ผู้เขียน หัวข้อ: หลัง 5 ปี BMW มันเลวร้ายมากเลยเหรอครับ ??  (อ่าน 32140 ครั้ง)

ออฟไลน์ NineKlao

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,785
  • ชีวิตไม่ได้เป็นดังที่คิด ก็มันคือชีวิตนี่
Re: หลัง 5 ปี BMW มันเลวร้ายมากเลยเหรอครับ ??
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2016, 13:25:11 »
เห็นด้วยกัน ด้านบน BSI มันเหมือนเป็นกับดัก

จริงๆเริ่มแรก BSI ออกมาเพื่อให้ลูกค้าหมดกังวลเรื่องค่าซ่อม

ที่เมื่อก่อนพี่ยนตกระทำไว้ และเป็นการรักษาราคา BMW มือสอง

ไม่ให้ตกต่ำมากหลังจากเปลี่ยนเป็น BMW TH

และก็เหมือนที่ว่าไว้ เร่งการซื้อรถใหม่ คือ ใช้ 5 ปีขายให้ BMW User แล้วออกคันใหม่


ออฟไลน์ StrawHat

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 86
    • อีเมล์
Re: หลัง 5 ปี BMW มันเลวร้ายมากเลยเหรอครับ ??
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2016, 14:56:12 »
E60 520D ที่บ้าน 200,000 km ละครับ หลังจากหมด BSI นี่โดนค่าซ่อมรวมๆประมาณ 3-4 แสนครับ (ยังไม่ได้เปลี่ยนเกียร์ซึ่งเผื่อใจไว้อีก 2 แสน) ความเห็นส่วนตัวผมว่าช่างศูนย์ค่อนข้าง tricky ในช่วง BSI นี่ซ่อมแบบขี้เหนียวมาก พอหมด BSI นี่ยุให้เปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่แทบจะเกินความจำเป็น (ลองไปให้อู่ที่ซ่อม BMW โดยตรงประเมิณมา) แถมศูนย์ไม่ค่อยจบด้วยครับ ต้องเข้าไปรอบ 2 เกือบทุกครั้ง (แล้วก็โดนตอดเงินอีกทุกครั้งเช่นกัน)

โดยรวม ผมว่าสิ่งที่ห่วยคือศูนย์ ยุให้เปลี่ยนอะไหล่เกินความจำเป็น ค่าแรงแพง รอคิวนาน แต่ตัวรถผมชอบมาก ยังขับดีเหมือนที่ออกมาใหม่ๆ ไม่ทำให้กังวลในเรื่องความปลอดภัยเลยครับ

สรุป ค่าซ่อมที่ศูนย์โขกสับซื้อ city car ได้คันนึง แต่รถเราหล่อ ปลอดภัย มั่นคง กว่า city car เยอะครับ ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องซ่อมบำรุงก็จัดไปครับ

ออฟไลน์ Arado_kung

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,071
    • อีเมล์
Re: หลัง 5 ปี BMW มันเลวร้ายมากเลยเหรอครับ ??
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2016, 15:00:59 »
E60 520D ที่บ้าน 200,000 km ละครับ หลังจากหมด BSI นี่โดนค่าซ่อมรวมๆประมาณ 3-4 แสนครับ (ยังไม่ได้เปลี่ยนเกียร์ซึ่งเผื่อใจไว้อีก 2 แสน) ความเห็นส่วนตัวผมว่าช่างศูนย์ค่อนข้าง tricky ในช่วง BSI นี่ซ่อมแบบขี้เหนียวมาก พอหมด BSI นี่ยุให้เปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่แทบจะเกินความจำเป็น (ลองไปให้อู่ที่ซ่อม BMW โดยตรงประเมิณมา) แถมศูนย์ไม่ค่อยจบด้วยครับ ต้องเข้าไปรอบ 2 เกือบทุกครั้ง (แล้วก็โดนตอดเงินอีกทุกครั้งเช่นกัน)

โดยรวม ผมว่าสิ่งที่ห่วยคือศูนย์ ยุให้เปลี่ยนอะไหล่เกินความจำเป็น ค่าแรงแพง รอคิวนาน แต่ตัวรถผมชอบมาก ยังขับดีเหมือนที่ออกมาใหม่ๆ ไม่ทำให้กังวลในเรื่องความปลอดภัยเลยครับ

สรุป ค่าซ่อมที่ศูนย์โขกสับซื้อ city car ได้คันนึง แต่รถเราหล่อ ปลอดภัย มั่นคง กว่า city car เยอะครับ ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องซ่อมบำรุงก็จัดไปครับ

ตอนนี้รถอายุกี่ขวบและซ่อมประจำที่ศูนย์ไหนครับ ผมขอเก็บข้อมูลหน่อย

ออฟไลน์ chaithawat

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,310
Re: หลัง 5 ปี BMW มันเลวร้ายมากเลยเหรอครับ ??
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2016, 15:33:05 »
ไม่ถึงกับเลวร้ายอะไรหรอกครับ ถ้าซ่อมเป็นรู้จักซ่อมให้ถูกจุดรู้จักศึกษาความรู้ในคลับและมีอู่รองรับเล่นได้เลย ถ้าไม่มีสองอย่างนี้อย่าเล่นเลย ละลายเงินปีนึงเป็นแสนเปลืองเงินจิตตกไม่มีความสุขครับ ไปถอยดีเซกเมนต์ป้ายแดงนั่งสบายกว่า ขับไปไหนไกลได้ไม่ต้องกังวลคอยเช็คบ่อยๆ จากประสบการณ์สองคันหลังห้าถึงเจ็ดปีเจอทุกคันเฉลี่ยปีละ1-2แสนรวมๆจากบิล0นะครับมากน้อยเช่น แบต ท่อทางที่เยอะ ระบบไฟ ระบบช่วงล่างที่เยอะ รุ่นหลังๆนี้ไม่ค่อยเท่าไรหรอกครับแก้จุดบกพร่องมาเยอะแล้ว
รู้จักซ่อม เช่นอะไหล่พวกที่เป็นยางหรือพลาสติกเช่น แท่นเครื่องแท่นเกียร์ ท่อทาง ประเก็น โอริงแบบนี้ เข้าศูนย์ยังพอทำได้แพงกว่าข้างนอกไม่มากแต่ได้ประกันปีนึงรั่วมะไหร่เข้าเคลมได้เลย หรือประหยัดหน่อยก็เบิกศูนย์แล้วให้อู่ทำดีสุดราคาอะไหล่แท้ไม่หนีข้างนอกแต่ทนกว่ากันบาน อย่าเล่นวัดโสมไม่ทนครับ แล้วจะมาบ่นจุกจิกเช่น ยางแท่นเครื่องวัดโสมตัวละพันกว่าทรุดมันทุกปี เบิกศูนย์ตัวละสี่พันใช้จนลืม  หรือชุดช่วงล่างยกชุดของเทียบสิบชิ้นหมื่นกว่าบาท แต่3-4หมื่นโลหลวมหมดแล้ว ใช้ของแท้วิ่งได้เกือบแสนสบายๆ
และที่สำคัญมีอู่รองรับ รู้จักเลือกอู่ที่ไม่ฟัน ช่างมีประสบการณ์ แบบนี้ก็น่าเล่นครับไม่มีอะไรน่ากังวล

ออฟไลน์ Dr.Jones

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 416
Re: หลัง 5 ปี BMW มันเลวร้ายมากเลยเหรอครับ ??
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2016, 17:25:10 »
E60 520D ที่บ้าน 200,000 km ละครับ หลังจากหมด BSI นี่โดนค่าซ่อมรวมๆประมาณ 3-4 แสนครับ

----- >>> ในความคิดของข้าพเจ้า คิดว่าถ้าใช้เกิน 100000 กิโลควรเปลี่ยนได้แล้วล่ะครับ
ซ่อมค่อนข้างแพง ปั๊มติ๊ก ไดชาร์จ ช่วงล่าง เผลอๆเกียร์เสีย ยกเว้นว่าซ่อมไหวและสนิทกับอู่ ก็ไปได้ต่อนะ
ถึง 200000 สบายๆ

ปล. กระซิบแบบ Final ว่า
ถ้าจะซื้อ 5 Series ราคาประหยัดวันนี้ ซื้อ 520d M sport นะครับ
ราคาเท่าๆกับ Elite แต่ option มาเต็ม (แล้วใครจะไปซื้อของตัด option ฟะ)
ยกเว้นไม่มีไฟหน้า LED  (มันน่านะ เหมือนไปเที่ยว "...." แล้วไม่ได้จับ "..." อ่ะ)
ไม่สนับสนุนรถญี่ปุ่นเจ้าตลาดและรถเยอรมันมวยรอง
--ทุกรุ่น,ทุกคัน,ทุกโปรโมชั่น,ทุกกรณี--

ออฟไลน์ razor

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,109
Re: หลัง 5 ปี BMW มันเลวร้ายมากเลยเหรอครับ ??
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2016, 18:25:04 »
E60 520D ที่บ้าน 200,000 km ละครับ หลังจากหมด BSI นี่โดนค่าซ่อมรวมๆประมาณ 3-4 แสนครับ

----- >>> ในความคิดของข้าพเจ้า คิดว่าถ้าใช้เกิน 100000 กิโลควรเปลี่ยนได้แล้วล่ะครับ
ซ่อมค่อนข้างแพง ปั๊มติ๊ก ไดชาร์จ ช่วงล่าง เผลอๆเกียร์เสีย ยกเว้นว่าซ่อมไหวและสนิทกับอู่ ก็ไปได้ต่อนะ
ถึง 200000 สบายๆ

ปล. กระซิบแบบ Final ว่า
ถ้าจะซื้อ 5 Series ราคาประหยัดวันนี้ ซื้อ 520d M sport นะครับ
ราคาเท่าๆกับ Elite แต่ option มาเต็ม (แล้วใครจะไปซื้อของตัด option ฟะ)
ยกเว้นไม่มีไฟหน้า LED  (มันน่านะ เหมือนไปเที่ยว "...." แล้วไม่ได้จับ "..." อ่ะ)

Elite "พับมือ"
M Sport "พับไฟฟ้า"
ราคาเท่ากัน  5555+

ออฟไลน์ kasuya

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 198
    • อีเมล์
Re: หลัง 5 ปี BMW มันเลวร้ายมากเลยเหรอครับ ??
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2016, 08:57:53 »
คนใช้หลายคนที่ไม่ออกมาบ่นเพราะมันจุกอยู่ในอก เลยแน่นอกมันพูดไม่ออกผ่านสื่อได้

ออฟไลน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,174
  • ขับขี่ปลอดภัย
Re: หลัง 5 ปี BMW มันเลวร้ายมากเลยเหรอครับ ??
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2016, 10:49:15 »
ผมเป็นคนโชคดี ใช้BMWมาหลายคันเจอปัญหาซ่อมง่ายซ่อมถูก

แต่ถ้าให้ไปบอกคนอื่นว่ามันไม่มีอะไรหนักหนาผมก็ไม่กล้าพูด เพราะรถBMWผมที่ใช้เองก็ไม่เคยเกียร์พัง เครื่องระเบิด น้ำแห้งฝาโก่ง หัวฉีดตัน พวงมาลัยเพาเวอร์เดี้ยง เทอร์โบเสีย น้ำมันเครื่องรั่ว เครื่องดับกลางอากาศเพราะระบบไฟฟ้ารวนหนักๆ  กดสตาร์ทเงียบเพราะกล่องพัง แอร์ตัน คอมแอร์พัง  DSCเสีย ฯลฯ แบบที่ลูกค้าและคนรู้จักผมต่างก็เจอกันมาแล้วคนละอย่างสองอย่าง

การจะแนะนำคนให้ซื้อรถสักคัน ผมเลยมักจะดูพื้นฐานของคนก่อนว่า รู้เรื่องรถแค่ไหน ฐานะเป็นอย่างไร อาชีพอะไร มีเวลาว่างหรือมีลูกน้องขับรถไปซ่อมให้  ใช้รถอะไรมาก่อน นิสัยจุกจิกรึเปล่า

ความหลากหลายของพื้นฐานความรู้ ฐานะ ความคิด อาชีพ ทำให้การตอบสนองต่อปัญหาไม่เท่ากัน บางคนแค่เสียงคอนโซลดังก็แก้ไม่ได้ หรือรับไม่ได้แล้ว ในขณะที่บางคนเกียร์พังก็วิ่งหาเซียงกงหาช่างยกใส่เองได้

ถ้าตอบคำถามนี้แบบสั้นๆ ก็ต้องบอกว่า ใช่ครับ หนักหนาสำหรับประชากรไทยมากกว่า80%แน่นอน หลังหมดBSI ไปอุดร อุบล สามจังหวัดชายแดน เอาแค่หม้อน้ำแตก คอยล์เย็นรั่ว ก็ตาเหลือกแล้วกับคนที่ไม่ถนัด
ข้อความที่ผมเขียน ก็แค่ความเห็นความรู้"ส่วนตัว"ของผม จะผิดจะถูกอย่างไรก็ต้องใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ

สงสัยอะไรกรุณาถามในบอร์ด ตอบได้จะตอบให้ครับ

ออฟไลน์ wersocute

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 97
    • อีเมล์
Re: หลัง 5 ปี BMW มันเลวร้ายมากเลยเหรอครับ ??
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2016, 11:23:00 »
ส่วนตัวที่ผมเคยเจอคนที่ยี้ BMW ส่วนใหญ่
จะเป็นคนที่ฟังเค้ามาทั้งนั้นไม่มีไว้ใช้งานเองจริงสักคน

โดนใจมากๆ
เห็นด้วยครับ

ออฟไลน์ firstime911

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
Re: หลัง 5 ปี BMW มันเลวร้ายมากเลยเหรอครับ ??
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2016, 13:46:18 »
คือ จาก ที่เจอมา นะครับ 525LCI คือ เวลา bmw มันเสีย มันไม่ได้ โดนเป็น ชิ้น มันเสียทั้งระบบอะครับ
เช่น ไฟหน้า xenon เสีย มันไม่ได้ เสียเฉพาะ หลอด มันลามไป กล่อง ไป สายไฟ คือ โดนทีทั้งระบบ มันเลยแพงมากครับ

แต่บอกเลย ตอนนี้ benz ก้ไม่ได้ถูกนะครับ .. หลัก แสนเหมือนกัน ค่าซ่อม ..
รถยุโรป ช่วงหลังๆ ยิ่งไม่มี เกรย์ market มาแข่งแล้ว ค่าซ่อม แพงๆจิงๆ ไม่รู้ว่า อะไหล่ ทำไม มันแพงจังเลย ทั้งๆที่ มันก็ขายทั่วโลก ผลิตทีก็จำนวนมากๆ ต้นทุนก็ต่ำ แต่ ค่าอะไหล่ จะแสนโหดร้ายไปไหน ....

ออฟไลน์ Monn

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,806
Re: หลัง 5 ปี BMW มันเลวร้ายมากเลยเหรอครับ ??
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2016, 22:27:33 »
ถ้าถามคนที่ใช้ bmw จริง แล้วมีอู่นอกที่ไว้ใจได้ หรือรู้จักอู่นอก ก็จะตอบเหมือนกันว่า ไม่มี bsi ก็สบายๆ
แต่รถใหม่ ราคาเกือบ 3 ล้าน จะให้ซ่อมถูกเท่า city car 6-7 แสน คงไม่ใช่ ราคารถอาจจะเหลือ ล้านเดียว แต่อะไหล่ มันราคาเดิมนะคับ
ค่าซ่อมก็เผื่อๆ ไว้เลย ปีละ แสน คร่าวๆ นะ หลังหมด bsi ผมว่าหากไม่ซวยจริง คงไม่ใช้ถึงแสนต่อปีหรอก รถญี่ปุ่น หรือรถอะไรก็ตาม ก็เห็นมีปัญหากันหมด ทุบรถก็เยอะแยะ จะบอกว่า อะไรดีที่สุดคงไม่มี

ผมใช้มา เหลืออีก 500 โล หมด bsi เข้าเคลมตลอดช่วงอายุการใช้งาน 3 ปี 9 เดือนไม่มีอะไรต้องซ่อมใหญ่ ไม่เคยมีอะไรเสีย เข้า service ปกติ แล้วก็ไม่เคยต้องจ่ายเงินสักบาท ช่วงที่ผ่านมา หลังจากนี้ ก็จะรู้ละ เป็นไง กะว่าจะใช้ไปอีกสัก 2-3 ปี แล้วว่ากันใหม่ แต่ผมรู้จักอู่ bmw อยู่บ้าง เพื่อนๆ ในกลุ่มมีอู่ที่รู้จักกันทุกคน ยังไงก็ถูกกว่า 0 แต่จะหวังซ่อมหลักร้อยหลักพันต้นๆ คงไม่มี ใช้รถแบบนี้ ก็ต้องทำใจ เตรียมซ่อม

คุยกับคนอื่นๆ ส่วนใหญ่จะบอกว่า หมด bsi เดี๋ยวก็รู้สึก แต่คนเหล่านั้น 99% ไม่เคยใช้ BMW ขนาดน้องเมีย ใช้ ตราดาว ก็พูดแบบนี้ ในขณะที่เค้าเอง เสียค่าบำรุงไปแล้วมากกว่าแสนบาทในช่วงที่เข้าเซอร์วิสรถตัวเอง ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงแสนโล แต่ไม่คิดว่าแพง ของเราไม่ต้องจ่าย บอกให้ระวัง ก็ไม่เข้าใจนะ

ปล. ผมเข้าเช็คก่อนหมด bsi เคลมไปรวม 130000 บาท โดยที่จริงๆ รถไม่มีปัญหาใดๆ แต่ 0 ก็เปลี่ยนชิ้นที่ไม่ค่อยโอเคให้ อันนี้ บอกเลย ไม่รู้ว่า ที่บอกเคลมยากๆ มันยังไง อาจจะขึ้นกับ 0 ด้วย แต่กลุ่มผมที่ใช้ ไม่มีใครมีปัญหาการเคลมใดๆ ส่วนตัวผม happy มากๆ ก็คงใช้ต่อไปคับ
S3 - F30
X1 - E84

ออฟไลน์ V221

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,065
Re: หลัง 5 ปี BMW มันเลวร้ายมากเลยเหรอครับ ??
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2016, 07:31:55 »
ก็ไม่ได้ถึงกับเลวร้ายครับ ถ้าทำใจได้ว่าค่าซ่อมบำรุงจะเยอะนิดนึงหรือบางครั้งอาจจะต้องเข้าอู่หรือใช้บริการรถยกถ้าเจอแจ็คพ็อต เช่นE65ของน้องผมตอนป้ายแดงยังไม่เท่าไหร่แต่พอหมดBSIมาเป็นชุดทั้งรถล็อคไม่ได้บ้าง ไฟติดแบบปิดไม่ได้บ้าง โช้คไฟฟ้าพังบ้าง ทำนองนี้ครับ ส่วนตราดาวก็ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเท่าไหร่เพียงแต่ตราดาวจะมีอะไหล่นอก0รองรับเยอะกว่า ขนาดเพื่อนในหน่วยงานดูแลการServiceยังบอกกับผมว่าทั้ง2ค่ายก็มีปัญหาพอกันครับ