ผมใช้ phev อยู่ครับ และใช้ bev(atto3) hev(prius) และรถน้ำมันล้วนอยู่ด้วย
ถ้าเป็นรถไฟฟ้าล้วน อย่างที่เราทราบๆกัน คือ อะไหล่บางชิ้นหากเสียหรือเสื่อมสภาพแล้ว ค่าเปลี่ยนแพงมากๆ
ที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ก็คือ ค่าไฟ เมื่อเทียบกับค่าน้ำมัน
ถ้าจะวัดความคุ้ม เฉพาะด้านตัวเงิน ก็เลยต้องดูว่าใช้รถเยอะขนาดไหน
เพราะถ้าใช้เยอะมากๆถึงจุดหนึ่ง ก็จะประหยัดได้มากกว่าค่าใช้จ่ายต่างๆที่แพงขึ้น เช่น ค่าอะไหล่ ฯลฯ
(ไม่รวมถึง ความสะดวก หรือ ความไม่สะดวก ที่คำนวณเป็นตัวเงินไม่ได้)
ทีนี้ พอเป็น phev หากจะวัดความคุ้ม เฉพาะด้านตัวเงิน
การจะประหยัดได้ครอบคลุมพวกค่าอะไหล่ ฯลฯ ก็ต้องขับ(ในโหมดไฟฟ้า)เยอะๆ เช่นกัน
ก็ต้องลองคำนวณดู ว่าใช้ phev รุ่นไหน อัตรากินไฟ กินน้ำมันเท่าไหร่ ขับวันละกี่กิโลเมตร ซึ่งแต่ละคนก็ต่างกันไป
และถ้าไม่ซื้อ phev รุ่นนี้ จะซื้อ hev หรือ รถน้ำมันล้วนรุ่นอะไร และลองคำนวณอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน
เพื่อเทียบดูว่า ที่ประหยัดได้ มากพอจะไปคลอบคลุมค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นในเรื่องอื่นๆของ phev หรือไม่
แต่ มีความคุ้มด้านอื่นๆที่คำนวณเป็นตัวเงินไม่ได้เช่นกัน เช่น การเปิดแอร์รอในรถได้นานๆโดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์
การขับเข้าออกจากบ้านได้โดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์
ฯลฯ
ซึ่งก็แล้วแต่วิถีชีวิตของแต่ละคน เช่น บางคนอาจไม่มีสถานการณ์ที่ต้องรอใครในรถนานๆเลย
คนที่ใช้ phev ที่ผมรู้จัก
บางคนก็ซื้อ phev เพื่อความสะดวกสบายเหล่านี้ที่คำนวณเป็นตัวเงินไม่ได้ด้วย
ถ้าต้องจอดรอคนในสถานที่ที่ต้องดับเครื่องยนต์ ก็สามารถเปิดแอร์ในรถได้
ไปต่างจังหวัดไกลๆ ก็ใช้น้ำมันร่วมด้วย น้ำมันใกล้หมดเมื่อไหร่ก็แวะเติม 5 นาที เต็มถัง ไปต่อได้อีกไกล
ไม่ต้องดูแอพที่ชาร์จต่างๆ ไม่ต้องจอง ไม่ต้องรอคิวคันก่อนหน้าที่ชาร์จอยู่ (น้ำมัน ถ้ามีคิว ก็รอไม่นาน)
ส่วนตัวผมเอง ผมไม่ได้คำนวณอะไรข้างบนเลยครับ (อ้าว ซะงั้น 555)
เพราะไม่เคยคิดจะซื้อ phev เลย แต่เรื่องของเรื่องทึ่ทำให้ผมมีรถ phev ได้ คือ
ปี 2016 ญาติผมซื้อ c350e ป้ายแดง และใช้มา 8 ปี 53,xxxkm เปลี่ยนรถ
ให้เต้นท์ 2-3 ที่ ตีราคา ได้ราคาไม่กี่แสน (ถูกกว่าราคารถป้ายแดง c seg ของ toyota honda ไปหลายแสน)
ญาติเห็นว่าได้เงินน้อยมาก(เมื่อเทียบกับราคาป้ายแดงที่จ่ายไป) เลยถามผมว่าเอาไหม ราคาที่เต้นท์รับเข้า
ญาติมองว่าถ้าได้เงินแค่นี้ ถ้าผมเอา ก็จะขายให้ผมดีกว่า
และให้รถมาให้ผมลอง กี่วันก็ได้ ไม่ต้องรีบคืน (เพราะญาติได้รถใหม่แล้ว)
หลังจากได้ลองซักพัก หลายวันอยู่ ขับไปหลายสถานที่ หลายรูปแบบ
ทั้งรถติดๆมากๆในเมือง ทั้งทางด่วนโล่งๆที่ใช้ความเร็วได้ ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด
ปรากฎว่าสมาชิกในครอบครัวผมอยากได้ เนื่องจากเห็นรถคันนี้มาตั้งแต่ป้ายแดง
และรู้ประวัติรถ ญาติเป็นแพทย์หญิง อายุ 40 กว่าๆ ใช้รถแค่ไปทำงาน จากบ้านไปโรงพยาบาล
ผมดูว่าราคาพอไหว ถูกกว่าราคารถป้ายแดง c seg ของ toyota honda ไปหลายแสน
ส่วนค่าอะไหล่ต่างๆ แพงแน่ๆ
ผมเลยซื้อ phev คันนี้มา เลยอาจพอช่วยตอบได้บางข้อครับ
( phev แต่ละคัน แต่ละรุ่น อาจต่างกันไป ผมตอบเฉพาะรุ่นของผมนะครับ )

ที่คุณ Ekachai M หาข้อมูลมาเกี่ยวกับ phev
คันของผมโดยรวมๆก็เป็นไปตามนั้นเลยครับ
ถ้าไม่ได้ชาร์จบ่อย เหมือนแบกน้ำหนักเล่นๆ
เคยขับออกทริป สองพันกว่ากิโลเมตร แบบไม่ได้ชาร์จ ใช้แต่น้ำมันล้วน นั่ง 3 คน ขับ 110 กม/ชม +-
ก็ไม่ได้ประหยัดน้ำมันอะไร ได้ 14.5 กม./ลิตร
1. ใช้ PHEV อยู่ ชาร์จบ่อยไหม? หรือขี้เกียจชาร์จจนแทบไม่ได้ใช้ไฟ
ชาร์จบ่อยครับ จอดบ้านก็ชาร์จตลอด เนื่องจากมี wall charge สำหรับรถไฟฟ้าอยู่แล้ว ใช้ด้วยกันได้
ส่วนญาติที่เป็นเจ้าของเดิม ไม่เคยชาร์จไฟบ้านเลยครับ ให้รถมันชาร์จเองจากการขับเท่านั้น
2. ค่าใช้จ่ายจริงๆ เป็นไง ประหยัดจริงไหม
วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนในเมือง 1.67 บาท/กม
วิ่งด้วยน้ำมันล้วน ความเร็ว ~110 กม/ชม 14.5 กม./ลิตร
3. ใช้ไปสักพัก มีปัญหาจุกจิกไหม
ตอนนี้ยังครับ แต่ถ้ามีเกี่ยวกับระบบไฮบริด แพงแน่นอน
4. ถ้าย้อนกลับไปได้ ยังจะซื้อ PHEV อีกไหม
กับ
5. คนที่ไม่เลือก PHEV สุดท้ายไป HEV / EV / น้ำมัน เพราะอะไร
ญาติผมที่ขาย c350e มาให้ผม เปลี่ยนรถใหม่ เป็น phev เหมือนเดิม ขยับเป็น E350e
ที่ญาติซื้อ phev ไม่ได้มองเรื่องประหยัดน้ำมันเป็นหลักครับ
เพราะอย่างที่บอก ญาติไม่ได้เสียบชาร์จไฟบ้านเลย สายชาร์จยังไม่ได้แกะออกจากถุง
ส่วนผม
สมมติถ้าผมจะใช้เป็นรถคันเดียว แล้วเน้นเรื่องประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวม ผมไม่ซื้อ phev ครับ
เพราะผมใช้รถด้วยโหมดไฟฟ้าได้ไม่มากพอที่จะประหยัดครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นในด้านอื่นๆได้ครับ