ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl+EVO X kit for Lancer EX P26 Rally red Page 3  (อ่าน 90494 ครั้ง)

ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #60 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 18:54:45 »
เอ่อ...สุนักสองตัวนั้นกินข้าววันละกี่กะลามังอ่ะครับ แถมมีฟักบัวให้ด้วย ไฮโซซะ

555

วันละ 2 มื้อครับ มื้อละชามนิดเดียวครับ ไม่ได้เยอะมากครับ
วันนี้เห็นว่าอยากกินไข่เจียวครับ คุยกันรู้เรื่องซะงั้น 555+
ส่วนฝักบัว พอดี ห้องน้ำติดเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำน้ำอุ่นเค้ามีฝักบัวมาให้ด้วย เลยย้ายมาติดหน้าบ้านแทน
เอาไว้ให้คนล้างมือล้างขาแทนครับ อิอิ

เวลาสองตัวนี้อาบน้ำจะมีหัวฉีดแบบปรับกระจายหรือยิงตรงแรงๆแทนครับ ไม่ได้ใช้ฝักบัวครับ

ออฟไลน์ janjar

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • ทัวร์เซี่ยงไฮ้
    • อีเมล์
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #61 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2010, 10:06:43 »
ข้อมูลแน่นมาก ๆครับ กำลังเล็ง รถรุ่นนี้ไว้เหมือนกันครับ น่าสนใจ ชอบสีขาวอ่ะครับ ฟังก์ชั่น เด็ดเลยอ่ะครับ เก็บไว้พิจารณาอีกรุ่นนึงแหละครับ ขอบคุณมาก

ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #62 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2010, 21:46:46 »
กุญแจ ของผม
ตรงโลโก้มิตซูเริ่มลอกแล้วนะครับ
อัตเดตรูปหน่อยครับเรื่องตรามิตซูลอกที่กุญแจรีโมต
วันนี้ลองถูส่วนที่ลอกออกหมดแล้วครับ ผมว่าสวยไปอีกแบบครับ
ก่อนลอกจะเป็นสีเงิน
พอลอกแล้วจะเป็นสีเทาครับ คือมีพลาสติกใสหนาอยู่ด้านบน ด้านในเป็นสีเทาครับ
ดูดีไปอีกแบบครับ แยกกันออกไหมครับ ว่าดอกไหนคือที่ลอกแล้ว (EX ทุกรุ่นให้กุญแจรีโมท 2 ดอกนะครับ)


ปล ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะแตะ 9 พันคนแล้วครับ
เดี๋ยวว่าว่างๆจะรีวิวแบบตอนกลางคืนบ้าง ไฟภายนอก ภายใน เหมือนส่วนนี้คนพูดถึงน้อยและไม่ค่อยมีรูป
ไฟ Bi-xeon และ AFS มันดีอย่างไร จะถ่ายรูปมาให้ดูครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 12, 2010, 21:49:14 โดย udis »

ออฟไลน์ chaivat

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 177
    • อีเมล์
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #63 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 07:08:22 »
สวัสดีครับน้องUdis
รูปที่ถ่ายด้านใต้ท้องรถด้านหน้าตัวที่เห็นเป็น ไดชาร์จครับ ( Alternator ) ส่วนไดสตาร์ทจะอยู่ด้านเดียวกับท่อไอเสีย
ผมใช้ GLS 1.8 Ltd จะครบปีแล้ว ประมาณ วิ่งมา 35,000 กม. ซื้อตอนนั้นไม่ได้ของแถมมากเหมือนตอนนี้ ชุดแต่งรอบคัน
Rally art แท้ๆก็แพงตามราคาศูนย์ตั้งเลย บวกค่าทำสีหมดไปเกือบห้าหมื่น 555 ตอนนี้ติดค้ำโช๊ค Paddle shift และ Cruise+Audio
เรียบร้อยแล้ว เปลี่ยนลูกลอยไป 2 ครั้ง ใช้ E85 ประมาณ 90% ของน้ำมันที่ใช้ทั้งหมดประมาณ 5,000 ลิตร ผมโชคตดีวิ่งผ่านปั้มบางจากตรงสายใต้ใหม่เวลาไปทำงาน กำลังรอว่าลูกลอยมันจะกลับบ้านเมื่อไร ไม่ห่วงเรื่องนี้เสียก็เข้าศูนย์เปลี่ยน ลูกลอยรุ่น 3 มาแล้วแต่ยังไม่ไปใช้
1 ปี กับ 35,000 กม.อย่างอื่นไม่มีปัญหาอะไร(มีบางท่านเกิน ห้าหมื่น กม.แล้ว )
ที่พักแขนผมว่ามันสั้นไปสำหรับผม ขาไม่ยาวถอยเบาะไม่ไกลเลยเป็นได้แค่ที่พักข้อศอก(ผมสูง 170 ซม ขาสั้นแต่หลังยาวครับ)
ตรงที่ใส่ กระดาษ ผมใส่เงินเหมือนคุณ Udis ครับ แล้วหากระดาษสีดำปิดด้านนอก เผื่อแม่บ้านมาเปิด จุดนี้ผมใช้รถมา หลายเดือนเพิ่งทราบจากเวป Lancer ex (อ่านคู่มือไม่ละเอียด )
คุยเพลินเพียงเข้ามาบอกว่ามันเป็น ไดชาร์จ เท่านั้นครับ

ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #64 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 22:09:08 »
ขอบคุณครับคุณ chaivat

วันนี้มาอัพเดตเรื่องไฟส่องสว่างตอนกลางคืนครับ แต่ยังไม่มีระบบส่องเวลาเลี้ยวนะครับ
เนื่องจากวันนี้ฝนตก เลยถ่ายได้แต่ในโรงรถ

มาเริ่มที่ไฟท้ายครับ จะมีไฟทะเบียนสองดวง สว่างมาก ชนใครแล้วหนีจะเห็นชัดมากครับ
ไฟเบรกสองดวงกลางที่ติดเพราะดึงเบรคมือไว้ครับ แต่จะเห็นว่าไฟเบรคดวงที่สามตรงกลางฝากระโปรงหลังไม่ติด
ต้องใช้เบรคเท้าถึงจะติดนะครับ ส่วนไฟสีแดงสองดวงด้านนอกสายขวาก็จะติดตอนเปิดไฟหรี่ครับ
เหมือนๆรถทั่ว ส่วนไฟในสุดสีขาวมี 2 ดวงซ้ายขวาเป็นไฟถอยครับ สว่างมากๆส่องเห็นทางดีมาก เวลาที่มีแสงน้อยครับ (ไม่ได้ถ่ายให้ดู)


มาต่อกันที่ไฟท้ายกระโปรงรถครับ ไฟออกสีส้มครับ ติดอยู่ฝั่งซ้าย สว่างชัดเจนดีครับ
เข็มหล่นผมว่าก็ยังเห็นครับ


ตามด้วยไฟห้องโดยสาร จะมีทั้งหมดสามดวงครับ สำหรับเบาะแถวหน้าสองดวง แยกปิดเปิดซ้ายขวาได้
ตั้งให้เปิดเวลาเปิดประตูได้ ส่วนเบาะด้านหนังมี 1 ดวง ตั้งปิดเปิดเวลาเปิดประตูได้เช่นกันครับ

ย้ายมาถ่ายในรถบ้าง รูปก่อนหน้านี้ถ่ายทะลุรฟิล์มดำ 3M 60 มาครับ

เมื่อเปิดประตู ถ้าเราตั้งให้ไฟห้องโดยสารสว่าง ก็จะเห็นว่าไฟสว่างให้พอประมาณที่พอที่เห็นพื้น ว่าจะไม่เยียบอะไรที่ไม่พึงประสงค์เข้าครับ


มาลองปิดไฟห้องโดยสารดูกันบ้างครับ แล้วลองเปิดไฟหรี่ดู ไฟที่สว่างก็จะมีแอร์ ปุ่มไฟฉุกเฉิน วิทยุ ไฟควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย
ไฟระบบควบคุมความเร็วไฟเกียร์ ไฟส่องช่องใส่เหรียญ ไฟปรับระดับไฟหน้าต่ำ ไฟปุ่มกดเปิดปิดกระจกฝั่งคนขับ


ไม่มีไฟที่ช่องเก็บของและที่กระจกส่องหน้าใต้ที่บังแดด

เมื่อเราชักกุญแจรถออก ถ้าเราลืมปิดไฟจะมีเสียงดังเตือน พร้องแสดงสถานะดังรูป
และถ้าเราไม่ปิด ระบบจะทำการปิดเองภายใน 5 นาทีถ้าจำไม่ผิดครับ


ไม่มีไฟส่องกระโปรงรถด้านหน้าครับ ฉะนั้นเตรียมไฟฉายไว้ด้วยนะครับ


ไฟหรี่หน้าจะเป็นดวงเล็กๆอยู่มุมซ้ายครับ สว่างชัดเจนดีครับ
ไฟตัดหมอกติดมาจากโรงงาน ไม่แยงตาครับ ซื้อรถมาผมเปิดแค่ครั้งเดียว ตอนฝนตกหนักในมอเตอร์เวย์
รถวิ่งกันเร็วจนละอองน้ำกลายเป็นหมอกครับ
ส่วนไฟสูงและไฟต่ำจะอยู่ในดวงเดียวกันครับที่เห็นกลมๆนั่นแหละครับ Bi-Xenon สว่างดีมากครับ
ไม่แยงตาด้วยครับ ส่องทางชัดเจนดีมากครับ ขับลุยฝนตอนกลางคืนมองสบาย ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟสูงเลยครับ
รวมแสงได้ดี


คราวนี้พอแค่นี้ก่อนครับ ไว้คราวหน้าจะถ่าย AFS ระบบส่องไฟขณะเลี้ยวมาให้ชมกันครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 16, 2010, 23:26:46 โดย udis »

ออฟไลน์ Lookkaew

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 720
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #65 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 22:27:45 »
ชอบๆๆๆ อยากได้ๆ
ถามนิดนึงเรื่องไฟ Bi-Xenon
เวลาเปิดไฟต่ำ แล้วปรับเป็นไฟสูง จะทำงานผ่านชุดโปรเจ็คเตอร์คู่นอก
แต่ถ้าไม่เปิดไฟต่ำ แล้วดิฟไฟเฉยๆ จะเป็นหลอดไส้ธรรมดาของชุดไฟคู่ในใช่รึเปล่าครับ

ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #66 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 23:00:18 »
ชอบๆๆๆ อยากได้ๆ
ถามนิดนึงเรื่องไฟ Bi-Xenon
เวลาเปิดไฟต่ำ แล้วปรับเป็นไฟสูง จะทำงานผ่านชุดโปรเจ็คเตอร์คู่นอก
แต่ถ้าไม่เปิดไฟต่ำ แล้วดิฟไฟเฉยๆ จะเป็นหลอดไส้ธรรมดาของชุดไฟคู่ในใช่รึเปล่าครับ

เท่าที่ผมสังเกต ไม่น่าจะใช่ครับ
ไฟคู่ในจะติดเวลาเราเลี้ยวครับ เลี้ยวซ้าย ไฟด้านซ้ายจะติด เลี้ยวขวาไฟด้านขวาจะติด
ส่วนถ้าเปิดไฟสูงเพื่อขอทาง โดยที่ไม่เปิดไฟต่ำ ไฟทำงานคือ Bi-xenon ครับ
ไฟต่ำของ Bi-xenon คือปิดฉากกั้นไว้ครึ่งหนึ่งครับ ไฟสูงก็เปิดฉากกันออกน่ะครับ ใช้ไฟดวงเดียวกันตลอดครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 16, 2010, 23:25:37 โดย udis »

ออฟไลน์ 6162002

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,087
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #67 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 23:27:19 »
ชอบๆๆๆ อยากได้ๆ
ถามนิดนึงเรื่องไฟ Bi-Xenon
เวลาเปิดไฟต่ำ แล้วปรับเป็นไฟสูง จะทำงานผ่านชุดโปรเจ็คเตอร์คู่นอก
แต่ถ้าไม่เปิดไฟต่ำ แล้วดิฟไฟเฉยๆ จะเป็นหลอดไส้ธรรมดาของชุดไฟคู่ในใช่รึเปล่าครับ

เท่าที่ผมสังเกต ไม่น่าจะใช่ครับ
ไฟคู่ในจะติดเวลาเราเลี้ยวครับ เลี้ยวซ้าย ไฟด้านซ้ายจะติด เลี้ยวขวาไฟด้านขวาจะติด
ส่วนถ้าเปิดไฟสูงเพื่อขอทาง โดยที่ไม่เปิดไฟต่ำ ไฟทำงานคือ Bi-xenon ครับ
ไฟต่ำของ Bi-xenon คือปิดฉากกั้นไว้ครึ่งหนึ่งครับ ไฟสูงก็เปิดฉากกันออกน่ะครับ ใช้ไฟดวงเดียวกันตลอดครับ


ขอบคุณสำหรับคลิปมากเลยครับ ได้ความรู้ขึ้นมากเลย   :)

ออฟไลน์ JT77

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 50
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #68 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2010, 16:26:11 »
ขอบคุณมาก ๆ ครับผม

รถสวย มาก ๆ เลยครับ   ;D

ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #69 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2010, 20:28:06 »
วันนี้มาอัพเดตเรื่อง AFS (Adaptive front lighting system) ระบบเพิ่มความสว่างขณะเลี้ยวโค้ง
ถ่ายเป็นคลิปมาให้ชม 2 คลิปครับ คิดว่าจะเข้าใจง่ายกว่าครับ
ระบบ AFS ของ Mitsubishi จะใช้ไฟดวงถัดจากไฟเลี้ยวเป็นตัวส่องสว่าง
เมื่อหักพวงมาลัยไปทางซ้าย ไฟด้านซ้ายก็จะติด เมื่อหักไปทางขวา ไฟด้านขวาก็จะติด
ส่วนไฟหน้ายังคงส่องไปตรงกลางเช่นเดิม

ระบบนี้ผมชอบมาก อยากให้รถทุกค่ายรุ่นมีครับ จะได้ปลอดภัยกันมากขึ้นครับ
เพราะผมเองนั้นกลับจากทำงานเลี้ยวเข้าหมู่บ้านตอนกลางคืน
ไฟในหมู่บ้านมีไม่มากนัก แม้ผมจะขับช้าต่ำกว่า 20 กม/ชมแล้วก็ตาม
เวลาเลี้ยว ทางแยกในหมู่บ้านที ก็มักจะเจอเด็กตัวเล็กๆเดิน ขี่จักรยาน มอเตอร์ไซต์จอดตรงทางเลี้ยว
เจอหมาเดิน นอนเล่น ซึ่งรถคันเก่าผมไม่มีระบบนี้ ต้องใช้สายตามองมากและความระวังมากเลยครับ
หรือเวลาขับขึ้นลงห้างยามกลางคืนที่ไฟไม่สว่างนักครับ

พอมีระบบนี้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายในการมองมากขึ้นครับ เห็นอะไรชัดเจนมากขึ้น

ผมไม่ได้ถ่ายตอนขับรถมาให้ดูนะครับ เนื่องจากไม่สะดวกครับเนื่องจากถ่ายคนเดียว
เลยจอดอยู่กับที่ถ่ายให้ดู ปลอดภัยกว่าครับ

สำหรับคนไม่ชอบระบบ AFS ก็มีปุ่มกดปิดได้ครับอยู่บริเวณถัดมาจากเกียร์ครับ
ดูจาก Video เหมือนไม่ค่อยช่วยครับ แต่ขับจริงใช้งานได้ดีเลยครับ
เวลาที่เลี้ยวแล้วมองไปด้านที่เลี้ยว ถ้าไม่มีระบบนี้จะมืดครับ มองลำบากครับ
รถคันถัดไปถ้าผมจะซื้อใหม่ถ้าไม่มีระบบนี้ ผมคิดว่าผมไม่ซื้อครับ! 555+

ออฟไลน์ quartzide

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #70 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2010, 16:37:15 »
ขอบคุณมากครับ เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ดีมากเลยครับ (ลังเล Impreza 2.0 กับ Lancer Ex 2.0 อยู่ครับ)

เอ หรือจะทำให้ตัดสินใจยากขึ้นไปใหญ่เลยก็ไม่รู้แฮะ  :D

ออฟไลน์ 6162002

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,087
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #71 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2010, 20:21:08 »
เจ้าไฟนี่มันสีเหลืองเหรอครับ   :(

ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #72 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2010, 20:36:44 »
เจ้าไฟนี่มันสีเหลืองเหรอครับ   :(

ใช่แล้วครับ สีเหลืองแสดงถึงความระมัดระวังตามหลักความปลอดภัยครับ
ใช้สีนี้คนจะระมัดระวังมากกว่า ทั้งคนเดินและคนขับ
อีกทั้งช่วยแบ่งเส้นกะระยะไปในตัวด้วยครับ

แต่จริงๆมันคือสีแบบไฟรถทั่วไปครับ ไม่ใช่ไฟซีนอนครับ แยกชัดเจนครับ เตือนสติคนขับ
แต่ถ้าคนขับชอบไฟสีขาวก็หาซื้อมาเปลี่ยนได้ครับราคาไม่แพงเพราะเป็นหลอดธรรมดาครับ
แต่ไม่ค่อยเข้าหลักความปลอดภัย แต่เข้าหลักสวยไว้ก่อนแทนครับ แล้วแต่ชอบครับ
 ;D ;D ;D

ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #73 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2010, 20:49:05 »
ขอบคุณมากครับ เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ดีมากเลยครับ (ลังเล Impreza 2.0 กับ Lancer Ex 2.0 อยู่ครับ)

เอ หรือจะทำให้ตัดสินใจยากขึ้นไปใหญ่เลยก็ไม่รู้แฮะ  :D

ยิ่งตัดสินใจยากเป็นอะไรที่สนุกครับ การได้เลือก ได้อ่าน ได้คิด สนุกดีครับ
แต่ผมเดาว่าเอนไปทาง  Impreza 2.0  ใช่เปล่าครับ ขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นอะไรที่ผมอยากลองเหมือนกันครับ

ทั้งสองรุ่นมีอะไรให้เล่น ให้แต่งได้อีกเยอะมากครับ โดยเฉพาะถ้าผ่านไป 10 ปีแล้วเกิดอยากวางเครื่องใหม่
 ;D ;D ;D
นี่ก็ใกล้หน้าหนาวแล้ว อยากลองระบบ Climate control และฮีตเตอร์ของ EX เหลือเกินแล้วครับ จะเป็นยังไงหนอ
น่าสนุกครับ!


ออฟไลน์ keng.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,551
  • ฅ.ฅนรักรถ
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #74 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2010, 21:41:35 »
มีคลิปให้ดูด้วย!
ขอบคุณมากๆเลยครับ ผมก็ไม่เข้าใจกับระบบ AFS ตั้งนาน คิดว่าจะเป็นจานหมุนแบบ Camry

ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #75 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2010, 22:39:20 »
มีคลิปให้ดูด้วย!
ขอบคุณมากๆเลยครับ ผมก็ไม่เข้าใจกับระบบ AFS ตั้งนาน คิดว่าจะเป็นจานหมุนแบบ Camry

เท่าที่รู้จะมี 2 แบบครับ แบบโค้ง จะเน้นไปทางขับวิ่งเข้าโค้งที่แสงส่องเข้าโค้ง เดินทางไกลโค้งกว้างๆครับ
เหมาะกับการวิ่งเร็วในทางที่แสงสว่างน้อยมีโค้งเยอะๆ
แบบนี้ใช้ไช้ไฟแค่ 1 ดวงแต่ต้องเพิ่มชุดกลไกการหมุนของดวงไฟ

ส่วนแบบที่เป็นของ EX นี้จะเน้นไปที่การเข้าซอย การระวังคนครับ ซึ่งจะส่องได้วงกว้างกว่าครับ
ซึ่งจะเหมาะกับในเมืองหรือหมู่บ้านครับ และก็ใช้กับทางโค้งยาวๆได้เช่นกันครับ
แต่แบบนี้จะต้องเพิ่มดวงไฟมาอีก 1 ดวงเพื่อช่วยส่องมากขี้น แต่ไม่ต้องมีกลไกซับซ้อน

ถ้าคนชอบ Hi Tech จะดูทันสมัยกว่าครับแบบแรกน่าจะถูกใจกว่า
แต่ถ้าชอบบำรุงรักษาง่าย ส่องเห็นคนชัดกว้างกว่า ก็แบบ EX เนี่ยเหละครับ
เหมือนอเมริกาคิดปากกาพิเศษไปเขียนในอวกาศ แต่รัชเซียใช้ดินสออะไรประมาณนี้มั้งครับ

เอาคลิปของ Nissan มาให้ชมครับ เป็นแบบเดียวกับ EX ส่วนแบบโค้งจะนิยมมากกว่า ทั้งToyota และรถยุโรปนิยมใช้กันมากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 19, 2010, 23:04:44 โดย udis »

ออฟไลน์ quartzide

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #76 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 09:38:20 »
ขอบคุณมากครับ เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ดีมากเลยครับ (ลังเล Impreza 2.0 กับ Lancer Ex 2.0 อยู่ครับ)

เอ หรือจะทำให้ตัดสินใจยากขึ้นไปใหญ่เลยก็ไม่รู้แฮะ  :D

ยิ่งตัดสินใจยากเป็นอะไรที่สนุกครับ การได้เลือก ได้อ่าน ได้คิด สนุกดีครับ
แต่ผมเดาว่าเอนไปทาง  Impreza 2.0  ใช่เปล่าครับ ขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นอะไรที่ผมอยากลองเหมือนกันครับ


เทใจไป Impreza วันนึง กลับมา Lancer วันนึง เป็นไอ้หนุ่มนักรักไปเลยล่ะครับ  ;D
Impreza ได้ขับสี่หนึบๆ ที่แลกมากับค่าตัวรถอิมพอร์ตมหาโหด บวกกับการซดน้ำมันต่างน้ำ แต่อ่าน review ของคุณ Jimmy และคุณ Joufu แล้วก็พบว่า Ex เกาะถนนไม่ธรรมดาเหมือนกัน

ยังไงคงต้องไป testdrive อีกทีล่ะครับ 
:D








ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #77 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2010, 19:57:02 »
ขอบคุณมากครับ เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ดีมากเลยครับ (ลังเล Impreza 2.0 กับ Lancer Ex 2.0 อยู่ครับ)

เอ หรือจะทำให้ตัดสินใจยากขึ้นไปใหญ่เลยก็ไม่รู้แฮะ  :D

ยิ่งตัดสินใจยากเป็นอะไรที่สนุกครับ การได้เลือก ได้อ่าน ได้คิด สนุกดีครับ
แต่ผมเดาว่าเอนไปทาง  Impreza 2.0  ใช่เปล่าครับ ขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นอะไรที่ผมอยากลองเหมือนกันครับ


เทใจไป Impreza วันนึง กลับมา Lancer วันนึง เป็นไอ้หนุ่มนักรักไปเลยล่ะครับ  ;D
Impreza ได้ขับสี่หนึบๆ ที่แลกมากับค่าตัวรถอิมพอร์ตมหาโหด บวกกับการซดน้ำมันต่างน้ำ แต่อ่าน review ของคุณ Jimmy และคุณ Joufu แล้วก็พบว่า Ex เกาะถนนไม่ธรรมดาเหมือนกัน

ยังไงคงต้องไป testdrive อีกทีล่ะครับ 
:D

เป็นลองมาแล้วเป็นไงบ้างครับ

อัพเดตข่าวนิดนึง สำหรับคนที่ไม่ซื้อ EX เพราะกระจกข้างพับไฟฟ้าไม่ได้
ปัจจุบันมีคนทำให้พับได้สมบูรณ์แล้วนะครับ กดปุ่มพับจากภายในตัวรถได้แล้วครับ
ราคาก็หมื่นปลายๆ ช่วงนี้ลดราคากันเกือบแสนแล้ว ลองชั่งใจดูกับส่วนลดครับ

หรือจะรอของโรงงานที่จะออกตามมาก็สุดแล้วแต่ครับ

ออฟไลน์ keng.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,551
  • ฅ.ฅนรักรถ
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #78 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2010, 20:25:51 »
ขอบคุณมากครับพี่
พี่อธิบายได้กระจ่างซะผมนึกภาพออกเลย
:)

ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #79 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2010, 20:35:44 »
ขอบคุณมากครับพี่
พี่อธิบายได้กระจ่างซะผมนึกภาพออกเลย
:)

ส่วนตัวผมอยากให้มีสองระบบนี้รวมกันเลยในรถทุกคัน เพราะ
เวลาเวลาเข้าโค้ง คนขับจะเห็นอะไรชัดหน่อย
เวลาเข้าซอย หมู่บ้าน ก็เห็นคนเดินไปเดินมาชัดเจน

ไม่แน่ใจว่ามีรถรุ่นไหนที่มีทั้งสองแบบในคันเดียวเลย เห็นแต่ใช้แบบใดแบบนึงครับ


ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #80 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2010, 17:37:11 »
ผู้เข้าชมครบ 10,000 คนแล้ว แอบดีใจครับ!

วันนี้มาอัพเดตค่าใช้จ่ายพื้นฐานครับ สำหรับเครื่อง 2.0
สำหรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
ประเก็นรองตัวจ่าย 15 บาท
ไส้กรองน้ำมันเครื่อง 210 บาท
น้ำมันเครื่อง Mitsubishi Speed Master SAE 15W-40 เกรด SL 4 ลิตร 575 บาท
น้ำมันเครื่อง Mitsubishi Speed Master SAE 15W-40 เกรด SL 1 ลิตร 150 บาท
รวม 950 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 66.50 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1016.50 บาท

เสียภาษีต่อปี 2,892 บาท  (เครื่อง 1.6 แค่ 17XX เองครับ)
พรบ 645.25 บาท
ประกันภัยชั้น 1  23,207 บาท คุ้มครอง 840,000 บาท (แล้วแต่บริษัทและเงื่อนไขครับ)

ใช้งานมา 7 เดือนแล้ว ยังไม่พบปัญหาอะไรครับ ขอบคุณครับ
 ;D ;D ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 06, 2010, 17:38:55 โดย udis »

ออฟไลน์ shando

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,168
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #81 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2010, 21:12:10 »
เปนรถที่ผมชอบมากเลยครับ รุ่นนี้สีนี้เลย
แต่ทางบ้านไม่อนุมัติ  :'(

ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #82 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 20:14:58 »
เป็นรถที่ผมชอบมากเลยครับ รุ่นนี้สีนี้เลย
แต่ทางบ้านไม่อนุมัติ  :'(

ชีวิตคนเราคงซื้อรถได้ไม่กี่คันนักสำหรับคนใช้รถยาวๆ
หวังคันต่อไปคงได้ออกคันที่ชอบนะครับ

รถรุ่นใหม่ๆค่ายอื่นๆมีสวยๆออกมาเรื่อยๆครับ
 ;D ;D ;D


ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + Package C (Ralliart) -> Mini review
« ตอบกลับ #83 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 21:37:32 »
อัพเดตซะหน่อยล่ะกันครับ ผ่านมา 1 ปียังไม่มีอะไรเสีย และไม่พบปัญหาอะไรครับ
 ;D ;D ;D


เพิ่มเติมตัวล็อกฝากระโปรงหลังครับ
ทั้ง New lancer และ Lancer EX ตัวล็อกฝากระโปรงหลังผมไม่เคยดังครับ คงเพราะการออกแบบคนละแบบกันครับ
ไม่มีลูกยางให้ครับ แน่นดีมากครับ นี่เป็นรูปตัวล็อกฝากระโปรงหลังของ Lancer EX ครับ





ของ Lancer จะเป็นพลาสติกแข็งสีดำทั้งอันเลย ช่วยให้ยึดกันแน่น ตามด้วยกลอนที่เป็นโลหะอีกชั้น
ซึ่งจะไม่เสื่อมสภาพง่ายเหมือนลูกยางครับ ทนทานกว่าครับ
 ;D ;D ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 03, 2011, 15:36:00 โดย udis »

ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl + EVO X for Lancer EX P26 Rally red
« ตอบกลับ #84 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2011, 12:16:06 »
สวัสดีครับ

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ ยอดอ่าน 25,545 โอ้...เยอะจนปลื้มครับ เป็นอันดับที่ 7 ของเว็บเลยทีเดียว
งั้นมาเขียนเพิ่มให้อ่านกันเพลินๆครับ

รีวิวชุดแต่ง EVO X สำหรับ Lancer EX

รูปจากเว็บ : http://www.dailytorque.com

หลังจากใช้ Lancer EX 2.0 GT มาได้ปีกว่า ก็ประสบอุบัติเหตุครับ ทำให้รถได้รับความเสียหายอย่างหนักจนต้องเข้าอู่ซ่อม
ส่วนตัวผมเองซึ่งเป็นคนขับปลอดภัยดี ไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย โครงสร้างตัวรถ ถุงลมนิรภัย เข็มขัดนิรภัยทำงานได้ดีครับ

ช่วงที่รถผมชนนั้นเป็นช่วงที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ภาคกลางและกรุงเทพพอดี ทำให้อะไหล่ไม่สามารถส่งให้ได้
ล่าสุดได้รับข่าวดี เนื่องจากน้ำลดแล้ว เริ่มทยอยส่งอะไหล่ให้ได้แล้ว โอ้...เย้

ระหว่างรออะไหล่อยู่นั้น ด้วยความคิดถึงรถ และชื่นชอบ EVO X อยู่ก็หาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเพื่อแต่ง EX เป็น EVO X ซะหน่อย
เริ่มตรงไหนก่อนดี

1. สี  Rally Red P26 แบบ EVO X
เริ่มต้นที่สีล่ะกัน ไหนๆก็ต้องทำสีทั้งคันอยู่แล้ว เลยคิดว่าเปลี่ยนสีเลยล่ะกัน แล้วสีอะไรดี น้ำเงิน หรือแดงดี
แน่นอน สีแดงครับ แต่ไม่ใช่ P19 แบบที่ Lancer ตัว MC ใช้ เลือกโทนสีเป็น Rally Red P26 แบบ EVO X เลยครับ
ทางอู่แนะนำว่าสนใจสีนกแก้วไหมแพงกว่าราคาปกติ 15,000 บาท ปกติทำสีทั้งคันจะอยู่ที่ 30,000 บาท สีนกแก้วจัดไป 45,000 บาท
เห็นว่าข้อดีคือ จะเงาสวย สีแบบรถ BENZ ใช้กัน ไปดูสีจริงแล้ว แดงแบบนี้ไม่ชอบถึงจะแพงกว่า
สุดท้ายเลยเลือก P26 เหมือนเดิม วันก่อนอู่โทรมาว่า บริษัทที่รับผสมสี นำตัวอย่าง P26 มาให้ดูแล้ว เดี๋ยวจะพ่นเป็นตัวอย่างให้ดูว่าชอบไหม
ทางบริษัทที่รับผสมสีแจ้งอีกว่า สีนี้มี มุกครับ อ้าว แพงกว่าปกติอ่ะดิ! จากขาวมุก เป็นแดงมุก 555+ ชอบ!

ตารางรหัสสี EVO X color code ดังนี้
APEX SILVER A31 MZ312883
GRAPHITE GRAY A39 MZ313354
RALLY RED P26 MZ314000
WICKED WHITE W37 MZ313359
AQUA A86 MZ313945
TARMAC BLACK X42 MZ313375
OCTANE BLUE T70 MZ313358
ROTOR GLOW M08 MZ314157
PHANTOM BLACKU02 MZ314100
รูปดูไม่ได้ รบกวนไปดูที่ http://wijitonline.com/?p=132


2. กันชนหน้า EVO X มองผ่านๆจะต่างกันไม่เยอะ แต่จริงๆแล้วมีชิ้นส่วนต่างๆเยอะมาก
กันชนหน้าของ EX จะเป็นแบบชิ้นเดียว แต่ของ EVO X นั้นจะเป็นแบบแยกชิ้น ในตลาดของแต่ง
จะมีแบบกันชนแท้ ราคาหลายหมื่นบาท ดูในรูปแล้วสวยจริง แบบไฟเบอร์ PP injectino ABS
ผมโชคดีหน่อยที่ได้มีโอกาสได้สัมผัส EVO X คันจริง จากงาน Tokyo motor show 2007 ทำให้พอจำลางๆว่าของแท้ดีอย่างไร สวยเพียงใด
จริงๆเปิดรูปเก่าๆที่เคยถ่ายไว้มาดู ที่อัำพไว้ใน skydrive หรือ space อดีตนั่นเอง

คำนวณเงินอันน้อยนิดที่มีอยู่แล้วจึงเลือกงาน PP injection ซึ่งนำเข้ามาจากที่ไหน ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ไม่ได้ผลิตในไทย
วัสดุ PP เข้าใจว่าเป็นวัสดุแบบเดียวกับกันชนแท้ ตอนไม่ยังไม่ทำสี จะเป็นสีดำด้านๆครับ

ซึ่งมีชิ้นส่วนประมาณ 8 อย่าง ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่เหมือนกันชนแท้นะครับ กันชนแท้จะมีโครงพลาสติกสีดำด้านในอีกชั้น อีกชุดก็เป็นช่องดักลมเข้า Inter cooler
ซึ่งตัวนี้ไม่มีมาให้ครับ แต่เท่านี้ช่างก็บอกว่าว่า กันชนชิ้นส่วนเยอะมาก! มาดูกันว่าประกอบอะไรด้วยอะไรบ้างครับ ดังนี้

2.1. กันชน
รูปดูไม่ได้ รบกวนไปดูที่ http://wijitonline.com/?p=132

2.2. จมูกฉลาม

2.3. ลิ้นกันชนหน้า
2.4. แผ่นปิดด้านใต้กันชนหน้า
2.5. กรอบไฟตัดหมอกพร้อมกรอบโรมเมี่ยม
2.6. ตะแกรงสแตนเลสกรอบไฟตัดหมอกกันชนหน้า evo x
2.7. พลาสติกยึดกรอบไฟตัดหมอกด้านใน กันชนหน้า evo x
2.8. กรอบกันชนโครเมี่ยม EVO X ถ้าเป็นของแท้อันละ 10,000 บาท


3. ฝากระโปรงเหล็กทรง EVO X ถ้าฝากระโปรงแท้วัสดุจะเป็นอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ราคาแพงมาก ของครบๆราคาสี่หมื่นกว่าบาท
ผมเลือกเป็นฝาเหล็กครับ น้ำหนักเยอะกว่าแน่นอน แต่ก็ประหยัดเงินไปได้พอสควร ตัวนี้ราคา 13,500 แถมโช้คมาด้วยทำให้ยกเปิดฝากระโปรงง่ายขึ้นครับ

ข้อมูลน้ำหนักฝา จากคุณ TWG
ฝา Lancer EX : เป็นเหล็ก หนัก 15.5 kg.  
ฝา Evo X (แท้) : เป็นอลูมิเนียม หนัก 11.5 kg.
ฝา Evo X (เทียบ) : เป็นเหล็ก หนัก 19.5 kg.


อุปกรณ์ฝากระโปง EVO X จะประกอบไปด้วย
3.1 ช่องลมซ้าย ขวา

ตรงนี้จะมีแผ่นเหล็กยึดอีกทีครับ ไว้ทำสีเสร็จจะถ่ายให้ชมอีกครั้งครับ


3.2 ช่องลมตรงกลาง



3.3 ถาดรองน้ำ
3.4 แผ่นกันความร้อนทรงสำหรับฝา EVO X

สีของช่องลมนั้น มีแบบสีดำและสีเดียวกับตัวรถ ผมเลือกเป็นสีเดียวกับตัวรถแบบในตัว Premuim ครับ
ช่องลมนี้สามารถแต่งได้ บ้างก็เปลี่ยนเป็นคาร์บอน ทำสีแปลกๆ หรือเปลี่ยนตระแกรงเหล็กก็สุดแล้วแต่ครับ

4. แก้มหน้า R-L+FENDER EVO X ถ้าเป็นของ EVO X จะเป็นอลูมิเนียมน้ำหนักเบา สำหรับผมเลือกเป็นเหล็กครับ ราคาเบาลงมาหน่อย 14,000 บาท

จะมีอีกแบบเป็นแบบแปะติดก็สุดแล้วแต่ชอบครับ แก้มโปร่งตัวนี้สามารถใส่พลาสติกซุ้มล้อเดิิมได้นะครับ ปรับจุดยึดนิดหน่อยก็เรียบร้อยสวยงามครับ

จากที่ลองใส่ดู ไม่พอดีครับ ต้องมีการปรับแต่งดังรูปเพื่อให้เข้าได้พอดีครับ อันนี้ก็แล้วแต่ความปราณีตของช่างอู่ที่ทำครับ


สำหรับตัว Fender ในตลาดมีสองสามแบบให้เลือกนะครับ ผมเลือกเป็นแบบเดิมที่แถมมา ซึ่งเหมือนกับตัว EVO X เดิมๆครับ
ซึ่งสีก็เช่นเดียวกับช่องลม จะมีสีดำ กับสีเดียวกับตัวรถ


ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนเก็บรายละเอียดครับ รอพ่นสีครับ คาดว่าปลายเดือนมกราคมครับ ไว้จะมาลงเพิ่มครับ
 ;D ;D ;D


ีupdate : 11 Jan 2012
โป้วเรียบร้อยแล้วครับ เป็นโป้วเหลืองนะครับ ทางอู่บอกว่าโป้วแดงเลิกใช้กันไปนานแล้วเนื่องจากนานไปสีจะซีดและร่อน


ตามด้วยการพ่นรองพื้นสีขาว เนียนๆ สีแดงใกล้เห็นแล้วครับ


พ่นตัวถังแล้วครับ


แก้มโป่งหน้า EVO X สำหรับ EX ทำสีแดงแล้ว เย้! (Rally Red P26 EVO X Fender for EX)


พื้นรถก็สีแดง

ที่วางอะไหล่ก็พ่น เดิมจากโรงงานจะสีรองพื้นมั้งครับ พ่นสีแดงครบๆไปซะเลยครับ เยี่ยมเลย

เริ่มประกอบระบบไฟแล้วครับ

เดินระบบไฟภายในห้องโดยสาย

ไฟหลังคาเดินมาแบบนี้นี่เอง

เอาเครื่องลงใส่แล้วครับ เสียดายที่น่าจะเป็น 4B11T

ใกล้เสร็จแล้วครับ ขาดที่ครอบไฟตัดหมอกโครเมี่ยมกับไฟตัดหมอกครับ
Lancer EX : EVO X Front bumper PP (OEM) + Rally Red P26

อีกมุม

มุมไกลๆบ้าง

มุมด้านข้างครับ



ใส่ครอบไฟตัดหมอกโครเมี่ยมกับไฟตัดหมอกแล้วครับ แต่ยังไม่ได้ขัดสีนะครับ
Lancer EX : EVO X Front bumper PP (OEM) + Rally Red P26
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 14, 2014, 21:21:19 โดย udis »

ออฟไลน์ Emission-Tester

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 359
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl+EVO X kit for Lancer EX P26 Rally red Page 3
« ตอบกลับ #85 เมื่อ: เมษายน 05, 2012, 10:35:10 »
ชอบมากๆ ครับ
Lancer EX กับชุดแต่ง EVO X
โดยเฉพาะสีแดง :D
 
Emission Laboratory Testing

ออฟไลน์ keng.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,551
  • ฅ.ฅนรักรถ
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl+EVO X kit for Lancer EX P26 Rally red Page 3
« ตอบกลับ #86 เมื่อ: เมษายน 07, 2012, 11:42:04 »
เท่าที่ดูตอนทำสีนี่ รื้อน่ากลัวมากๆเลยครับ

ไม่ทราบว่าการประกอบกลับเป็นยังไงบ้างครับ? แน่นหนาดีมั้ย?

ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,651
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl+EVO X kit for Lancer EX P26 Rally red Page 3
« ตอบกลับ #87 เมื่อ: เมษายน 07, 2012, 18:54:32 »
ชอบมากๆ ครับ
Lancer EX กับชุดแต่ง EVO X
โดยเฉพาะสีแดง :D

ขอบคุณครับ ผมชอบยืนดูตอนกลางวัน สีโดนแดดแล้วสวยดีครับ

เท่าที่ดูตอนทำสีนี่ รื้อน่ากลัวมากๆเลยครับ
ไม่ทราบว่าการประกอบกลับเป็นยังไงบ้างครับ? แน่นหนาดีมั้ย?

ปกติทำสีทั้งคัน จะไม่ได้รื้อขนาดนี้ครับ พอดีต้องการให้แดงทั้งคันครับ
การประกอบแน่นหนาดีครับ ช่างประกอบทำได้เรียบร้อยดีครับ
คงเพราะช่างถ่ายรูปแต่ละส่วนและทำรายการตอนถอดน่ะครับ เลยออกมาเรียบร้อยครับ
 ;D ;D ;D

ออฟไลน์ volvolover

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 805
  • mitsudriver
    • อีเมล์
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl+EVO X kit for Lancer EX P26 Rally red Page 3
« ตอบกลับ #88 เมื่อ: เมษายน 07, 2012, 21:52:38 »
คันจริงสวยมากครับ
รถผมแดง MC P19
เจอกันงาน meeting
สู้ แดง EVO X P26 ไม่ได้เลย
 :)
2006 Toyota Soluna VIOS 1.5S Ivory
2011 Mitsubishi Lancer EX 1.8 GLS-Ltd.

ออฟไลน์ 6162002

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,087
Re: รีวิว Lancer EX 2.0 GT White Pearl+EVO X kit for Lancer EX P26 Rally red Page 3
« ตอบกลับ #89 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2012, 19:12:17 »
ขอถามเรื่องการแปลงหน่อยครับ
ไม่ทราบว่าประกันจ่ายเท่าไร และ ต้องจ่ายเพิ่มเท่าไรเหรอครับ

และอีกนิดครับ ผมเห็นว่าแลนเซอร์ตัวปัจจุบัน ไม่มี Skirt หน้ามาให้เหมือนที่เห็นในรีวิวอันนี้ และของพี่จิมอ่ะครับ ไม่ทราบว่า ตัวนี้ตอนคุณ udis ออกรถ มันมากับรถ หรือเซลล์แถมเหรอครับ