ผู้เขียน หัวข้อ: คนไทยผลิตรถคุณภาพดีส่งขายประเทศอื่น ส่วนตัวเองได้ใช้แต่ของด้อยสเปคห่วยกว่า  (อ่าน 15458 ครั้ง)

ออฟไลน์ Nathal Goldstein

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,776
ผมว่าสังคมไทย ตอนนี้มัน ป่วย มากก เลยคับ

ยิ่งบนออนไลน์แล้ว คนเราสามารถแสดงตัวตน เค้าออกมาโดยไม่แคร์ ถึงสิ่งที่ตามมา

พวกโลกแคบ มองโลกในแง่ร้ายตลอด ช่างจับผิด กลัวคนอื่นเอาเปรียบ ว่าคนอื่นไม่ดี กลัวเค้าได้ดีจนขี้อิจฉา อยากอวดรู้ อยากทำตัวเป็นพวกตะวันตกรักษาสิทธิ์ตัวเองจนเลยขอบเขต

เรามาช่วยกัน ทำให้สังคม มีแต่คนที่รู้จัก มองโลกในแง่ดี  ถ้อยทีถ้อยอาศัย แบ่งปัน เอื้อเฟื้อ กันมากๆขึ้นดีไหมคับ ซึ่ง สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งดีของประเทศเรามานาน แต่มันกำลัง หายไป เนื่องจาก เรารับ แต่สิ่งที่คิดว่าดี ทั้งๆที่ มันไม่ดีเข้ามา โดยขาดการไตร่ตรอง ใช้ปัญญา

การชื่นชมคนอื่น ไม่ทำให้คุณตายหรอกครับ มันมีแต่จะจรรโลงให้โลกใบนี้ น่าอยู่ขึ้น การที่คุณบ่นถึงแต่สิ่งไม่ดีของตัวเอง และคนอื่น ทั้งหมด มันจะกลับมาหาตัวคุณเองนั่นล่ะครับ

ถ้าคุณเลี่ยงไม่กล้า พูดวิจารณ์แสดงความเห็นแบบhard truth มัวแต่เลี่ยงหาแต่ คำพูดสวยๆงามๆ จรรโลงใจ หวานเลี่ยน ฟังแล้วสบายหู อยากอยู่ในแต่โลก fantasy มันไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์การพัฒนาขึ้นหรอกนะครับ  สิ่งที่ประชาชนในประเทศนี้ ต้องรับรู้และควรทำคือ hard truth ซึ่งหลายเรื่องอาจจะ harsh และควรรับรู้บ่อยครั้งด้วย   

การกล้าแสดงออกความเห็น จุดยืนของตนเองเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าการสุภาพมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ ประเภท อะไรก็"ไม่เป็นไร"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 25, 2015, 22:49:42 โดย Ivy Modernist »

ออฟไลน์ Nathal Goldstein

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,776
เข้ามาเห็นด้วยกับ จขกท.ครับ
ถ้าใครเคยสัมผัสรถยนต์รุ่นเดียวกันเมื่อเทียบใน ประเทศไทย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สเปน ฯลฯ จะได้เห็นตั้งแต่ความแตกต่างตอนที่
รถมันประกอบออกมาเป็นคันๆ ระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์ เกียร์ ออปชั่นต่างๆ แตกต่างอย่างชัดเจน

พอมองให้ลึกเข้าไปก็จะเป็นเรื่องของความซีเรียสในการประกอบ รถไทยไม่ได้ซีเรียสมาก เมื่อเทียบกับ ตปท. ที่มีกฏหมายในการควบคุม
อย่าว่าแต่การประกอบเพียงอย่างเดียวเลยครับ การทำสี การเชื่อมโลหะ แม้กระทั่งตัว Material ที่เอามาทำรถยนต์ก็ต่างกันมากมาย

ผมจะยกตัวอย่างแค่การเชื่อมแล้วกันนะครับ : ในบางประเทศ เขาจะมีกฏหมายควบคุมการเชื่อมโลหะว่า จุดไหนที่ "จำเป็น" ต้องมีบ้าง
รู้ไหมครับ รถนอกการเชื่อมประตู ตัวถัง จุดที่จำเป็นบางจุดมีมากกว่า 4 จุดขึ้นไป ขณะที่ประเทศไทยมีแค่ 1 หรือ 2 เท่านั้น
แต่ผู้บริโภคจะรู้หรือไม่? เพราะสุดท้ายแล้วรถออกมาเป็นคัน ไม่มีใครเห็นรอยเชื่อมหรอกครับ หลายๆครั้งที่เกิดปัญหาของเสียงดังบ้าง
เอาเข้าศูนย์ช่างแก้ไม่หายบ้าง เป็นปัญหาเรื้อรังระยะยาว ไม่ใช่เพราะการประกอบเพียงอย่างเดียวนะครับ จุดเชื่อมต่างๆก็ส่งผล
แล้วเวลามีปัญหาขึ้นมา การตรวจสอบมันไม่ครบหรอกครับ รถบางคันหลุดออกไปขายเยอะแยะแล้ว แต่ผู้บริโภคเข้าใจกันเองว่า
รถมันผ่านการตรวจสอบมาทุกๆคัน อย่าลืมนะครับว่า เราผลิตรถส่งขายในประเทศ และนอกประเทศ ยิ่งประเทศไหนขายยาก
เรายิ่งต้องเอากำลังคนไปตรวจสอบในประเทศนั้นๆ เยอะกว่าประเทศที่ขายได้ง่ายกว่า จริงมั๊ยครับ?

และอีกหลายๆเรื่องที่ ตปท. ใช้อุปกรณ์ต่างๆมาเป็นพื้นฐานของรถทุกรุ่น ขณะที่บ้านเรายังด้อยเรื่องนี้ครับ

เข้ามาตอบในฐานะคนที่ทำงาน อยู่ ในอุตสหกรรม ยานยนต์
ข้อมูล คุณ มั่วหน้า ด้านๆๆ มากครับ
รถยนต์ผลิต ตามแบบ แบบ มันก็เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะ ขายประเทศไหน
ไม่มี หรอกครับ ลดจุดเชื่อม
เค้าผลิตงาน ตาม ข้อกำหนด จาก OEM ไม่ได้นึกอยากลดหรือเพิ่มได้คุณพูดแบบนี้ คุณเอาหลักฐานมาครับ
เค้าไม่เขียนแบบ ออกมาเพื่อ ลดจุดเชื่อม เฉพาะ บ้านเราหรอกครับ
รถที่คุณ พูดถึง นี่ รถซาเล้งรึเปลาครับ มาลดจุดเชื่อม เฉพาะขายประเทศไทยนี่

เท่าที่ผมเห็น วัสดุอุปกรณ์ ทุกอย่าง ทำตามแบบ หมด
สิ่งที่ต่างคือ Option

รถหนึ่งคัน มี รหัส รุ่น มากเป็น 10 เป็นร้อย แบ่ง ตาม สี option ประเทศที่จำหน่าย
ทั้งที่ ผลิต จากโรงงานเดียวกัน

ตลอดเวลา ที่ทำงานมา สิ่งที่ต่างมีแค่ Option ไม่ใช่ คุณภาพ ครับ

case ย้อนกลับไปในอดีต ลองไปดู Lancer E-car ประกอบไทยดูครับ ไปดูใต้รถให้ละเอียด จะพบส่วนประกอบของ chassis ทำด้วยสังกะสีหรืออะไรสักอย่างประมาณนั้น

case ใกล้เข้ามาอีกหน่อย เอ๋อะไรนะ ผมได้ยินแว่วๆ เกี่ยวกับ ฟิวเจอร์บอร์ด 

อีกอันคือ ที่สมาชิกท่านนึงพูดเกี่ยวกับการชุบกันสนิม รถขายในประเทศเทียบกับรถส่งนอก

ออฟไลน์ 6162002

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,087
เห็นมาการยกตัวอย่างถึงพัลซ่าร์เทอร์โบว่ารถเทคโนโลยีทันโลกใส่ออพชั่นมาให้ครบแต่ไม่น่าซื้อ งั้นเรามาดูกันว่าถึงวันที่ซีวิคเทอร์โบฉีดตรงวางขายคำพูดแนวนี้จะยังคงอยู่ไหม  :-X ผมว่าอีกปัญหาหนึ่งของคนไทยคือการไม่ยอมรับความแตกต่างจากสิ่งที่ตัวเองคุ้นเคยครับ นานมาแล้วตอนนิสสันหันมาใช้CVTใหม่ๆใครๆก็ก่นด่าว่าพังง่ายไร้อารมณ์ แต่พออัลติสใส่CVTมาบ้างเสียงก่นด่ากลายเป็นชื่นชมว่าCVTมันให้แรงบิดต่อเนื่องดีนะ ที่ใส่ในHRVยาริสอีโคคาร์ก็ไม่มีการก่นด่าเหมือนในคราวนิสสันเลย กาลายเป็นยัมรับได้โดยง่ายซะงั้นทั้งที่CVTของนิสสันมีประวัติดีกว่าไม่เคยสร้างชื่อเสียงว่าเปราะบางพังง่ายเหมือนคราวที่เคยใส่ในแจ๊สรุ่นแรก  :-\ ฟอร์ดเอาESPกับแอร์แบกครบครัยใส่มาให้เป็นรายแรกในรถขนาดเล็ก สังคมเมิน....อืมเหรองั้นๆอ่ะ แต่พอซิตี้ใส่มาบ้างเป็นที่ฮือฮากลายเป็นพูดกันว่าฮอนด้าดีงามที่กล้าใส่ระบบพวกนี้มาให้เป็นรายแรกในรถขนาดเล็ก....อ้าวฟอร์ดหายไปไหนฟพ? ถัดมาหน่อยพอฟอร์ดเอาเครื่องecoboostมาใส่ในเฟียสต้ากระแสมาเลยจ้ะใส่มาทำไมล้ำเกินไปใครมันจะซ่อมได้ บ้างก็ว่าคนไทยไม่ต้องการเครื่องล้ำขนาดนี้ใส่มาทำไมให้รถแพงเอาเครื่องเดิมๆซ่อมง่ายๆอะไหล่มือสองเยอะๆแบบในอัลติสยังดีซะกว่า พอมีข่าวว่าซีวิครุ่นใหม่จะใส่เครื่องเล็กฉีดตรงบ้างกลายเป็นฮือฮา เจ๋งว่ะอยากได้ นี่แหละที่ใจปราถนา อ้าวววววทำไมยอมรับง่ายกันอีกแล้ว ตอนในพัลซ่าร์ก็มีมาก่อนนะแล้วแรงจี๊ดจ๊าดด้วย แต่กลับโดดนด่าว่าCVTไร้อารมณ์.....แต่พอซีวิคใหม่จะมาพร้อมCVTกลับไม่มีใครด่าเลย  :'(

รถที่วางขายในปัจจุบันนี้เป็นรถในอุดมคติที่เมื่อสิบปีก่อนเคยอยากได้และต่างพูดกันว่าทำไม่ได้ไม่มีอยู่จริง อยากได้ไปอยู่เมืองนอกนู่น แต่ตอนนี้มันแล่นตรงหน้ากันแล้วครับ  :-X กลายเป็นว่าค่ายรองห้ามยัดออพชั่นมาให้เยอะเกินหน้าเกินตาค่ายรถขายดีนะไม่มีประโยชน์หรอก ต้องรอให้เจ้าตลาดออกนำหน้ามาก่อนเท่านั้นเทคโนโลยิ/ออพชั่นนั้นๆถึงจะเป็นที่ยอมรับได้ เดี๋ยวคอยดูเกียร์8ระดับในปาเจโร่แล้วกัน ตอนนี้ยังมีพูดถึงเลยว่าเกินตัวใส่มาทำไมไม่จำเป็น  ???

ชอบประโยคนี้ครับ >_<

Stroke8

  • บุคคลทั่วไป

case ย้อนกลับไปในอดีต ลองไปดู Lancer E-car ประกอบไทยดูครับ ไปดูใต้รถให้ละเอียด จะพบส่วนประกอบของ chassis ทำด้วยสังกะสีหรืออะไรสักอย่างประมาณนั้น


ผมจะเดาว่า คุณเคยเห็นใต้รถ E-Car ที่ประกอบในต่างประเทศนะครับ แต่ผมว่าคุณไม่เคย ผมเคย แล้วผมยืนยันได้ว่ามันไม่ได้ต่างไปจาก E-Car ที่ประกอบในประเทศไทยเลยแม้แต่นิดเดียว ความห่วยแตกของมิตซูบิชิที่ประกอบ ไม่ว่าจะในญี่ปุ่นหรือว่าไทย ไม่แตกต่างกันเลย เน่าเหมือนกัน ให้เครดิตมิตซูบิชิดีเกินไปหรือเปล่าครับ? เมื่อเอาจำนวนรถที่มีอยู่มาคิดดู ผมว่าตอนนี้ผมก็เห็นจำนวน GTi ประกอบญี่ปุ่นพอๆกับจำนวน GLXi ประกอบไทยนะ ต่อให้เอาสัดส่วนมาคิดด้วยก็เถอะ ถ้าเกิดรถมันดีกว่ามาก ผมว่าทุกวันนี้คงไม่มีใครนั่งตามหา นั่งน้ำลายไหลเวลาเจอ GTi สภาพดีๆ หรอกนะครับ หรือว่าคุณจะบอกว่ามันเป็นทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดของคนในแหลมฉบังที่ไม่ออกอะไหล่ให้กับคนที่ใช้ GTi ทำให้ทุกวันนี้จำนวนลดลงไปจนไม่เหลืออะไร? แล้วก็น้ำมันเจ็ทละลายคานเหล็กกล้าไม่ได้?


case ใกล้เข้ามาอีกหน่อย เอ๋อะไรนะ ผมได้ยินแว่วๆ เกี่ยวกับ ฟิวเจอร์บอร์ด 


ผมจะเดาอีกอย่างว่า คุณเคยเห็นท้ายรถ Toyota Yaris Sedan ตัวที่ประกอบในญี่ปุ่นนะครับ แต่ผมว่าคุณไม่เคยเช่นกันนั่นแหละ ผมยอมรับนะว่า Toyota Yaris Sedan ที่ขายในอเมริกา เขาให้เบาะพับได้มาตั้งแต่รุ่นถูกสุดจนถึงรุ่นแพงสุด แล้วก็เหมือนตัวที่ประกอบในไทย คือรุ่นที่เบาะพับได้ ไม่มีฟิวเจอร์บอร์ดอยู่ท้ายรถ งั้นเราก็คงต้องไปดูรถที่ใกล้เคียงที่สุด ที่เบาะไม่สามารถพับได้ นั่นก็คือ Toyota Echo ซึ่งไม่เคยมีการประกอบในประเทศไทย แต่มันเป็นรถที่ประกอบในญี่ปุ่นและส่งออกไปขายที่สหรัฐ เพราะฉะนั้นก็เข้าข่ายรถที่ประกอบในต่างประเทศใช่ไหมครับ? รู้ไหมที่ท้ายรถ Toyota Echo มีอะไรซ่อนอยู่? ฟิวเจอร์บอร์ด

แล้วเพื่อนชาวเดนมาร์กคนหนึ่งของผม ผู้ซึ่งเคยได้เห็นรถที่ประกอบในแต่ละที่มามาก รวมทั้งท้ายรถโตโยต้าที่มีฟิวเจอร์บอร์ด เขาได้กล่าวไว้ว่า "แล้วจะทำไม? ในเมื่อมันทำหน้าที่ของมัน ซึ่งก็คือการปิดบังและป้องกันแผ่นเหล็กที่อยู่ด้านหลัง ได้ดีอยู่แล้ว?" ครับ คนต่างชาติที่คุณดูเหมือนจะกำลังเชิดชูว่าชาญฉลาดกว่าคนไทยมาก เขาไม่สนใจหรอกไอ้วัสดุแผ่นปิดในท้ายรถมันทำมาจากอะไร มีหน้าตาเป็นอย่างไร และมีราคาเท่าไหร่ ตราบใดที่มันสามารถทำหน้าที่ของมันได้ดี

คุณอาจจะมีหัวข้อที่น่าสนใจ แต่ถ้าเกิดคนอ่านไม่สามารถขึ้นเช็ครับการเสนอประเด็นที่เกี่ยวข้อง ชัดเจน และถูกต้อง ได้ ก็จบนะครับ เขาเรียกว่า Fallacy และมันสามารถทำให้คุณแพ้การโต้วาทีได้อย่างง่ายดายเลยล่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2015, 01:04:29 โดย Stroke8 »

ออฟไลน์ a601970

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 701
  • ประชาธิปไตย หัวใจคือประชาชน
นี่คือกระทู้ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการยานยนต์ไทยเลยทีเดียว  ???
ผมคิดว่าควรปักหมุดกระทู้นี้นะครับ   ???

ออฟไลน์ Elestra

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 175
คุณเปิดเว็บ Toyota America ก็ได้
Altis ราคาถูกกว่าบ้านเรา แต่ยัด AirBag 6 ลูกให้ตั้งแต่ตัวถูกที่สุดเลย

ออฟไลน์ localgame

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,592
คุณเปิดเว็บ Toyota America ก็ได้
Altis ราคาถูกกว่าบ้านเรา แต่ยัด AirBag 6 ลูกให้ตั้งแต่ตัวถูกที่สุดเลย
ราคามันเกี่ยวข้องกับภาษีรถครับ ภาษีบ้านเราแพงกว่าที่อเมริกาอยู่เล็กน้อยประมาน10-20%

ออฟไลน์ HIGHSEA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 639
จากหัวข้อกระทู้  สิ่งที่ผมพอจะคิดออกได้คือ  " นโยบาย " ครับ หลายอย่างในบ้านเรามันน่าจะก้าวไปไกลและมีมาตราฐานทัดเทียมหรือดีกว่าต่างชาติ เพราะบุคคลากรของบ้านเราก็ไม่ด้อยกว่าใคร แต่ไม่รู้ทำไมว่ามันติดขัดที่ตรงใหน .

ออฟไลน์ Nathal Goldstein

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,776
คุณเปิดเว็บ Toyota America ก็ได้
Altis ราคาถูกกว่าบ้านเรา แต่ยัด AirBag 6 ลูกให้ตั้งแต่ตัวถูกที่สุดเลย
ราคามันเกี่ยวข้องกับภาษีรถครับ ภาษีบ้านเราแพงกว่าที่อเมริกาอยู่เล็กน้อยประมาน10-20%

อาจรวมถึง ความอยากได้ margin เยอะด้วยครับ เป็นข้ออ้างอีกอันที่ค่ายรถพยายามแก้ตัวว่า อัดคุณภาพ อ๊อฟชั่นต่างๆมาให้เท่ากับข้อส่งนอกไม่ได้ 

ผมไม่เข้าใจ ข้อโต้แย้งแก้ตัวแทนค่ายรถประมาณ "ไม่ได้อยู่วงการไม่รู้เรื่อง" เป็นวิธีแก้ตัวแบบหักดิบ ไม่กล้าแสดงความเห็นโต้ตอบมากกว่า อีกอย่างผมสงสัยว่านักแก้ตัวแทนทั้งหลาย มีเจตนาอวยเข้าข้างค่ายรถ อยากให้ค่ายรถมีกำไรเยอะๆ  หรือ เห็นแก่ผู้บริโภค ประชาชนในประเทศให้ได้ใช้ของที่ตนเองผลิตเองมีคุณภาพดี ตัวเลือกอ๊อฟชันดี มากกว่ากันครับ

ออฟไลน์ Auto

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,011
 ผมก็อยากปกป้องสิทธิ์ของผุ้บริโภค   ถึงแม้ผมจะอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมรถมาโดยตลอด     
แต่ผู้บริโภคเขาไม่ปกป้องสิทธิ์ของตัวเองนี่ครับ   ใครจะไปช่วยได้ บริษัทรถทำความต้องการของลูกค้านะครับเพราะเขาผลิตมาขายไม่ได้ผลิตมาตั้งโชว์เอาไว้แล้วบอกว่ารถคันนี้ดีมาตรฐานสูง 
ข้อมูลจากการสุ่มสำรวจการตลาดงานวิจัยที่ผมเคยทำ   ลูกค้าส่วนใหญ่เขาตอบคำถามออกมาบริษัทรถก็เอาไปออกแบบผลิตรถตามแต่ละเซกเม้น

ถ้าท่านอยากได้รถดีมีคุณภาพสูงท่านก็เลือกรุ่นนั้นสิครับ
 Ford Everest 3.2 
Nissan Pulsar Turbo 
Mitsu ตอนเดียว 4x4 AT 
Ford 3.2 AT 4x4   
หรือรถเก่าอย่าง  Hilux LN 106
Fortuner 2.7 4X4  Vigo 2.7 4x4 
หรือรถที่ TOYOTA  นำเข้ามาเองอย่าง Landcruiser Prado  FT86 
 
พวกนี้แหละสเปกมาตรฐานส่งต่างประเทศทั่วโลก      ไม่ทราบว่าคุณ Ivy Modernist  ได้ลองเลือกมาใช้สักรุ่นหรือยังครับ 
คนส่วนใหญ่ได้กล้าซื้อมาใช้ กันสักรุ่นหรือยังครับ หรือว่ายัง
ผมเห้นตลาดปิคอัพคนส่วนใหญ่ยังขับกระบะ พรีรันเนอร์  ไฮแลนเดอร์ ไฮไรเดอร์  คาลิเบอร์กันอยุ่เลย   นั่นละเสปกไทยชัดเจน   ถ้าขับแบบนั้นแล้วมาเรียกร้องสเปกต่างประเทศผมว่ามันก็เกินไป  เพราะตัวเองก็ไม่ได้ซื้อ


ออฟไลน์ mamaman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,768
    • อีเมล์


ทุกคนกรุณา อ่านหัวข้อกระทู้ครับ

คนไทยผลิตรถคุณภาพดีส่งขายประเทศอื่น ส่วนตัวเองได้ใช้แต่ของด้อยสเปคห่วยกว่า

ไม่ใช่ เอารถผลิตต่างประเทศนอก มาเทียบ กับรถไทยครับ มันคนละประเด็นครับ
เอา รถตลาดอเมริ มาเทียบ บ้านเรา มีรถ ส่งออกไปอเมริกา กี่คัน ครับ
เอา รถที่ ผลิตบ้านเราแล้วส่งไปขายต่างประเทศ มาเทียบ กับตัวที ขายในไทยสิครับ

ยังยืนยัน ผมก็เห็นการผลิตมาเยอะ ยืนยันว่าคุณภาพนะมันเท่ากัน ต่างแค่ option
คำว่า spec ห่วย นี่ ทำไมคุณไปซื้อคัวห่วยละครับ
ของดีมีเทียบเท่าต่างประเทศ ก็มี ทำไมไม่ซื้อ

ถ้าจะโทษไปโทษ รัฐบาล ที่บิดเบื่อนราคา รถเองเถอะครับ

ออฟไลน์ mamaman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,768
    • อีเมล์

case ย้อนกลับไปในอดีต ลองไปดู Lancer E-car ประกอบไทยดูครับ ไปดูใต้รถให้ละเอียด จะพบส่วนประกอบของ chassis ทำด้วยสังกะสีหรืออะไรสักอย่างประมาณนั้น


ผมจะเดาว่า คุณเคยเห็นใต้รถ E-Car ที่ประกอบในต่างประเทศนะครับ แต่ผมว่าคุณไม่เคย ผมเคย แล้วผมยืนยันได้ว่ามันไม่ได้ต่างไปจาก E-Car ที่ประกอบในประเทศไทยเลยแม้แต่นิดเดียว ความห่วยแตกของมิตซูบิชิที่ประกอบ ไม่ว่าจะในญี่ปุ่นหรือว่าไทย ไม่แตกต่างกันเลย เน่าเหมือนกัน ให้เครดิตมิตซูบิชิดีเกินไปหรือเปล่าครับ? เมื่อเอาจำนวนรถที่มีอยู่มาคิดดู ผมว่าตอนนี้ผมก็เห็นจำนวน GTi ประกอบญี่ปุ่นพอๆกับจำนวน GLXi ประกอบไทยนะ ต่อให้เอาสัดส่วนมาคิดด้วยก็เถอะ ถ้าเกิดรถมันดีกว่ามาก ผมว่าทุกวันนี้คงไม่มีใครนั่งตามหา นั่งน้ำลายไหลเวลาเจอ GTi สภาพดีๆ หรอกนะครับ หรือว่าคุณจะบอกว่ามันเป็นทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดของคนในแหลมฉบังที่ไม่ออกอะไหล่ให้กับคนที่ใช้ GTi ทำให้ทุกวันนี้จำนวนลดลงไปจนไม่เหลืออะไร? แล้วก็น้ำมันเจ็ทละลายคานเหล็กกล้าไม่ได้?


case ใกล้เข้ามาอีกหน่อย เอ๋อะไรนะ ผมได้ยินแว่วๆ เกี่ยวกับ ฟิวเจอร์บอร์ด 


ผมจะเดาอีกอย่างว่า คุณเคยเห็นท้ายรถ Toyota Yaris Sedan ตัวที่ประกอบในญี่ปุ่นนะครับ แต่ผมว่าคุณไม่เคยเช่นกันนั่นแหละ ผมยอมรับนะว่า Toyota Yaris Sedan ที่ขายในอเมริกา เขาให้เบาะพับได้มาตั้งแต่รุ่นถูกสุดจนถึงรุ่นแพงสุด แล้วก็เหมือนตัวที่ประกอบในไทย คือรุ่นที่เบาะพับได้ ไม่มีฟิวเจอร์บอร์ดอยู่ท้ายรถ งั้นเราก็คงต้องไปดูรถที่ใกล้เคียงที่สุด ที่เบาะไม่สามารถพับได้ นั่นก็คือ Toyota Echo ซึ่งไม่เคยมีการประกอบในประเทศไทย แต่มันเป็นรถที่ประกอบในญี่ปุ่นและส่งออกไปขายที่สหรัฐ เพราะฉะนั้นก็เข้าข่ายรถที่ประกอบในต่างประเทศใช่ไหมครับ? รู้ไหมที่ท้ายรถ Toyota Echo มีอะไรซ่อนอยู่? ฟิวเจอร์บอร์ด

แล้วเพื่อนชาวเดนมาร์กคนหนึ่งของผม ผู้ซึ่งเคยได้เห็นรถที่ประกอบในแต่ละที่มามาก รวมทั้งท้ายรถโตโยต้าที่มีฟิวเจอร์บอร์ด เขาได้กล่าวไว้ว่า "แล้วจะทำไม? ในเมื่อมันทำหน้าที่ของมัน ซึ่งก็คือการปิดบังและป้องกันแผ่นเหล็กที่อยู่ด้านหลัง ได้ดีอยู่แล้ว?" ครับ คนต่างชาติที่คุณดูเหมือนจะกำลังเชิดชูว่าชาญฉลาดกว่าคนไทยมาก เขาไม่สนใจหรอกไอ้วัสดุแผ่นปิดในท้ายรถมันทำมาจากอะไร มีหน้าตาเป็นอย่างไร และมีราคาเท่าไหร่ ตราบใดที่มันสามารถทำหน้าที่ของมันได้ดี

คุณอาจจะมีหัวข้อที่น่าสนใจ แต่ถ้าเกิดคนอ่านไม่สามารถขึ้นเช็ครับการเสนอประเด็นที่เกี่ยวข้อง ชัดเจน และถูกต้อง ได้ ก็จบนะครับ เขาเรียกว่า Fallacy และมันสามารถทำให้คุณแพ้การโต้วาทีได้อย่างง่ายดายเลยล่ะ

ผมมายืนยันความห่วยแตกของวัสดุ Mitsubishi นี่ เทียบเท่ากันทั้งโลกครับ
กรณีประกอบที่เดียวกันนะครับ

ออฟไลน์ mamaman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,768
    • อีเมล์
เข้ามาเห็นด้วยกับ จขกท.ครับ
ถ้าใครเคยสัมผัสรถยนต์รุ่นเดียวกันเมื่อเทียบใน ประเทศไทย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สเปน ฯลฯ จะได้เห็นตั้งแต่ความแตกต่างตอนที่
รถมันประกอบออกมาเป็นคันๆ ระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์ เกียร์ ออปชั่นต่างๆ แตกต่างอย่างชัดเจน

พอมองให้ลึกเข้าไปก็จะเป็นเรื่องของความซีเรียสในการประกอบ รถไทยไม่ได้ซีเรียสมาก เมื่อเทียบกับ ตปท. ที่มีกฏหมายในการควบคุม
อย่าว่าแต่การประกอบเพียงอย่างเดียวเลยครับ การทำสี การเชื่อมโลหะ แม้กระทั่งตัว Material ที่เอามาทำรถยนต์ก็ต่างกันมากมาย

ผมจะยกตัวอย่างแค่การเชื่อมแล้วกันนะครับ : ในบางประเทศ เขาจะมีกฏหมายควบคุมการเชื่อมโลหะว่า จุดไหนที่ "จำเป็น" ต้องมีบ้าง
รู้ไหมครับ รถนอกการเชื่อมประตู ตัวถัง จุดที่จำเป็นบางจุดมีมากกว่า 4 จุดขึ้นไป ขณะที่ประเทศไทยมีแค่ 1 หรือ 2 เท่านั้น
แต่ผู้บริโภคจะรู้หรือไม่? เพราะสุดท้ายแล้วรถออกมาเป็นคัน ไม่มีใครเห็นรอยเชื่อมหรอกครับ หลายๆครั้งที่เกิดปัญหาของเสียงดังบ้าง
เอาเข้าศูนย์ช่างแก้ไม่หายบ้าง เป็นปัญหาเรื้อรังระยะยาว ไม่ใช่เพราะการประกอบเพียงอย่างเดียวนะครับ จุดเชื่อมต่างๆก็ส่งผล
แล้วเวลามีปัญหาขึ้นมา การตรวจสอบมันไม่ครบหรอกครับ รถบางคันหลุดออกไปขายเยอะแยะแล้ว แต่ผู้บริโภคเข้าใจกันเองว่า
รถมันผ่านการตรวจสอบมาทุกๆคัน อย่าลืมนะครับว่า เราผลิตรถส่งขายในประเทศ และนอกประเทศ ยิ่งประเทศไหนขายยาก
เรายิ่งต้องเอากำลังคนไปตรวจสอบในประเทศนั้นๆ เยอะกว่าประเทศที่ขายได้ง่ายกว่า จริงมั๊ยครับ?

และอีกหลายๆเรื่องที่ ตปท. ใช้อุปกรณ์ต่างๆมาเป็นพื้นฐานของรถทุกรุ่น ขณะที่บ้านเรายังด้อยเรื่องนี้ครับ

เข้ามาตอบในฐานะคนที่ทำงาน อยู่ ในอุตสหกรรม ยานยนต์
ข้อมูล คุณ มั่วหน้า ด้านๆๆ มากครับ
รถยนต์ผลิต ตามแบบ แบบ มันก็เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะ ขายประเทศไหน
ไม่มี หรอกครับ ลดจุดเชื่อม
เค้าผลิตงาน ตาม ข้อกำหนด จาก OEM ไม่ได้นึกอยากลดหรือเพิ่มได้คุณพูดแบบนี้ คุณเอาหลักฐานมาครับ
เค้าไม่เขียนแบบ ออกมาเพื่อ ลดจุดเชื่อม เฉพาะ บ้านเราหรอกครับ
รถที่คุณ พูดถึง นี่ รถซาเล้งรึเปลาครับ มาลดจุดเชื่อม เฉพาะขายประเทศไทยนี่

เท่าที่ผมเห็น วัสดุอุปกรณ์ ทุกอย่าง ทำตามแบบ หมด
สิ่งที่ต่างคือ Option

รถหนึ่งคัน มี รหัส รุ่น มากเป็น 10 เป็นร้อย แบ่ง ตาม สี option ประเทศที่จำหน่าย
ทั้งที่ ผลิต จากโรงงานเดียวกัน

ตลอดเวลา ที่ทำงานมา สิ่งที่ต่างมีแค่ Option ไม่ใช่ คุณภาพ ครับ

case ย้อนกลับไปในอดีต ลองไปดู Lancer E-car ประกอบไทยดูครับ ไปดูใต้รถให้ละเอียด จะพบส่วนประกอบของ chassis ทำด้วยสังกะสีหรืออะไรสักอย่างประมาณนั้น

case ใกล้เข้ามาอีกหน่อย เอ๋อะไรนะ ผมได้ยินแว่วๆ เกี่ยวกับ ฟิวเจอร์บอร์ด 

อีกอันคือ ที่สมาชิกท่านนึงพูดเกี่ยวกับการชุบกันสนิม รถขายในประเทศเทียบกับรถส่งนอก

mitsubishi เท่าที่ผ่านตาผมมา หากผลิตบ้านเรา ทำเหมือนกันหมดทั้งส่งออกและภายในประเทศนะครับ ยืนยันเรื่องความห่วยของวัสดุเท่ากันทั้งโลก
แต่ถ้า ผลิตต่างประเทศ มันย่อมมีความแตกต่างแน่นอน แต่อย่าลืมเราคุยกันเรื่องรถผลิตบ้านเราส่งออกนะครับ

ส่วนเรื่อง ฟิวเจอร์บอร์ด  นี่ ถามผู้บริโภคเถอะครับ มันคือ option ไม่ใช่ คุณภาพ พวกคุณรับได้กันเอง แถมยังสนับสนุน แล้วมันคือความเลวร้ายเฉพาะค่ายรถไม่กี่ค่ายคือ  Mitsu และ toyota

ออฟไลน์ Nathal Goldstein

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,776
เข้ามาเห็นด้วยกับ จขกท.ครับ
ถ้าใครเคยสัมผัสรถยนต์รุ่นเดียวกันเมื่อเทียบใน ประเทศไทย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สเปน ฯลฯ จะได้เห็นตั้งแต่ความแตกต่างตอนที่
รถมันประกอบออกมาเป็นคันๆ ระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์ เกียร์ ออปชั่นต่างๆ แตกต่างอย่างชัดเจน

พอมองให้ลึกเข้าไปก็จะเป็นเรื่องของความซีเรียสในการประกอบ รถไทยไม่ได้ซีเรียสมาก เมื่อเทียบกับ ตปท. ที่มีกฏหมายในการควบคุม
อย่าว่าแต่การประกอบเพียงอย่างเดียวเลยครับ การทำสี การเชื่อมโลหะ แม้กระทั่งตัว Material ที่เอามาทำรถยนต์ก็ต่างกันมากมาย

ผมจะยกตัวอย่างแค่การเชื่อมแล้วกันนะครับ : ในบางประเทศ เขาจะมีกฏหมายควบคุมการเชื่อมโลหะว่า จุดไหนที่ "จำเป็น" ต้องมีบ้าง
รู้ไหมครับ รถนอกการเชื่อมประตู ตัวถัง จุดที่จำเป็นบางจุดมีมากกว่า 4 จุดขึ้นไป ขณะที่ประเทศไทยมีแค่ 1 หรือ 2 เท่านั้น
แต่ผู้บริโภคจะรู้หรือไม่? เพราะสุดท้ายแล้วรถออกมาเป็นคัน ไม่มีใครเห็นรอยเชื่อมหรอกครับ หลายๆครั้งที่เกิดปัญหาของเสียงดังบ้าง
เอาเข้าศูนย์ช่างแก้ไม่หายบ้าง เป็นปัญหาเรื้อรังระยะยาว ไม่ใช่เพราะการประกอบเพียงอย่างเดียวนะครับ จุดเชื่อมต่างๆก็ส่งผล
แล้วเวลามีปัญหาขึ้นมา การตรวจสอบมันไม่ครบหรอกครับ รถบางคันหลุดออกไปขายเยอะแยะแล้ว แต่ผู้บริโภคเข้าใจกันเองว่า
รถมันผ่านการตรวจสอบมาทุกๆคัน อย่าลืมนะครับว่า เราผลิตรถส่งขายในประเทศ และนอกประเทศ ยิ่งประเทศไหนขายยาก
เรายิ่งต้องเอากำลังคนไปตรวจสอบในประเทศนั้นๆ เยอะกว่าประเทศที่ขายได้ง่ายกว่า จริงมั๊ยครับ?

และอีกหลายๆเรื่องที่ ตปท. ใช้อุปกรณ์ต่างๆมาเป็นพื้นฐานของรถทุกรุ่น ขณะที่บ้านเรายังด้อยเรื่องนี้ครับ

เข้ามาตอบในฐานะคนที่ทำงาน อยู่ ในอุตสหกรรม ยานยนต์
ข้อมูล คุณ มั่วหน้า ด้านๆๆ มากครับ
รถยนต์ผลิต ตามแบบ แบบ มันก็เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะ ขายประเทศไหน
ไม่มี หรอกครับ ลดจุดเชื่อม
เค้าผลิตงาน ตาม ข้อกำหนด จาก OEM ไม่ได้นึกอยากลดหรือเพิ่มได้คุณพูดแบบนี้ คุณเอาหลักฐานมาครับ
เค้าไม่เขียนแบบ ออกมาเพื่อ ลดจุดเชื่อม เฉพาะ บ้านเราหรอกครับ
รถที่คุณ พูดถึง นี่ รถซาเล้งรึเปลาครับ มาลดจุดเชื่อม เฉพาะขายประเทศไทยนี่

เท่าที่ผมเห็น วัสดุอุปกรณ์ ทุกอย่าง ทำตามแบบ หมด
สิ่งที่ต่างคือ Option

รถหนึ่งคัน มี รหัส รุ่น มากเป็น 10 เป็นร้อย แบ่ง ตาม สี option ประเทศที่จำหน่าย
ทั้งที่ ผลิต จากโรงงานเดียวกัน

ตลอดเวลา ที่ทำงานมา สิ่งที่ต่างมีแค่ Option ไม่ใช่ คุณภาพ ครับ

case ย้อนกลับไปในอดีต ลองไปดู Lancer E-car ประกอบไทยดูครับ ไปดูใต้รถให้ละเอียด จะพบส่วนประกอบของ chassis ทำด้วยสังกะสีหรืออะไรสักอย่างประมาณนั้น

case ใกล้เข้ามาอีกหน่อย เอ๋อะไรนะ ผมได้ยินแว่วๆ เกี่ยวกับ ฟิวเจอร์บอร์ด 

อีกอันคือ ที่สมาชิกท่านนึงพูดเกี่ยวกับการชุบกันสนิม รถขายในประเทศเทียบกับรถส่งนอก

mitsubishi เท่าที่ผ่านตาผมมา หากผลิตบ้านเรา ทำเหมือนกันหมดทั้งส่งออกและภายในประเทศนะครับ ยืนยันเรื่องความห่วยของวัสดุเท่ากันทั้งโลก
แต่ถ้า ผลิตต่างประเทศ มันย่อมมีความแตกต่างแน่นอน แต่อย่าลืมเราคุยกันเรื่องรถผลิตบ้านเราส่งออกนะครับ

ส่วนเรื่อง ฟิวเจอร์บอร์ด  นี่ ถามผู้บริโภคเถอะครับ มันคือ option ไม่ใช่ คุณภาพ พวกคุณรับได้กันเอง แถมยังสนับสนุน แล้วมันคือความเลวร้ายเฉพาะค่ายรถไม่กี่ค่ายคือ  Mitsu และ toyota

ฟิวเจอร์บอร์ดคือ ความน่าทุเรศ ไร้ซึ่ง morality ของบริษัทไอ้ยุ่นพวกนั่น มีเจตนาจ้องจะเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างชัดเจน

คำถามคือ ผู้บริโภคเค้า รับได้กันเองหรือ พวกเค้าไม่รู้เรื่อง? 

ปล. นโยบาย over-protectionism ที่เริ่มทำกันในยุค 70s เริ่มจากห้ามนำเข้ารถจากนอก  ทำให้ไอ้ยุ่นขายอยู่คนเดียว  ก็มีส่วนทำให้เกิดความทุเรศอย่างทุกวันนี้ 

ออฟไลน์ veturilo

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 187
ผมเป็นอีกเสียงที่ยืนยันว่ารถประกอบไทยคุณภาพดีกว่าประกอบในอเมริกา ออสเตรเลีย ยุโรป และหลายๆโรงงานในญี่ปุ่นครับ
ดูได้จากอัตราการเกิดปัญหาของรถในท้องตลาดจากรถที่ประกอบจากโรงงานต่างๆได้ครับ ของไทยน้อยมากจริงๆ
จนค่ายรถหลายๆค่ายมาเปิดโรงงานในไทย ทั้งๆที่มีตัวเลือกประเทศค่าแรงถูกกว่าไทยมากมาย
ทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ เค้าจะเลือกผลิตในประเทศพวกนั้นแล้วส่งมาขายในไทย
โดยโดนภาษีนำเข้าแค่ 7% ก็ได้ แต่เลือกให้ไทยผลิต ทำไมล่ะครับ???
มันมีเหตุผลครับ คนไทยประกอบรถได้คุณภาพดีจริงๆครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะภูมิใจนะครับ

ผลกระทบจากปัญหาคุณภาพมันมากกว่ากำไรหลายเท่าตัวจนถึงขั้นอาจปิดบริษัท

แต่ผมก็เป็นอีกเสียงที่เซ็งๆที่คนไทยได้ใช้รถ option น้อยกว่าในราคาที่แพงกว่า
(ยกเว้ณรถกระบะที่ต่างประเทศราคามันพุ่งไปไกลกว่าบ้านเรามานานมากแล้ว)
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องจากการบิดเบือนต้นทุนและราคาขายด้วยอัตราภาษีในบ้านเราครับ

จริงๆอาการเดียวกันมันเกิดขึ้นกับประเทศอื่นด้วย เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฯลฯ ไม่ใช่แค่ที่ไทย แต่ก็ด้วยเหตุผลต่างๆกันไป

อธิบายแบบง่ายๆ ภาษีที่ส่งผลกระทบต่อราคารถผลิตในประเทศมากที่สุดคือสรรพสามิตครับ
จัดกันตั้งแต่ 30%-50% ในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ถ้า Eco Car ก็ 17% ตามด้วย VAT อีก 7% รวมกันแล้วเท่าไหร่แล้วล่ะ

เทียบกับญี่ปุ่นจะมีแค่ VAT 8% กับภาษีการครอบครองรถ (Acquisition Tax) อีกประมาณ 3%
รวมๆกันก็แค่ 11% เองครับ ถูกกว่าภาษีสรรพสามิต Eco Car บ้านเราซะอีก

ผมขอยกตัวอย่างเป็น Honda Freed ละกันเพราะไทยกับญี่ปุ่นน่าเอาของมาขายจากอินโดฯเหมือนกัน
ขอเดาตัวเลขต้นทุน+ค่าขนส่งจนถึงท่าเรือที่ไทย/ญี่ปุ่นตีกลมๆว่า 400,000 บาทละกัน
(ของจริงญี่ปุ่นน่าจะแพงกว่าด้วยเพราะไกลกว่า แต่เอาเถอะ เล็กๆน้อยๆหลักหมื่นบาท ไม่เอามาคิดละกัน ต่อให้)
- ไทยจะโดน = (400,000+ภาษีนำเข้า 7%+กำไร)+สรรพสามิต 30%+VAT 7% <-- ภาษีนำเข้าใน ASEAN=7% ครับ
- ญี่ปุ่นจะโดน = (400,000+ภาษีนำเข้า 0%+กำไร)+VAT 8%+ภาษีการครอบครอง 3% <-- ไม่ผิดครับ ภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปของญี่ปุ่น=0% ครับ
(ราคารถใน website ญี่ปุ่นจะรวม VAT แล้ว แต่ยังไม่รวม Acquisition Tax นะครับ อันนี้ต้องไปจ่ายแยกต่างหาก)
ดังนั้น ถ้าสมมติ Honda อยากขาย Freed ให้ให้ได้กำไร 150,000 บาทเท่ากันทั้งในไทยและญี่ปุ่น
ที่ไทยต้องขายที่ราคาประมาณ 800,000 บาท แต่ที่ญี่ปุ่นขายที่ราคา 600,000 บาทก็พอ

ชัดรึยังครับว่าภาษีมันมีผลขนาดไหน ผมล่ะเซ็ง...

ตราบใดที่ภาษีนำเข้าชิ้นส่วน ภาษีนำเข้ารถสำเร็จรูป ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ยังคงเป็นแบบนี้
เราคนไทยก็จะได้ใช้รถ option น้อยกว่าในราคาที่แพงกว่าต่อไปชั่วลูกชั่วหลานอย่างแน่นอนครับ

PS: Toyota Belta ที่ญี่ปุ่น หรือ Vios ที่รู้จักในบ้านเรา
ถ้าเป็นรุ่นเบาะหลังแบบพับ 60-40 ไม่ได้ก็ใช้ฟิวเจอร์บอร์ดครับ อย่าอิจฉาญี่ปุ่นเลย...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2015, 22:24:13 โดย veturilo »

ออฟไลน์ veturilo

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 187
เอากันอีกตัวอย่างละกัน MB E-Class นำเข้า ทำไมมันต้องราคาหลายล้านด้วย ไม่เข้าใจ ที่ US หรือ JP แค่ล้านเดียวเอง
ราคาต้นทุนจากประเทศผุ้ผลิตถึงท่าเรือที่ไทย เอากลมๆที่ 1 ล้านบาทละกัน
ไทยจะโดน= (1 ล้าน+ภาษีนำเข้า 80%+กำไร)+ภาษีสรรพสามิต 30%+VAT 7%
ดังนั้น ถ้าอยากได้กำไรซัก 5 แสน ราคาขายมันต้องประมาณ 3.2 ล้านบาทครับ

เซ็งมั้ยล่ะ...ทำยังไงกันดีครับคนไทยที่รัก ภาษีทำพิษเราซะขนาดนี้

ออฟไลน์ mamaman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,768
    • อีเมล์
เข้ามาเห็นด้วยกับ จขกท.ครับ
ถ้าใครเคยสัมผัสรถยนต์รุ่นเดียวกันเมื่อเทียบใน ประเทศไทย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สเปน ฯลฯ จะได้เห็นตั้งแต่ความแตกต่างตอนที่
รถมันประกอบออกมาเป็นคันๆ ระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์ เกียร์ ออปชั่นต่างๆ แตกต่างอย่างชัดเจน

พอมองให้ลึกเข้าไปก็จะเป็นเรื่องของความซีเรียสในการประกอบ รถไทยไม่ได้ซีเรียสมาก เมื่อเทียบกับ ตปท. ที่มีกฏหมายในการควบคุม
อย่าว่าแต่การประกอบเพียงอย่างเดียวเลยครับ การทำสี การเชื่อมโลหะ แม้กระทั่งตัว Material ที่เอามาทำรถยนต์ก็ต่างกันมากมาย

ผมจะยกตัวอย่างแค่การเชื่อมแล้วกันนะครับ : ในบางประเทศ เขาจะมีกฏหมายควบคุมการเชื่อมโลหะว่า จุดไหนที่ "จำเป็น" ต้องมีบ้าง
รู้ไหมครับ รถนอกการเชื่อมประตู ตัวถัง จุดที่จำเป็นบางจุดมีมากกว่า 4 จุดขึ้นไป ขณะที่ประเทศไทยมีแค่ 1 หรือ 2 เท่านั้น
แต่ผู้บริโภคจะรู้หรือไม่? เพราะสุดท้ายแล้วรถออกมาเป็นคัน ไม่มีใครเห็นรอยเชื่อมหรอกครับ หลายๆครั้งที่เกิดปัญหาของเสียงดังบ้าง
เอาเข้าศูนย์ช่างแก้ไม่หายบ้าง เป็นปัญหาเรื้อรังระยะยาว ไม่ใช่เพราะการประกอบเพียงอย่างเดียวนะครับ จุดเชื่อมต่างๆก็ส่งผล
แล้วเวลามีปัญหาขึ้นมา การตรวจสอบมันไม่ครบหรอกครับ รถบางคันหลุดออกไปขายเยอะแยะแล้ว แต่ผู้บริโภคเข้าใจกันเองว่า
รถมันผ่านการตรวจสอบมาทุกๆคัน อย่าลืมนะครับว่า เราผลิตรถส่งขายในประเทศ และนอกประเทศ ยิ่งประเทศไหนขายยาก
เรายิ่งต้องเอากำลังคนไปตรวจสอบในประเทศนั้นๆ เยอะกว่าประเทศที่ขายได้ง่ายกว่า จริงมั๊ยครับ?

และอีกหลายๆเรื่องที่ ตปท. ใช้อุปกรณ์ต่างๆมาเป็นพื้นฐานของรถทุกรุ่น ขณะที่บ้านเรายังด้อยเรื่องนี้ครับ

เข้ามาตอบในฐานะคนที่ทำงาน อยู่ ในอุตสหกรรม ยานยนต์
ข้อมูล คุณ มั่วหน้า ด้านๆๆ มากครับ
รถยนต์ผลิต ตามแบบ แบบ มันก็เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะ ขายประเทศไหน
ไม่มี หรอกครับ ลดจุดเชื่อม
เค้าผลิตงาน ตาม ข้อกำหนด จาก OEM ไม่ได้นึกอยากลดหรือเพิ่มได้คุณพูดแบบนี้ คุณเอาหลักฐานมาครับ
เค้าไม่เขียนแบบ ออกมาเพื่อ ลดจุดเชื่อม เฉพาะ บ้านเราหรอกครับ
รถที่คุณ พูดถึง นี่ รถซาเล้งรึเปลาครับ มาลดจุดเชื่อม เฉพาะขายประเทศไทยนี่

เท่าที่ผมเห็น วัสดุอุปกรณ์ ทุกอย่าง ทำตามแบบ หมด
สิ่งที่ต่างคือ Option

รถหนึ่งคัน มี รหัส รุ่น มากเป็น 10 เป็นร้อย แบ่ง ตาม สี option ประเทศที่จำหน่าย
ทั้งที่ ผลิต จากโรงงานเดียวกัน

ตลอดเวลา ที่ทำงานมา สิ่งที่ต่างมีแค่ Option ไม่ใช่ คุณภาพ ครับ

case ย้อนกลับไปในอดีต ลองไปดู Lancer E-car ประกอบไทยดูครับ ไปดูใต้รถให้ละเอียด จะพบส่วนประกอบของ chassis ทำด้วยสังกะสีหรืออะไรสักอย่างประมาณนั้น

case ใกล้เข้ามาอีกหน่อย เอ๋อะไรนะ ผมได้ยินแว่วๆ เกี่ยวกับ ฟิวเจอร์บอร์ด 

อีกอันคือ ที่สมาชิกท่านนึงพูดเกี่ยวกับการชุบกันสนิม รถขายในประเทศเทียบกับรถส่งนอก

mitsubishi เท่าที่ผ่านตาผมมา หากผลิตบ้านเรา ทำเหมือนกันหมดทั้งส่งออกและภายในประเทศนะครับ ยืนยันเรื่องความห่วยของวัสดุเท่ากันทั้งโลก
แต่ถ้า ผลิตต่างประเทศ มันย่อมมีความแตกต่างแน่นอน แต่อย่าลืมเราคุยกันเรื่องรถผลิตบ้านเราส่งออกนะครับ

ส่วนเรื่อง ฟิวเจอร์บอร์ด  นี่ ถามผู้บริโภคเถอะครับ มันคือ option ไม่ใช่ คุณภาพ พวกคุณรับได้กันเอง แถมยังสนับสนุน แล้วมันคือความเลวร้ายเฉพาะค่ายรถไม่กี่ค่ายคือ  Mitsu และ toyota

ฟิวเจอร์บอร์ดคือ ความน่าทุเรศ ไร้ซึ่ง morality ของบริษัทไอ้ยุ่นพวกนั่น มีเจตนาจ้องจะเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างชัดเจน

คำถามคือ ผู้บริโภคเค้า รับได้กันเองหรือ พวกเค้าไม่รู้เรื่อง? 

ปล. นโยบาย over-protectionism ที่เริ่มทำกันในยุค 70s เริ่มจากห้ามนำเข้ารถจากนอก  ทำให้ไอ้ยุ่นขายอยู่คนเดียว  ก็มีส่วนทำให้เกิดความทุเรศอย่างทุกวันนี้

รับไม่ได้ กับ ไม่รู้เรื่อง มันก็ความหมายเดียวกันนะครับ
เพราะสุดท้ายคือ คุณก็ซื้อ คือคุณรับได้

รถหลายค่าย เค้าไม่เลวร้ายขนาดเอา ฟิวเจอร์บอร์ดมา ก็มีครับ ไปซื้อเถอะครับ
แล้วไอ้ Toyota รุ่นฟิวเจอร์บอร์ดที่ผลิบ้านเรามันก็ไม่ได้สงไปขาย ตลาดต่างประเทศนะครับ
เต็มที่ก็แค่ภูมิภาคนี้ ซึงก็รับฟิวเจอร์บอร์ดไปเต็มๆเหมือนกัน

ยังมีญี่ปุ่นอีกหลายค่ายที่ไม่มีฟิวเจอร์บอร์ดก็มีนะครับ แต่ถามว่า สุดท้าย เราเอากันไหม ?

ดังนั้นหากจะโจมตี เล่นเพาะค่ายดีกว่าครับเพราะเหมารวมไม่ได้  หลักๆก็สองค่ายเกรียนนั่นละ

ออฟไลน์ mamaman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,768
    • อีเมล์
เอากันอีกตัวอย่างละกัน MB E-Class นำเข้า ทำไมมันต้องราคาหลายล้านด้วย ไม่เข้าใจ ที่ US หรือ JP แค่ล้านเดียวเอง
ราคาต้นทุนจากประเทศผุ้ผลิตถึงท่าเรือที่ไทย เอากลมๆที่ 1 ล้านบาทละกัน
ไทยจะโดน= (1 ล้าน+ภาษีนำเข้า 80%+กำไร)+ภาษีสรรพสามิต 30%+VAT 7%
ดังนั้น ถ้าอยากได้กำไรซัก 5 แสน ราคาขายมันต้องประมาณ 3.2 ล้านบาทครับ

เซ็งมั้ยล่ะ...ทำยังไงกันดีครับคนไทยที่รัก ภาษีทำพิษเราซะขนาดนี้

ลองดูดีๆครับ  E-Class  ประกอบในไทยก็มีนะครับ
พาร์ทส่วนใหญ๋ นำเข้าได้ BOI เพราะได้เงือนไข ตามกำหนด
แต่ขายราคาตามที่เห็น
จริงๆ รถ CKD นำเข้ามาประกอบ ราคา ค่าดำเนินการมันทำให้ราคารถขึ้นมาสูงแน่นอน
แต่แน่นอน มันต้องถูกกว่านำเข้าทั้งคัน ? ไม่งั้น ไม่คุ้ม
แต่มาฟันเอาราคาขาย นีละ กำไรจริงๆ

ออฟไลน์ ipong

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 106
ผมเป็นอีกเสียงที่ยืนยันว่ารถประกอบไทยคุณภาพดีกว่าประกอบในอเมริกา ออสเตรเลีย ยุโรป และหลายๆโรงงานในญี่ปุ่นครับ
ดูได้จากอัตราการเกิดปัญหาของรถในท้องตลาดจากรถที่ประกอบจากโรงงานต่างๆได้ครับ ของไทยน้อยมากจริงๆ
จนค่ายรถหลายๆค่ายมาเปิดโรงงานในไทย ทั้งๆที่มีตัวเลือกประเทศค่าแรงถูกกว่าไทยมากมาย
ทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ เค้าจะเลือกผลิตในประเทศพวกนั้นแล้วส่งมาขายในไทย
โดยโดนภาษีนำเข้าแค่ 7% ก็ได้ แต่เลือกให้ไทยผลิต ทำไมล่ะครับ???
มันมีเหตุผลครับ คนไทยประกอบรถได้คุณภาพดีจริงๆครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะภูมิใจนะครับ

ผลกระทบจากปัญหาคุณภาพมันมากกว่ากำไรหลายเท่าตัวจนถึงขั้นอาจปิดบริษัท

แต่ผมก็เป็นอีกเสียงที่เซ็งๆที่คนไทยได้ใช้รถ option น้อยกว่าในราคาที่แพงกว่า
(ยกเว้ณรถกระบะที่ต่างประเทศราคามันพุ่งไปไกลกว่าบ้านเรามานานมากแล้ว)
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องจากการบิดเบือนต้นทุนและราคาขายด้วยอัตราภาษีในบ้านเราครับ

จริงๆอาการเดียวกันมันเกิดขึ้นกับประเทศอื่นด้วย เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฯลฯ ไม่ใช่แค่ที่ไทย แต่ก็ด้วยเหตุผลต่างๆกันไป

อธิบายแบบง่ายๆ ภาษีที่ส่งผลกระทบต่อราคารถผลิตในประเทศมากที่สุดคือสรรพสามิตครับ
จัดกันตั้งแต่ 30%-50% ในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ถ้า Eco Car ก็ 17% ตามด้วย VAT อีก 7% รวมกันแล้วเท่าไหร่แล้วล่ะ

เทียบกับญี่ปุ่นจะมีแค่ VAT 8% กับภาษีการครอบครองรถ (Acquisition Tax) อีกประมาณ 3%
รวมๆกันก็แค่ 11% เองครับ ถูกกว่าภาษีสรรพสามิต Eco Car บ้านเราซะอีก

ผมขอยกตัวอย่างเป็น Honda Freed ละกันเพราะไทยกับญี่ปุ่นน่าเอาของมาขายจากอินโดฯเหมือนกัน
ขอเดาตัวเลขต้นทุน+ค่าขนส่งจนถึงท่าเรือที่ไทย/ญี่ปุ่นตีกลมๆว่า 400,000 บาทละกัน
(ของจริงญี่ปุ่นน่าจะแพงกว่าด้วยเพราะไกลกว่า แต่เอาเถอะ เล็กๆน้อยๆหลักหมื่นบาท ไม่เอามาคิดละกัน ต่อให้)
- ไทยจะโดน = (400,000+ภาษีนำเข้า 7%+กำไร)+สรรพสามิต 30%+VAT 7% <-- ภาษีนำเข้าใน ASEAN=7% ครับ
- ญี่ปุ่นจะโดน = (400,000+ภาษีนำเข้า 0%+กำไร)+VAT 8%+ภาษีการครอบครอง 3% <-- ไม่ผิดครับ ภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปของญี่ปุ่น=0% ครับ
(ราคารถใน website ญี่ปุ่นจะรวม VAT แล้ว แต่ยังไม่รวม Acquisition Tax นะครับ อันนี้ต้องไปจ่ายแยกต่างหาก)
ดังนั้น ถ้าสมมติ Honda อยากขาย Freed ให้ให้ได้กำไร 150,000 บาทเท่ากันทั้งในไทยและญี่ปุ่น
ที่ไทยต้องขายที่ราคาประมาณ 800,000 บาท แต่ที่ญี่ปุ่นขายที่ราคา 600,000 บาทก็พอ

ชัดรึยังครับว่าภาษีมันมีผลขนาดไหน ผมล่ะเซ็ง...

ตราบใดที่ภาษีนำเข้าชิ้นส่วน ภาษีนำเข้ารถสำเร็จรูป ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ยังคงเป็นแบบนี้
เราคนไทยก็จะได้ใช้รถ option น้อยกว่าในราคาที่แพงกว่าต่อไปชั่วลูกชั่วหลานอย่างแน่นอนครับ

PS: Toyota Belta ที่ญี่ปุ่น หรือ Vios ที่รู้จักในบ้านเรา
ถ้าเป็นรุ่นเบาะหลังแบบพับ 60-40 ไม่ได้ก็ใช้ฟิวเจอร์บอร์ดครับ อย่าอิจฉาญี่ปุ่นเลย...

ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากเลยครับ ขอบคุณครับ จริงๆแล้วเราน่าจะเอาภาษีพวกนี้มาคิดกลับ จะได้เห็นว่า ราคาก่อนภาษีจะเป็นเท่าไหร่ ทำให้เราพอจะทราบต้นทุน+กำไร คร่าวๆ ในแต่ละประเทศครับ จะได้รู้กันเสียทีว่าเราได้รถที่มีออปชั่นเหมาะสมกับราคา หรือ น้อยกว่าราคา

ภาษีเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราใช้รถราคาแพงกว่าบางประเทศครับ แต่ในส่วนของรถที่ผลิตในประเทศ ผมยังมีข้อสงสัยครับว่าทำไมบางค่ายให้ออปชั่นมาในราคาใกล้เคียงกันที่ราคาเท่ากัน (ในบ้านเรา)  แต่รถยนต์รุ่นนั้นๆๆถ้าไปขายต่างประเทศ ออปชั่นก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน ในราคาใกล้เคียงกัน

ผมว่าช่วงนี้มีเรื่องประเภทนี้เพราะค่าย T เพิ่งเปิดตัวรถ + ราคาที่โดดไปเมื่อเทียบกับออปชั่นที่ควรจะได้ เลยมีประเด็นนี้ให้เห็นเยอะครับ

ปล. บ้านผมใช้ค่าย T, H มาตลอดครับ ส่วนตัวก็อยากใช้ต่อใน PPV or Pick up แต่ค่อนข้างผิดหวังกับราคาเปิดตัว กับออปชั่นมากครับ เลยต้องตัดใจไปใช้ค่ายอื่นแทน (คหสต. ล้วนๆๆครับ)

ออฟไลน์ mamaman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,768
    • อีเมล์

case ย้อนกลับไปในอดีต ลองไปดู Lancer E-car ประกอบไทยดูครับ ไปดูใต้รถให้ละเอียด จะพบส่วนประกอบของ chassis ทำด้วยสังกะสีหรืออะไรสักอย่างประมาณนั้น


ผมจะเดาว่า คุณเคยเห็นใต้รถ E-Car ที่ประกอบในต่างประเทศนะครับ แต่ผมว่าคุณไม่เคย ผมเคย แล้วผมยืนยันได้ว่ามันไม่ได้ต่างไปจาก E-Car ที่ประกอบในประเทศไทยเลยแม้แต่นิดเดียว ความห่วยแตกของมิตซูบิชิที่ประกอบ ไม่ว่าจะในญี่ปุ่นหรือว่าไทย ไม่แตกต่างกันเลย เน่าเหมือนกัน ให้เครดิตมิตซูบิชิดีเกินไปหรือเปล่าครับ? เมื่อเอาจำนวนรถที่มีอยู่มาคิดดู ผมว่าตอนนี้ผมก็เห็นจำนวน GTi ประกอบญี่ปุ่นพอๆกับจำนวน GLXi ประกอบไทยนะ ต่อให้เอาสัดส่วนมาคิดด้วยก็เถอะ ถ้าเกิดรถมันดีกว่ามาก ผมว่าทุกวันนี้คงไม่มีใครนั่งตามหา นั่งน้ำลายไหลเวลาเจอ GTi สภาพดีๆ หรอกนะครับ หรือว่าคุณจะบอกว่ามันเป็นทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดของคนในแหลมฉบังที่ไม่ออกอะไหล่ให้กับคนที่ใช้ GTi ทำให้ทุกวันนี้จำนวนลดลงไปจนไม่เหลืออะไร? แล้วก็น้ำมันเจ็ทละลายคานเหล็กกล้าไม่ได้?


case ใกล้เข้ามาอีกหน่อย เอ๋อะไรนะ ผมได้ยินแว่วๆ เกี่ยวกับ ฟิวเจอร์บอร์ด 


ผมจะเดาอีกอย่างว่า คุณเคยเห็นท้ายรถ Toyota Yaris Sedan ตัวที่ประกอบในญี่ปุ่นนะครับ แต่ผมว่าคุณไม่เคยเช่นกันนั่นแหละ ผมยอมรับนะว่า Toyota Yaris Sedan ที่ขายในอเมริกา เขาให้เบาะพับได้มาตั้งแต่รุ่นถูกสุดจนถึงรุ่นแพงสุด แล้วก็เหมือนตัวที่ประกอบในไทย คือรุ่นที่เบาะพับได้ ไม่มีฟิวเจอร์บอร์ดอยู่ท้ายรถ งั้นเราก็คงต้องไปดูรถที่ใกล้เคียงที่สุด ที่เบาะไม่สามารถพับได้ นั่นก็คือ Toyota Echo ซึ่งไม่เคยมีการประกอบในประเทศไทย แต่มันเป็นรถที่ประกอบในญี่ปุ่นและส่งออกไปขายที่สหรัฐ เพราะฉะนั้นก็เข้าข่ายรถที่ประกอบในต่างประเทศใช่ไหมครับ? รู้ไหมที่ท้ายรถ Toyota Echo มีอะไรซ่อนอยู่? ฟิวเจอร์บอร์ด

แล้วเพื่อนชาวเดนมาร์กคนหนึ่งของผม ผู้ซึ่งเคยได้เห็นรถที่ประกอบในแต่ละที่มามาก รวมทั้งท้ายรถโตโยต้าที่มีฟิวเจอร์บอร์ด เขาได้กล่าวไว้ว่า "แล้วจะทำไม? ในเมื่อมันทำหน้าที่ของมัน ซึ่งก็คือการปิดบังและป้องกันแผ่นเหล็กที่อยู่ด้านหลัง ได้ดีอยู่แล้ว?" ครับ คนต่างชาติที่คุณดูเหมือนจะกำลังเชิดชูว่าชาญฉลาดกว่าคนไทยมาก เขาไม่สนใจหรอกไอ้วัสดุแผ่นปิดในท้ายรถมันทำมาจากอะไร มีหน้าตาเป็นอย่างไร และมีราคาเท่าไหร่ ตราบใดที่มันสามารถทำหน้าที่ของมันได้ดี

คุณอาจจะมีหัวข้อที่น่าสนใจ แต่ถ้าเกิดคนอ่านไม่สามารถขึ้นเช็ครับการเสนอประเด็นที่เกี่ยวข้อง ชัดเจน และถูกต้อง ได้ ก็จบนะครับ เขาเรียกว่า Fallacy และมันสามารถทำให้คุณแพ้การโต้วาทีได้อย่างง่ายดายเลยล่ะ

พูดได้โดนครับ
หน้าที่ฟีเจอร์บอร์ด ก็ตามนั้น ปกบิดโครงสร้างกันอุจาด อีกหนึ่ง option ของเบาะรถ ซึง รถบ้านเราที่ใส่มาก็เป็นรุ่นต่ำสุดๆ และก็ไม่ได้ส่งไปขายที่ประเทศใหญ่ๆ ดังนั้นก็เทียบไม่ได้ครับ และไม่มีผลเรื่อง การขับขี่ หรือ คุณภาพหลักและประสิทธิภาพหลักของตัวรถแต่อย่างใด
และคุณจะเห็นมันแค่ ตอนเก้บของหลังรถเท่านั้น
ซึ่ง หนึ่งปี คุณจะมองเห็นมันกี่ครั้ง ? เป็นเวลา กี่ วินาที ?
และรถที่ใช้ ฟีเจอร์บอร์ด ก็เป็นพวก sedan  เท่านั้นเพราะ ท้ายหลังไม่ใช่ห้องโดยสาร
บางค่ายอาจดีหน่อย เอา พรมดำแปะทับฟีเจอร์บอร์ดอีกที

ออฟไลน์ Nathal Goldstein

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,776
ผมเป็นอีกเสียงที่ยืนยันว่ารถประกอบไทยคุณภาพดีกว่าประกอบในอเมริกา ออสเตรเลีย ยุโรป และหลายๆโรงงานในญี่ปุ่นครับ
ดูได้จากอัตราการเกิดปัญหาของรถในท้องตลาดจากรถที่ประกอบจากโรงงานต่างๆได้ครับ ของไทยน้อยมากจริงๆ
จนค่ายรถหลายๆค่ายมาเปิดโรงงานในไทย ทั้งๆที่มีตัวเลือกประเทศค่าแรงถูกกว่าไทยมากมาย
ทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ เค้าจะเลือกผลิตในประเทศพวกนั้นแล้วส่งมาขายในไทย
โดยโดนภาษีนำเข้าแค่ 7% ก็ได้ แต่เลือกให้ไทยผลิต ทำไมล่ะครับ???
มันมีเหตุผลครับ คนไทยประกอบรถได้คุณภาพดีจริงๆครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะภูมิใจนะครับ

ผลกระทบจากปัญหาคุณภาพมันมากกว่ากำไรหลายเท่าตัวจนถึงขั้นอาจปิดบริษัท

แต่ผมก็เป็นอีกเสียงที่เซ็งๆที่คนไทยได้ใช้รถ option น้อยกว่าในราคาที่แพงกว่า
(ยกเว้ณรถกระบะที่ต่างประเทศราคามันพุ่งไปไกลกว่าบ้านเรามานานมากแล้ว)
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องจากการบิดเบือนต้นทุนและราคาขายด้วยอัตราภาษีในบ้านเราครับ

จริงๆอาการเดียวกันมันเกิดขึ้นกับประเทศอื่นด้วย เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฯลฯ ไม่ใช่แค่ที่ไทย แต่ก็ด้วยเหตุผลต่างๆกันไป

อธิบายแบบง่ายๆ ภาษีที่ส่งผลกระทบต่อราคารถผลิตในประเทศมากที่สุดคือสรรพสามิตครับ
จัดกันตั้งแต่ 30%-50% ในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ถ้า Eco Car ก็ 17% ตามด้วย VAT อีก 7% รวมกันแล้วเท่าไหร่แล้วล่ะ

เทียบกับญี่ปุ่นจะมีแค่ VAT 8% กับภาษีการครอบครองรถ (Acquisition Tax) อีกประมาณ 3%
รวมๆกันก็แค่ 11% เองครับ ถูกกว่าภาษีสรรพสามิต Eco Car บ้านเราซะอีก

ผมขอยกตัวอย่างเป็น Honda Freed ละกันเพราะไทยกับญี่ปุ่นน่าเอาของมาขายจากอินโดฯเหมือนกัน
ขอเดาตัวเลขต้นทุน+ค่าขนส่งจนถึงท่าเรือที่ไทย/ญี่ปุ่นตีกลมๆว่า 400,000 บาทละกัน
(ของจริงญี่ปุ่นน่าจะแพงกว่าด้วยเพราะไกลกว่า แต่เอาเถอะ เล็กๆน้อยๆหลักหมื่นบาท ไม่เอามาคิดละกัน ต่อให้)
- ไทยจะโดน = (400,000+ภาษีนำเข้า 7%+กำไร)+สรรพสามิต 30%+VAT 7% <-- ภาษีนำเข้าใน ASEAN=7% ครับ
- ญี่ปุ่นจะโดน = (400,000+ภาษีนำเข้า 0%+กำไร)+VAT 8%+ภาษีการครอบครอง 3% <-- ไม่ผิดครับ ภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปของญี่ปุ่น=0% ครับ
(ราคารถใน website ญี่ปุ่นจะรวม VAT แล้ว แต่ยังไม่รวม Acquisition Tax นะครับ อันนี้ต้องไปจ่ายแยกต่างหาก)
ดังนั้น ถ้าสมมติ Honda อยากขาย Freed ให้ให้ได้กำไร 150,000 บาทเท่ากันทั้งในไทยและญี่ปุ่น
ที่ไทยต้องขายที่ราคาประมาณ 800,000 บาท แต่ที่ญี่ปุ่นขายที่ราคา 600,000 บาทก็พอ

ชัดรึยังครับว่าภาษีมันมีผลขนาดไหน ผมล่ะเซ็ง...

ตราบใดที่ภาษีนำเข้าชิ้นส่วน ภาษีนำเข้ารถสำเร็จรูป ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ยังคงเป็นแบบนี้
เราคนไทยก็จะได้ใช้รถ option น้อยกว่าในราคาที่แพงกว่าต่อไปชั่วลูกชั่วหลานอย่างแน่นอนครับ

PS: Toyota Belta ที่ญี่ปุ่น หรือ Vios ที่รู้จักในบ้านเรา
ถ้าเป็นรุ่นเบาะหลังแบบพับ 60-40 ไม่ได้ก็ใช้ฟิวเจอร์บอร์ดครับ อย่าอิจฉาญี่ปุ่นเลย...

ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากเลยครับ ขอบคุณครับ จริงๆแล้วเราน่าจะเอาภาษีพวกนี้มาคิดกลับ จะได้เห็นว่า ราคาก่อนภาษีจะเป็นเท่าไหร่ ทำให้เราพอจะทราบต้นทุน+กำไร คร่าวๆ ในแต่ละประเทศครับ จะได้รู้กันเสียทีว่าเราได้รถที่มีออปชั่นเหมาะสมกับราคา หรือ น้อยกว่าราคา

ภาษีเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราใช้รถราคาแพงกว่าบางประเทศครับ แต่ในส่วนของรถที่ผลิตในประเทศ ผมยังมีข้อสงสัยครับว่าทำไมบางค่ายให้ออปชั่นมาในราคาใกล้เคียงกันที่ราคาเท่ากัน (ในบ้านเรา)  แต่รถยนต์รุ่นนั้นๆๆถ้าไปขายต่างประเทศ ออปชั่นก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน ในราคาใกล้เคียงกัน

ผมว่าช่วงนี้มีเรื่องประเภทนี้เพราะค่าย T เพิ่งเปิดตัวรถ + ราคาที่โดดไปเมื่อเทียบกับออปชั่นที่ควรจะได้ เลยมีประเด็นนี้ให้เห็นเยอะครับ

ปล. บ้านผมใช้ค่าย T, H มาตลอดครับ ส่วนตัวก็อยากใช้ต่อใน PPV or Pick up แต่ค่อนข้างผิดหวังกับราคาเปิดตัว กับออปชั่นมากครับ เลยต้องตัดใจไปใช้ค่ายอื่นแทน (คหสต. ล้วนๆๆครับ)

ข้ออ้างของพวกค่ายรถกับพวกกองเชียร์อยากให้ค่ายรถกำไรเยอะๆ ประมาณว่า ใส่ออฟชันเต็มแล้วราคาแพง คนไม่ซื้อหรอก ยังฟังไม่ขึ้นอยู่ดี เพราะความจริงคือค่ายรถเค้า greedy อยากได้ margin เยอะๆ ซะมากกว่า 

ส่วนที่อ้างว่า คนไทยรับกันได้เอง  ซื้อเอง ช่วยไม่ได้ นี่เป้นการแก้ตัวแทนค่ารถแบบทื่อๆสุดโต่งเช่นกัน  ยังคงวกกลับไปที่เรื่องเดิมคือ มีคนไทยกี่คนที่รู้เรื่องถูกโกงออฟชั่น สเปคต่างๆ ในบอร์ดนี่ assume ว่า สมาชิกส่วนใหญ่รู้เรื่อง แต่คนไทยนอกบอร์ด?  คำถามคือถ้าคนส่วนมากรู้เรื่อง แล้ว จะเกิดอะไร? รับได้ ซาบซึ้ง ยังไงก็ซื้อ ไม่บ่น? ชอบให้ถูกมัดมือชก? 

คำอ้างของพวกอวยค่ายรถ มีข้อสรุปประมาณนี้ครับ

ทำไมสเปคออฟชั่นหายไปเยอะ เทียบกับของส่งนอก?
ใส่มาแล้วราคาโดดไปไกล คนไม่ซื้อ

แล้วทำไม บางแบรนด์อีดมาเพียบ ขายในราคาใกล้ๆกัน? จริงหรือเปล่าที่พวกกั๊กออฟชั่นอยากได้ margin เยอะๆ แต่เอาเรื่องราคาขายแพงมาเป็นข้ออ้าง?
........... ก็ผู้บริโภคไทยรับกันได้เอง ยอมซื้อเอง!


สรุปง่ายๆ ผมว่า พวกอวยเข้าข้างค่ายรถทั้งหลาย (คาดว่าเป็นพวกเดียวกันกับ เหล่า protectionist, nationalist) พวกคุณคือพวกที่กำลังสนับสนุนให้ ค่ายรถ (บริษัทต่างชาติ) ได้กำไรเยอะๆ ผู้บริโภคคนไทยช่างมัน มันโง่ มันไม่รู้ มันรับได้กับของด้อยๆ ยังไงก็ซื้อต่างหากละครับ     

ออฟไลน์ mamaman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,768
    • อีเมล์
ผมเป็นอีกเสียงที่ยืนยันว่ารถประกอบไทยคุณภาพดีกว่าประกอบในอเมริกา ออสเตรเลีย ยุโรป และหลายๆโรงงานในญี่ปุ่นครับ
ดูได้จากอัตราการเกิดปัญหาของรถในท้องตลาดจากรถที่ประกอบจากโรงงานต่างๆได้ครับ ของไทยน้อยมากจริงๆ
จนค่ายรถหลายๆค่ายมาเปิดโรงงานในไทย ทั้งๆที่มีตัวเลือกประเทศค่าแรงถูกกว่าไทยมากมาย
ทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ เค้าจะเลือกผลิตในประเทศพวกนั้นแล้วส่งมาขายในไทย
โดยโดนภาษีนำเข้าแค่ 7% ก็ได้ แต่เลือกให้ไทยผลิต ทำไมล่ะครับ???
มันมีเหตุผลครับ คนไทยประกอบรถได้คุณภาพดีจริงๆครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะภูมิใจนะครับ

ผลกระทบจากปัญหาคุณภาพมันมากกว่ากำไรหลายเท่าตัวจนถึงขั้นอาจปิดบริษัท

แต่ผมก็เป็นอีกเสียงที่เซ็งๆที่คนไทยได้ใช้รถ option น้อยกว่าในราคาที่แพงกว่า
(ยกเว้ณรถกระบะที่ต่างประเทศราคามันพุ่งไปไกลกว่าบ้านเรามานานมากแล้ว)
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องจากการบิดเบือนต้นทุนและราคาขายด้วยอัตราภาษีในบ้านเราครับ

จริงๆอาการเดียวกันมันเกิดขึ้นกับประเทศอื่นด้วย เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฯลฯ ไม่ใช่แค่ที่ไทย แต่ก็ด้วยเหตุผลต่างๆกันไป

อธิบายแบบง่ายๆ ภาษีที่ส่งผลกระทบต่อราคารถผลิตในประเทศมากที่สุดคือสรรพสามิตครับ
จัดกันตั้งแต่ 30%-50% ในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ถ้า Eco Car ก็ 17% ตามด้วย VAT อีก 7% รวมกันแล้วเท่าไหร่แล้วล่ะ

เทียบกับญี่ปุ่นจะมีแค่ VAT 8% กับภาษีการครอบครองรถ (Acquisition Tax) อีกประมาณ 3%
รวมๆกันก็แค่ 11% เองครับ ถูกกว่าภาษีสรรพสามิต Eco Car บ้านเราซะอีก

ผมขอยกตัวอย่างเป็น Honda Freed ละกันเพราะไทยกับญี่ปุ่นน่าเอาของมาขายจากอินโดฯเหมือนกัน
ขอเดาตัวเลขต้นทุน+ค่าขนส่งจนถึงท่าเรือที่ไทย/ญี่ปุ่นตีกลมๆว่า 400,000 บาทละกัน
(ของจริงญี่ปุ่นน่าจะแพงกว่าด้วยเพราะไกลกว่า แต่เอาเถอะ เล็กๆน้อยๆหลักหมื่นบาท ไม่เอามาคิดละกัน ต่อให้)
- ไทยจะโดน = (400,000+ภาษีนำเข้า 7%+กำไร)+สรรพสามิต 30%+VAT 7% <-- ภาษีนำเข้าใน ASEAN=7% ครับ
- ญี่ปุ่นจะโดน = (400,000+ภาษีนำเข้า 0%+กำไร)+VAT 8%+ภาษีการครอบครอง 3% <-- ไม่ผิดครับ ภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปของญี่ปุ่น=0% ครับ
(ราคารถใน website ญี่ปุ่นจะรวม VAT แล้ว แต่ยังไม่รวม Acquisition Tax นะครับ อันนี้ต้องไปจ่ายแยกต่างหาก)
ดังนั้น ถ้าสมมติ Honda อยากขาย Freed ให้ให้ได้กำไร 150,000 บาทเท่ากันทั้งในไทยและญี่ปุ่น
ที่ไทยต้องขายที่ราคาประมาณ 800,000 บาท แต่ที่ญี่ปุ่นขายที่ราคา 600,000 บาทก็พอ

ชัดรึยังครับว่าภาษีมันมีผลขนาดไหน ผมล่ะเซ็ง...

ตราบใดที่ภาษีนำเข้าชิ้นส่วน ภาษีนำเข้ารถสำเร็จรูป ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ยังคงเป็นแบบนี้
เราคนไทยก็จะได้ใช้รถ option น้อยกว่าในราคาที่แพงกว่าต่อไปชั่วลูกชั่วหลานอย่างแน่นอนครับ

PS: Toyota Belta ที่ญี่ปุ่น หรือ Vios ที่รู้จักในบ้านเรา
ถ้าเป็นรุ่นเบาะหลังแบบพับ 60-40 ไม่ได้ก็ใช้ฟิวเจอร์บอร์ดครับ อย่าอิจฉาญี่ปุ่นเลย...

ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากเลยครับ ขอบคุณครับ จริงๆแล้วเราน่าจะเอาภาษีพวกนี้มาคิดกลับ จะได้เห็นว่า ราคาก่อนภาษีจะเป็นเท่าไหร่ ทำให้เราพอจะทราบต้นทุน+กำไร คร่าวๆ ในแต่ละประเทศครับ จะได้รู้กันเสียทีว่าเราได้รถที่มีออปชั่นเหมาะสมกับราคา หรือ น้อยกว่าราคา

ภาษีเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราใช้รถราคาแพงกว่าบางประเทศครับ แต่ในส่วนของรถที่ผลิตในประเทศ ผมยังมีข้อสงสัยครับว่าทำไมบางค่ายให้ออปชั่นมาในราคาใกล้เคียงกันที่ราคาเท่ากัน (ในบ้านเรา)  แต่รถยนต์รุ่นนั้นๆๆถ้าไปขายต่างประเทศ ออปชั่นก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน ในราคาใกล้เคียงกัน

ผมว่าช่วงนี้มีเรื่องประเภทนี้เพราะค่าย T เพิ่งเปิดตัวรถ + ราคาที่โดดไปเมื่อเทียบกับออปชั่นที่ควรจะได้ เลยมีประเด็นนี้ให้เห็นเยอะครับ

ปล. บ้านผมใช้ค่าย T, H มาตลอดครับ ส่วนตัวก็อยากใช้ต่อใน PPV or Pick up แต่ค่อนข้างผิดหวังกับราคาเปิดตัว กับออปชั่นมากครับ เลยต้องตัดใจไปใช้ค่ายอื่นแทน (คหสต. ล้วนๆๆครับ)

ข้ออ้างของพวกค่ายรถกับพวกกองเชียร์อยากให้ค่ายรถกำไรเยอะๆ ประมาณว่า ใส่ออฟชันเต็มแล้วราคาแพง คนไม่ซื้อหรอก ยังฟังไม่ขึ้นอยู่ดี เพราะความจริงคือค่ายรถเค้า greedy อยากได้ margin เยอะๆ ซะมากกว่า 

ส่วนที่อ้างว่า คนไทยรับกันได้เอง  ซื้อเอง ช่วยไม่ได้ นี่เป้นการแก้ตัวแทนค่ารถแบบทื่อๆสุดโต่งเช่นกัน  ยังคงวกกลับไปที่เรื่องเดิมคือ มีคนไทยกี่คนที่รู้เรื่องถูกโกงออฟชั่น สเปคต่างๆ ในบอร์ดนี่ assume ว่า สมาชิกส่วนใหญ่รู้เรื่อง แต่คนไทยนอกบอร์ด?  คำถามคือถ้าคนส่วนมากรู้เรื่อง แล้ว จะเกิดอะไร? รับได้ ซาบซึ้ง ยังไงก็ซื้อ ไม่บ่น? ชอบให้ถูกมัดมือชก? 

คำอ้างของพวกอวยค่ายรถ มีข้อสรุปประมาณนี้ครับ

ทำไมสเปคออฟชั่นหายไปเยอะ เทียบกับของส่งนอก?
ใส่มาแล้วราคาโดดไปไกล คนไม่ซื้อ

แล้วทำไม บางแบรนด์อีดมาเพียบ ขายในราคาใกล้ๆกัน? จริงหรือเปล่าที่พวกกั๊กออฟชั่นอยากได้ margin เยอะๆ แต่เอาเรื่องราคาขายแพงมาเป็นข้ออ้าง?
........... ก็ผู้บริโภคไทยรับกันได้เอง ยอมซื้อเอง!


สรุปง่ายๆ ผมว่า พวกอวยเข้าข้างค่ายรถทั้งหลาย (คาดว่าเป็นพวกเดียวกันกับ เหล่า protectionist, nationalist) พวกคุณคือพวกที่กำลังสนับสนุนให้ ค่ายรถ (บริษัทต่างชาติ) ได้กำไรเยอะๆ ผู้บริโภคคนไทยช่างมัน มันโง่ มันไม่รู้ มันรับได้กับของด้อยๆ ยังไงก็ซื้อต่างหากละครับ   

ก็นั่นไงครับ
OEM เค้าขายรถให้คนทั้งประเทศครับ เค้าไม่ได้ขายให้คนฉลาดอย่างคุณ
เค้าไม่ได้ขายคนในบอร์ดนี้
คุณไม่มีสิทธิ ตัดสินคนอื่นโง่หรือไม่โง่ครับ
แล้วพวกผมก็ไม่เคยดูถูกใคร เพียงแต่กำลังพูดความจริง กับสิ่งที่มันเกิดขึ้น

มีแต่คุณนั่นละ ที่ใช้ วาจา ถ่อยๆ ต่ำๆ โง่มั่งละ ด่าโจม ตี OEM แบบไม่ลืมหูลืมตามั่งละ

ผมกำลังบอกว่าค่ายอื่น รถ spec เดียวกันกับนอกมันก็มีครับ
หากมันตอบโจทย์คุณ คุณ ก็ไปซื้อครับ

สุดท้ายรถมันจะขายได้หรือไม่ได้ มันก็อยู่ที่ผู้ซื้อครับ
ความต้องการ และ ความเข้าใจของคนไม่เหมือนกัน

ยืนยันไม่มีใครโง่ครับ ใครซื้อมันก็เป็นสิทธิของเค้า ก่อนซื้อ ทุกคนมีสิทธิเลือก เค้าไม่ได้ไปบังคับใครซื้อรถครับ
ทุกวันนี้รถมันพัฒนามาเยอะ อุปกรณ์ขั้นต่ำ เรื่องความปลอดภัยก็จัดเต็มแล้ว ก็เลือกกันเอาตามสบายใจครับ

ยืนยันไม่ได้ปกต้อง และก็ไม่ได้ ปิดตาโจมตีข้างเดียว
กรุณา กลับ วกกลับมาที่ รถที่ผลิตภายในปะรเทศด้วยครับ

รถ ทุุกค่ายในบ้านเรา มีรถที่ spec เดียวกับต่างประขาย ครับ
แล้วก็มีรถที่ตัด option ออก ซึง เค้าก็ไม่ได้ปกปิดว่าตัดอะไรออกไป มันมีอยู่แล้วในโบชัวร์


นั่นอยู่ที่ สิทธิของผู้บริดภคที่จะเลือกแล้ว






ออฟไลน์ ipong

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 106
ผมกลับมองว่า ผู้บริโภค อาจจะไม่ได้รับรู้ก็ได้ครับ ว่าส่วนที่ต่างกันมันช่วยอะไรขึ้นบ้าง คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก จนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัย คุณสมบัติของรถ มากกว่ายี่ห้อ ถึงตอนนั้น เราอาจจะเห็นยอดขายเป็นไปตามกลไกของมัน

การที่บอกว่าเราลดต้นทุนได้ โดยลดประสิทธิภาพลง แต่โฆษณาว่าดีขึ้นเพราะลูกค้าเค้าไม่สนใจเนี่ย ผมมองว่าค่ายรถทำไม่ถูกนะครับ ซึ่งผมมองว่าเป็นการเอาเปรียบคนซื้อนะครับ (แม้คนซื้อไม่ได้สนใจ เพราะเชื่อชื่อเสียงของสินค้าก็ตาม)

เอาเปรียบก็คือเอาเปรียบครับ เอาเปรียบเพราะคนซื้อไม่รู้ หรือไม่สนใจ ก็เรียกเอาเปรียบครับ (ความเห็นส่วนตัวนะครับ)

ออฟไลน์ Nathal Goldstein

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,776
ผมกลับมองว่า ผู้บริโภค อาจจะไม่ได้รับรู้ก็ได้ครับ ว่าส่วนที่ต่างกันมันช่วยอะไรขึ้นบ้าง คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก จนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัย คุณสมบัติของรถ มากกว่ายี่ห้อ ถึงตอนนั้น เราอาจจะเห็นยอดขายเป็นไปตามกลไกของมัน

การที่บอกว่าเราลดต้นทุนได้ โดยลดประสิทธิภาพลง แต่โฆษณาว่าดีขึ้นเพราะลูกค้าเค้าไม่สนใจเนี่ย ผมมองว่าค่ายรถทำไม่ถูกนะครับ ซึ่งผมมองว่าเป็นการเอาเปรียบคนซื้อนะครับ (แม้คนซื้อไม่ได้สนใจ เพราะเชื่อชื่อเสียงของสินค้าก็ตาม)

เอาเปรียบก็คือเอาเปรียบครับ เอาเปรียบเพราะคนซื้อไม่รู้ หรือไม่สนใจ ก็เรียกเอาเปรียบครับ (ความเห็นส่วนตัวนะครับ)

+1 ตามนั่นครับ 

ออฟไลน์ Ty ESC

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,606
เมื่อไหร่ก็ตามที่เรายังทะเลาะกันแบบนี้

ก็แปลว่าค่ายรถก็ยัง ฉวยโอกาส  ได้เสมอ

ถ้าแค่เลิกทะเลาะกันแบ่งค่ายนั้นค่ายนี้
เมื่อผู้บริโภครวมตัวกันกดดันผู้ประกอบการณ์ รู้จักใช้กฎหมายอย่างถูกวิธี

เราถึงจะขยับเข้าใกล้สิ่งที่เราเรียกร้อง คือคุณภาพและความคุ้มค่ารวมถึงการแข่งขันการค้าที่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

แต่จากที่เห็น คงยาก เพราะเรายังสนุกที่จะตีกันต่อไป อย่างนี้พ่อค้าเค้ายิ้มรอเชือดอย่างเดียว

ออฟไลน์ Tee+...Lek

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 238
    • อีเมล์
เกือบๆ จะต้มมาม่ากันอยู่แล้ว ฮ่า ฮ่า

เรื่องราคากับ Option นี่มันขึ้นกับหลายปัจจัยจริงๆ ครับ ทั้งการแข่งขันในตลาด ต้นทุนของรถเอง และอื่นๆ ที่หลายอย่างที่เรายังไม่รู้

ที่ผมเห็นชัดที่สุดตอนนี้เลยคือกรณีของ Camry MC 2015 ตอนแรกก่อน MC พี่โตแกกั๊กเหลือเกิน พอ Accord G9 ออกเท่านั้นแหละ ผลมันก็ออกมาที่ยอดขายที่เห็นกันอยู่ในช่วงก่อนหน้า พอ MC ออกมามีของตรง Option โดน ยอดขายใน D Segment ในปัจจุปันมันก็อย่างที่เห็น

จุดมุ่งหมายของการทำธุรกิจ ส่วนนึงคือการแสวงหากำไร แน่นอนว่าการลดต้นทุนเป็นการเพิ่มกำไรอย่างนึงที่เห็นผลได้ชัด ซึ่งในตลาดที่ไม่มีการแข่งขันที่สูง การลดต้นทุนก็จะมีรูปแบบที่ท่านยกตัวอย่างมาให้เห็น คือลดมาก กำไรก็มาก

ดังนั้นการแข่งขันจะทำยกระดับคุณภาพของสินค้าเช่นกัน ก็อย่างที่หลายๆ ท่านกล่าว ถ้าไม่มีคนซื้อ คนขายก็ต้องปรับปรุง

แต่สิ่งนึงที่อยากจะฝากไว้ครับ...

ต้นทุนนึงที่หลายๆ คนที่อยู่ในประเทศเราไม่ค่อยคิดถึงคือ ต้นทุนด้าน "ความคิด" แม้ว่าท่านจะมองว่ารถหนึ่งคันควรจะมีราคาเท่านี้ อะไหล่ราคาเท่านี้ แต่สิ่งนึงที่ในต่างประเทศต่างกับเราคือ เค้าให้คุณค่ากับการ "ออกแบบ" นั่นเองครับ อย่าลืมครับว่า รถหนึ่งรุ่นจะออกมา บริษัทต้องลงทุนด้านการ "ออกแบบ" โดยจ้างทีมงานใช้เวลาออกแบบเป็นปีๆ ขึ้นรูป มีการทดลองขับ มีการทดสอบอัตราสิ้นเปลือง ตรงนี้เป็น "เงิน" ทั้งนั้นนะครับ เป็นต้นทุนที่มองไม่เห็น และลูกค้าไม่ได้รู้เลยว่ารถยนต์ 1 รุ่นมีค่าใช้จ่ายตรงนี้มากแค่ไหน

ไม่งั้น Honda คงถอดใจกับ Brio ไปแล้ว

ไม่งั้น Vigo ถึงไม่ลากยาวถึง 10 ปี ทั้งที่ควรจะเปลี่ยนรุ่นตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว

นี่ยังไม่รวมถึงค่าแรงของพนักงานที่ทำงานในบริษัทเหล่านั้นนะครับ ซึ่งค่าใข้จ่ายต่อปีของบริษัทระดับโลกมันสูงมากนะครับ

สุดท้ายนี้ ผมว่าการตำหนิเพื่อเรียกร้องสิทธิผู้บริโภคเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ครับ แต่บางครั้งอย่าเอาคำว่า "อคติ" มาบังตาจนพาลทำให้ทุกคนที่เห็นไม่เหมือนท่านเป็นคนที่เป็น "สาวก" หรือ "แฟน" ของค่ายไหนเลยครับ อย่างที่ท่าน Ty ESC ว่าแหละครับ

ออฟไลน์ Siamtech

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 292
    • อีเมล์
คุณอย่าเอา แคมรี่ตัวออส มา เทียบกับเราสิครับ เพราะ แคมรี้ออสตลาดมันแค่ชิวิคในไทยเรานี่แหละ


ออฟไลน์ veturilo

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 187
เอากันอีกตัวอย่างละกัน MB E-Class นำเข้า ทำไมมันต้องราคาหลายล้านด้วย ไม่เข้าใจ ที่ US หรือ JP แค่ล้านเดียวเอง
ราคาต้นทุนจากประเทศผุ้ผลิตถึงท่าเรือที่ไทย เอากลมๆที่ 1 ล้านบาทละกัน
ไทยจะโดน= (1 ล้าน+ภาษีนำเข้า 80%+กำไร)+ภาษีสรรพสามิต 30%+VAT 7%
ดังนั้น ถ้าอยากได้กำไรซัก 5 แสน ราคาขายมันต้องประมาณ 3.2 ล้านบาทครับ

เซ็งมั้ยล่ะ...ทำยังไงกันดีครับคนไทยที่รัก ภาษีทำพิษเราซะขนาดนี้

ลองดูดีๆครับ  E-Class  ประกอบในไทยก็มีนะครับ
พาร์ทส่วนใหญ๋ นำเข้าได้ BOI เพราะได้เงือนไข ตามกำหนด
แต่ขายราคาตามที่เห็น
จริงๆ รถ CKD นำเข้ามาประกอบ ราคา ค่าดำเนินการมันทำให้ราคารถขึ้นมาสูงแน่นอน
แต่แน่นอน มันต้องถูกกว่านำเข้าทั้งคัน ? ไม่งั้น ไม่คุ้ม
แต่มาฟันเอาราคาขาย นีละ กำไรจริงๆ

E-Class ประกอบไทยนี่ฟันกันเต็มๆครับ ไม่ต้องคิดมาก :-p

ออฟไลน์ Direct

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 43
เข้ามาเห็นด้วยกับ จขกท.ครับ
ถ้าใครเคยสัมผัสรถยนต์รุ่นเดียวกันเมื่อเทียบใน ประเทศไทย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สเปน ฯลฯ จะได้เห็นตั้งแต่ความแตกต่างตอนที่
รถมันประกอบออกมาเป็นคันๆ ระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์ เกียร์ ออปชั่นต่างๆ แตกต่างอย่างชัดเจน

พอมองให้ลึกเข้าไปก็จะเป็นเรื่องของความซีเรียสในการประกอบ รถไทยไม่ได้ซีเรียสมาก เมื่อเทียบกับ ตปท. ที่มีกฏหมายในการควบคุม
อย่าว่าแต่การประกอบเพียงอย่างเดียวเลยครับ การทำสี การเชื่อมโลหะ แม้กระทั่งตัว Material ที่เอามาทำรถยนต์ก็ต่างกันมากมาย

ผมจะยกตัวอย่างแค่การเชื่อมแล้วกันนะครับ : ในบางประเทศ เขาจะมีกฏหมายควบคุมการเชื่อมโลหะว่า จุดไหนที่ "จำเป็น" ต้องมีบ้าง
รู้ไหมครับ รถนอกการเชื่อมประตู ตัวถัง จุดที่จำเป็นบางจุดมีมากกว่า 4 จุดขึ้นไป ขณะที่ประเทศไทยมีแค่ 1 หรือ 2 เท่านั้น
แต่ผู้บริโภคจะรู้หรือไม่? เพราะสุดท้ายแล้วรถออกมาเป็นคัน ไม่มีใครเห็นรอยเชื่อมหรอกครับ หลายๆครั้งที่เกิดปัญหาของเสียงดังบ้าง
เอาเข้าศูนย์ช่างแก้ไม่หายบ้าง เป็นปัญหาเรื้อรังระยะยาว ไม่ใช่เพราะการประกอบเพียงอย่างเดียวนะครับ จุดเชื่อมต่างๆก็ส่งผล
แล้วเวลามีปัญหาขึ้นมา การตรวจสอบมันไม่ครบหรอกครับ รถบางคันหลุดออกไปขายเยอะแยะแล้ว แต่ผู้บริโภคเข้าใจกันเองว่า
รถมันผ่านการตรวจสอบมาทุกๆคัน อย่าลืมนะครับว่า เราผลิตรถส่งขายในประเทศ และนอกประเทศ ยิ่งประเทศไหนขายยาก
เรายิ่งต้องเอากำลังคนไปตรวจสอบในประเทศนั้นๆ เยอะกว่าประเทศที่ขายได้ง่ายกว่า จริงมั๊ยครับ?

และอีกหลายๆเรื่องที่ ตปท. ใช้อุปกรณ์ต่างๆมาเป็นพื้นฐานของรถทุกรุ่น ขณะที่บ้านเรายังด้อยเรื่องนี้ครับ

เข้ามาตอบในฐานะคนที่ทำงาน อยู่ ในอุตสหกรรม ยานยนต์
ข้อมูล คุณ มั่วหน้า ด้านๆๆ มากครับ
รถยนต์ผลิต ตามแบบ แบบ มันก็เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะ ขายประเทศไหน
ไม่มี หรอกครับ ลดจุดเชื่อม
เค้าผลิตงาน ตาม ข้อกำหนด จาก OEM ไม่ได้นึกอยากลดหรือเพิ่มได้คุณพูดแบบนี้ คุณเอาหลักฐานมาครับ
เค้าไม่เขียนแบบ ออกมาเพื่อ ลดจุดเชื่อม เฉพาะ บ้านเราหรอกครับ
รถที่คุณ พูดถึง นี่ รถซาเล้งรึเปลาครับ มาลดจุดเชื่อม เฉพาะขายประเทศไทยนี่

เท่าที่ผมเห็น วัสดุอุปกรณ์ ทุกอย่าง ทำตามแบบ หมด
สิ่งที่ต่างคือ Option

รถหนึ่งคัน มี รหัส รุ่น มากเป็น 10 เป็นร้อย แบ่ง ตาม สี option ประเทศที่จำหน่าย
ทั้งที่ ผลิต จากโรงงานเดียวกัน

ตลอดเวลา ที่ทำงานมา สิ่งที่ต่างมีแค่ Option ไม่ใช่ คุณภาพ ครับ

แค่คุณเริ่มต้นด้วยการด่า ผมก้อไม่อยากจะพูดอะไรกับคุณมากแล้วล่ะครับ
คุณจะว่าข้อมูลผมมั่วหรืออะไรก้อตามแต่ใจคุณคิด
แต่ผมจะบอกคุณว่า ถ้าคุณมีข้อมูล มีหลักฐานที่เป็นความลับ คุณจะกล้าเปิดเผยไหมครับ?

คุณเคยทำรถรุ่นเดียวกันส่งขายทั้งในไทย และต่างประเทศไหมครับ?
ถ้าคุณเคย ผมเชื่อว่าอย่างน้อยคุณต้องเคยเห็นแบบมันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย
คุณจะรู้ถึงความแตกต่างอย่างที่ผมพูด

ผมเดาว่าถ้าคุณไม่ได้อยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ
คุณคงเป็นหัวหน้าของคนทำงาน ที่"ไม่"ได้ลงมา"ตรวจ"อย่าง"ละเอียด"จริงๆว่า
Product ที่ออกมาเป็นอย่างไร เพียงแค่ดูยอดขายเท่านั้น

อีกอย่างนะครับ ผมไม่ได้พูดว่ารถยนต์ไม่ทำตามแบบ
รถทุกคันต้องทำตามแบบหมดอยู่แล้วครับ
แต่สิ่งที่ผมกำลังสื่อสาร ผมกำลังบอกว่า รถในแต่ละประเทศมันก็มีแบบเป็นของประเทศนั้นๆ
ถึงแม้ว่าจะเป็นขนาดเดียวกัน รุ่นเดียวกัน สเปคเดียวกัน จาก supplier ที่เดียวกัน
คุณคิดว่า มันมีจำนวนเท่ากันทุกประเทศหรอครับ?

ปล.ผมลองถามคุณเล่นๆ สมมติคุณมีชิ้นส่วน 1 ชิ้น ยาวสัก 60 ซม. คุณเชื่อม หัว กลาง ท้าย
3 - 5 จุด มันก็อยู่แล้วครับ คุณจะเชื่อมเพิ่มให้มันเป็น 6 - 10 จุดอีกทำไม?

ออฟไลน์ onbit40

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 215
ให้บ้านเราทำ option แบบอินโดน่ะ ลูกค้าสามารถตัดออกได้แทบทุกอย่าง 555+ ไม่เว้นแม้แต่ abs / air bag / กระจกมือหมุน