพราะผมใช้เครื่องยนต์น้อยมาก  การสึกหรอน้อยมาก  ไว้วิ่งทางไกลสะดวกดี
พูดถึงรถไฟฟ้า ทุกคนคุยถึงแต่ความประหยัดและฟังก์ชั่นที่ให้มา  แต่ผมกลับให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมาอันดับหนึ่ง  ซึ่งรู้สึกว่าตัวเองคิดต่างกับคนอื่นมากๆ  โดยรถคันนี้ช่วยผมรอดจากอุบัติเหตุมานับครั้งไม่ถ้วน  ไม่นับว่าเครื่องเสียงถูกใจคนบ้าดนตรีอย่างผม  ก่อนซื้อได้ลองยุโรปรุ่นใกล้กันแล้วไม่ถูกใจเลย  ถ้าจะซื้อใหม่ภายใน 5 ปีนี้ผมก็จะซื้อ PHEV อีก  เลือก Volvo เป็นอันดับหนึ่ง  รองลงไปคงดูตัวเลือกอื่นอีกทีครับ



PaPaMan

ใช้ PHEV อยู่ครับ BMW 530e ใช้มา 5 ปีกับระยะทางเกือบ 9หมื่นโล หมด BSI แล้ว ผมซื้อ SI ต่ออีก 3 ปี กะจะใช้ให้ได้ 10 ปี ครับ


ที่ใช้มาไม่เคยต้องซ่อมอะไรเลยครับ แค่บำรุงรักษาตามระยะทางเท่านั้น เป็นรถที่ใช้ดีมาก ไม่จุกจิกเลย บริบทของผมใช้เป็นคันหลักขับไปทำงานแถบชานเมือง ระยะทางไป-กลับ 40 กม./วัน ตัวรถแบต 6 โมดูล 12kW ราคาแบตโมดูลละ 6หมื่นบาท นน.รถ 1.7 ตัน (เทคโนโลยี่ลดน้ำหนักด้วยตัวถังอลูมิเนียมช่วย) ค่าไฟโดยเฉลี่ยเดือนละประมาณ 200 หน่วย (ชาร์จทุกวันเวลากลับบ้าน เวลาใช้งานจะพยายามให้แบตหมดหรือเกือบหมดตอนถึงบ้านเสมอ) เติมน้ำมันโซฮอล์95 2เดือนครั้ง แต่ถ้าอัดเต็มถังอยู่ได้ถึง 3 เดือน ปัจจุบันระยะวิ่งไฟฟ้าล้วนลดลงจากตอนออกจากโชว์รูม น่าจะเหลือซัก 80% เช็คระยะรอบถัดไปประมาณเดือน ก.ย. จะลองให้ช่างเช็ค SOH ให้ครับ ตัวรถมีประกันแบต 10 ปี ผมพยายามชาร์จบ่อยๆให้ใช้ cycle เยอะๆเผื่อจะได้เคลมแบตในระยะประกันครับ


โดยรวมแฮปปี้ครับ ( เพราะรถไม่จุกจิกเลย) อนาคตยังอยากใช้ BM PHEV อีก ( หรือไม่ก็ BEV iX3 แต่ติดที่หน้าตาอย่างเดียวเลย :(  ) แต่อยากให้วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ซัก 100 โล



AgentMolder

เอาจริงๆ PHEV คือรถที่สมบูรณ์แบบในแง่การใช้งานในบ้านเรา (นับแค่เรื่องการใช้พลังงานนะครับ ไม่นับความทนทาน) ขอแบตวิ่งสัก 100 โล เพียงพอแล้ว วิ่งในเมือง ไปทำงานใกล้ๆ แทบไม่ต้องเติมน้ำมัน วิ่งไกล ก็เติมได้เหมือนรถน้ำมันทั่วไป ถ้าใช้ Mode Hybride ก็ประหยัดใกล้ๆกับรถ Hybrid

แต่ปัญหาบ้านเราคือ รถ PHEV มีแค่ในรถยุโรป BM Benz Volvo แล้วก็รถจีน Haval H6, BYD แก๊ง DM-i เท่านั้น รถญี่ปุ่นในไทย ไม่มีเลย (ซึ่งน่าเสียดายมาก) เป็ฯที่ทราบกันว่า Hybrid ยุโรป ไม่ว่าค่ายไหน ต่างก็มีปัญหา โดยเฉพาะตราดาว ทำให้หลายคนแหยงมาก ต่อให้ ณ ปัจจบันนี้ปัญหาลดลงเยอะแล้ว เท่าที่ผมสิงใน club ก็ไม่มีปัญหาเรื่อง Power train กินข้าวลิง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องหยุมหยิม siftware ไม่เสถียร เซนเซอนี่นั่นมีปัญหา เข้า ศ. กันบ่อย ส่วนใน BMW ดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็มีปัญหาบ้าง แต่น้อยกว่าเบนซื ส่วน Valvo ปัญหาน้อยสุดแล้วครับ แต่ดันวิ่งได้น้อย แล้วอนาคตเหมือน volvo มองไปที่ BEV มากกว่า ส่วน รถจีน เพื่อนผมใช้ Haval H6 มาหลายปีละตั้งแต่มันราคาล้านเจ็ด จนตอนนี้ก็ไม่มีปัญหานะ ยังใช้ได้ดีอยู่ ตาดีได้ ตาร้ายเสีย

เหมือน คห. บนๆบอก ถ้ารถญี่ปุ่นเอา PHEV เข้า มันจะน่าใช้มากๆ เพราะพิสูจน์แล้วเรื่องความเสถียร ศ. เยอะ อะหลั่ยเพียบ ราคาไม่แพงเท่ายุโรป แต่ก็นั่นแหล่ะ พี่ยุ่นเขาไม่เอาเข้ามา เพราะมันจะแพงทะลุ 2 ล้านแน่นอน
2005 Toyota Vios 1st Gen
2012 Honda Civic FD
2018 Toyota Camry ACV70
2023 Toyota Yaris Cross
2024 Porsche 718 Cayman Style Edition
2025 MB E-Class E220d W214



DiKiBoyZ

มันก็เหมือนเอาข้อดีของ ICE กับ BEV มาบวกกันนั้นละครับ

PHEV ข้อดีคือ วิ่งในเมือง ระยะไม่ไกล ไป-กลับ ใช้ไฟฟ้า เป็นหลักเลย อันนี้คือจุดเด่นจริงๆ ของมัน

แต่ถ้าวิ่งไกลขึ้นมา ก็ไม่ต่างจาก ICE เท่าไหร่เลย ประหยัดช่วงแรกๆ หลังๆ ก็น้ำมันละ

เคยเปิดโหมด B เพื่อชาร์จไฟ กินน้ำกว่าเดิมอีก สรุปไม่คุ้ม ชาร์จบ้านคุ้มกว่า

ข้อเสียคือ ต้องบำรุงรักษา เหมือนรถน้ำมัน เช็คระยะ เช็ครอบ (ที่ต่างจากรถ BEV)

ยังไม่นับว่า ช่วงที่ต้องเช็คใหญ่ เปลี่ยนน้ำยาหล่อเย็น หรือ ต้องซ่อมจริงๆ 2 ระบบ ที่หนักเอาเรื่องอยู่



Odrecranon

ผมเองมีทั้ง ICE, PHEV, และ BEV เคยมี HEV

ส่วนตัวผมมองว่า สำหรับคนมีบ้านเสียบชาร์จได้ ขับแต่ในเมือง รถติด ๆ
PHEV ตอบโจทย์ครับ มันครอบคลุมทุกอย่างที่ BEV ให้ได้
จะขับออกต่างจังหวัดพอไหม ผมเคยแบตหมดขับทางไกล อัตราสิ้นเปลือง 18-20 km/l ได้ เกือบดีที่ HEV


แบตเตอรี ผมประมาณ 18 KW-h ขับได้ประมาณ 70-80 km อัตราเร่งเพียงพอกับการเร่งแซงในเมือง
ผมเองยังไม่พบปัญหาจุกจิก รถกำลังเข้าปีที่ 4 อัตราสิ้นเปลือง 13-14 kwh/100 km
ซึ่งน่าจะเป็นค่ามาตรฐานสำหรับขับในเมือง น้ำมันผมพยายามกดใช้ให้ได้สัปดาห์ละ 20 km
เอาจริง ๆ ปีหนึ่งเติมน้ำมัน 2 ครั้งได้ครับ ส่วนสุขภาพแบต ผมยังไม่เคยตรวจ

ถ้าเป็นไปได้ ผมยังชอบ PHEV มากกว่า BEV ในแง่ของการเดินทางไกล
ถ้าได้แบตขนาดใหญ่ขึ้นน่าจะดีครับ

ส่วน HEV ผมไม่ชอบถ้ามันจับคู่กับ CVT ครับ ความรู้สึกตอนเร่งมันไม่สนุก
ตอนนี้ที่เห็นมีแต่ Kia-Hyundai ที่จับกับ conventional A/T

ค่าใช้จ่ายรายปี PHEV ผมคิดว่าไม่ได้สูงกว่ารถบ้านทั่วไปครับ
ตกปีละ 1-2 หมื่นบาท แต่ถ้าเทียบกับ BEV ถูกกว่าครับ ตก 2 พันกว่าบาทต่อปี
ค่าประกันภันใกล้ ๆ กัน 4-5 หมื่น/ปี

เรื่องอะไหล่ รถผมยังไม่หมดประกัน ที่เคยเห็นคือ compressor AC ประมาณ 8 หมื่น
ผมคิดว่ายอมรับได้ครับ

ตอนนี้เท่าที่ผมเห็น PHEV
Mercedes 350e, 580e
BMW 330e, 530e
Audi TFSIe
Porsche hydrid
Lexus 450H+
Volvo T8
GMW PHEV
KIA PHEV

ถ้าให้ดีผมคงไปรุ่นที่แบตขนาด > 25KWh ครับ
ขอให้ระยะจริง 100 km ถือว่า ok แล้ว
แต่ข้อเสียคือพอแบตใหญ่ รถหนักขึ้น การ balance รถให้ขับสนุกก็ยากขึ้นตามมาด้วย

สุดท้าย ถ้าขับในเมือง
ผมเลือก eco car ครับ
จอดง่าย คล่องตัว ดูแลง่าย ขายต่อราคาตกน้อยกว่า



Kanarath

เคยใช้ PHEV อยู่ 2 คันครับ 530e Pre-LCI กับ 530e LCI G30 ทั้งคู่ ที่ซื้อเพราะ options และสมรรถนะครับ (ถ้าตอนนั้นยังมีเบนซินคงเอาเบนซินล้วน)
ส่วนตัวไม่ชอบ PHEV อยู่ 2 จุด
- เครื่องติดๆดับๆ ถึงจะสมูทแค่ไหนแต่ก็ไม่ชอบครับ
- ที่เก็บของท้ายรถที่น้อยมาก เพราะต้องเสียที่ให้แบต
ส่วนตัวทั้งสองคันเคยชาร์จไปแค่ 3-4 ครั้งมั๊งครับ ตอนนั้นรู้สึกว่าชาร์จไปก็เสียเวลาได้มาแค่ 40โล แล้วส่วนตัวก็ไม่ได้ชอบวิ่งด้วยไฟฟ้าด้วยครับ ขนาดคัน Pre-LCI แถมตู้ Wall-charger ผมยังไม่ติดเลยครับ จนขายรถไปแล้วยังกองอยู่ที่บ้านเลย ทั้งคู่ใช้ไปคันละ 4ปีนิดๆ ไม่มีปัญหาอะไรใดๆครับ

PHEV สมัยนี้ทำได้ 100โลก็น่าสนใจครับ ใช้ในเมืองชาร์จไฟบ้านสบายๆ
แต่เห็นแต่รถยุโรป ผมว่าถ้าเน้นคุ้มค่าไป BEV จีนคุ้มกว่า

PHEV มันดีตรงเติมน้ำมันได้เนี่ยแหละครับ ไปตจว.สบายใจ แต่อยากให้พิจารณาเรื่องที่เก็บของ ใช้จริงอาจหงุดหงิดได้ครับ