ผู้เขียน หัวข้อ: เร็วกว่าที่คิด รัฐไทยเตรียมนโยบาย อีก 15 ปีเมืองไทยจะไม่ผลิตรถสันดาป  (อ่าน 6259 ครั้ง)

ออฟไลน์ burst

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 330
พี่โตตอบรัฐบาลว่าพร้อมใน 15 ปีมั้งนะ
นโยบายย้อนแย้งไปมา
สังเกตได้จากภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน การอุดหนุนกองทุนน้ำมัน และภาษีรถประจำปี
ดูไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่าประเทศต้องการอะไรกันแน่
1 สรรพสามิตกระบะ ต่ำจัด แต่น้ำมันดีเซลโดนเก็บเข้ากองทุนน้ำมันแพงกว่าเบนซิน
2 รถมีแค็บห้ามนั่ง ห้ามใส่เบาะ แต่พอสี่ประตู ภาษีรายปีเกือบปีละ 5000 รถหรูยังจ่ายแค่ 3 พัน
3 รถอีโคคาร์ ดีต่อสิ่งแวดล้อม จ่ายสรรพสามิต 11-12% (เฟส2นะ) แต่รถกระบะ 200 ม้า จ่ายแค่ 3%

Toyota Soluna Vios MC 1.5 S '06 1NZFE
BMW 3-Series 320D LCI Sport line '16 B47D20
Nissan Navara NP300 VL 4WD '17 YD25DDTi

ออฟไลน์ bodin

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 926
คันต่อไปผมไฟฟ้าล้วนๆเท่านั้นครับ ไม่เอาน้ำมันหรือลูกผสม
จอดรถในบ้านทั้งสองคันรู้สึกได้ถึงมลพิษ(บ้านเดี่ยว)

สองคันนี้ก็ต้องอยู่กันยาวๆกว่าปกติหน่อย

ออฟไลน์ รักเธอเสมอ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,060
ผมก็เดาไว้ประมาณนั้นแหละ แต่อาจเลื่อนไปอีก 5 ปี ถึงจะจริงจังเป็นกฏหมาย

ออฟไลน์ NINENOI

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,684
  • Nine & Knight
เรากำหนดเองได้ด้วยเหรอ ผมว่าขึ้นกันญี่ปุ่นและตลาดโลกเป็นหลัก ญี่ปุ่นเป็นเจ้าหลักที่ลงทุนและผลิตในไทย ตลาดโลกเราก็ส่งออกไปขายเป็นสินค้าหลักอย่างนึงถ้าเค้าไม่เปลี่ยนเราเปลื่ยนได้รึ ถ้าเค้าจะเปลี่ยนเราก็จะไม่เปลี่ยนได้รึ
ถ้าเราซื้อของที่ไม่จำเป็น สุดท้ายเราต้องขายของที่จำเป็น

ออฟไลน์ Poj

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 349
ไม่แปลกครับ บ้านเราเป็นแค่มือปืนรับจ้าง

ผู้ว่าจ้างจะเปลี่ยนอะไร เราก็ต้องเปลี่ยนตามอยู่แล้ว

ออฟไลน์ XaNaX

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 471
    • อีเมล์
ไทยจะส่งยานอวกาศไปดวงจันทร์ภายใน 7 ปีก็ประกาศมาแล้ว กลัวอะไร


ออฟไลน์ renew

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 488
รัฐบาลนี้ทำจริงเรื่องเดียว เรื่องรีดภาษี เรื่องอื่นตลกล้วนๆ

ออฟไลน์ Firzen

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 738
ถึงเวลาจริงๆ เดี๋ยวก็เลื่อนครับ ดูอย่างน้ำมันยูโร 5 สิ ตามที่เคยประกาศไว้ ถ้าผมจำไม่ผิด เร็วๆนี้ น้ำมันทุกชนิดต้องอัพจากยูโร 4 เป็น ยูโร 5 แล้ว

แต่พอ บ.น้ำมันแย้งนิดหน่อย ก็เลื่อนให้เค้าไปปี 68 โน่น ซึ่งพอถึงตอนนั้น ก็ไม่รู้จะเลื่อนอีกมั้ยนะ

ดังนั้น ตอนนี้ ก็รอดู Feedback จาก บ.ผู้ผลิตรถก่อนครับ แล้วค่อยว่ากัน

แต่อย่างน้อยก็ยังดี ที่มีแนวความคิดนี้ขึ้นมาครับ

ออฟไลน์ mongolias

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,802
นโยบาย คือ แนวคิด + การวางแผนเพื่อทำงานในอนาคต
การที่ออกนโยบาย ก็เพื่อกำหนดว่าอนาคตข้างหน้า มีแผนดำเนินการอะไรบ้าง

เรื่องระยะเวลา ผมมองว่าวางเอาไว้ 15 ปี เพื่อกำหนดจุดหมายไว้ก่อน ส่วนทางปฏิบัติจะได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการจัดการของรัฐบาล ไม่ว่าจะภายใต้การนำของใคร ซึ่งอาจจะมีปัจจัยภายนอกมาเป็นตัวเร้าได้อีกประการ

สำหรับผมการที่กำหนดนโยบายถือว่าดีที่มีแผนงานรองรับในระยะยาวเอาไว้

ส่วนค่ายรถยนต์ไม่ต้องห่วงครับ เขาวางแผนรองรับกันไว้นานแล้วล่ะครับ

ออฟไลน์ Altima

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 865
ถุย ขนาดประเทศที่มี infrastructure ชาร์จรถไฟฟ้าหลายร้อยจุดทั่วประเทศยังไม่ออกมาประกาศแบบนี้เลย

ทำตามเขาเพราะไม่มีสมองคิดกันเอง

ออฟไลน์ the kit

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,140
ไม่ได้ตามข่าวนี้ ที่ จขกท.โพส

สมมุติว่า "มันจริงตามที่ว่า"
ทุกอย่าง "มันยืดหยุ่นได้"
"ยืดได้ หดได้" แทบทุกเรื่อง ในไทย

ขนาดถนนบอกจะแล้วเสร็จ ปี60  อาจจะเสร็จจริง ปี65 ก็เป็นได้!!??
"อยู่กับสิ่งที่มี.. ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน.. และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ออฟไลน์ boogie2020

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 642
    • อีเมล์
ตอนนี้ จักรยานยนต์เมืองไทย ยังเป็น euro3 อยู่เลยคับ  เวสป้า 2 จังหวะ ยัดใส้ท่อเยอะ ๆ หน่อย ยังผ่านขนส่งมาขายป้ายแดงได้เฉยเลย

บอกว่าจะเป็น Euro 5-6 ตั้งแต่หลายปีก่อน ก็ยังทำไม่ได้เลยคับ
-----------------------------------------------------------
There is no spoon
-----------------------------------------------------------

ออฟไลน์ Sazabi

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 223
ก็เป็นซะอย่างนี้ผู้บริโภคเมืองไทยไม่เคยตามเล่ห์เหลี่ยมของอุตสาหกรรมยานยนต์ทัน ถึงได้โดนข่าวหลอกมาตลอด ในทางปฏิบัติจริงมันก็จะลากไปเป็นแบบนี้

1. ZEV ไม่ได้หมายถึง BEV แต่หมายถึง Zero Emission Capable Vehicle ซึ่งมันก็คือ BEV+PHEV เพราะฉะนั้นต่อให้มีการบังคับใช้จริงรถยนต์ที่ผลิตในเมืองไทยส่วนใหญ่ในตอนนั้นก็เป็น PHEV อยู่ดี หากจะบังคับให้ผลิต BEV อย่างเดียวก็ใช้คำว่า BEV ไปเลยไม่เห็นต้องเรียกว่า ZEV ที่มันคลุมเครือกว่าเยอะ

2. ประเทศที่ไม่มีแบรนด์รถยนต์เป็นของตัวเองแต่อาศัยค่ายรถต่างชาติสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศอย่างไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย บราซิล เม็กซิโกไม่เคยบังคับอะไรค่ายรถได้ครับ เพราะทุกอย่างมันโดน Dominate จากแบรนด์รถยนต์ต่างชาติหมดแล้ว มันจะมีนโยบายหรือกฎหมายอะไรบังคับใช้ได้ก็ต่อเมื่อบรรดาค่ายรถนั้นพร้อมแล้วไฟเขียวแล้ว ยิ่งไทยอยู่ในตำแหน่งที่ทั้งอินโดนีเซียและมาเลเซียอยากจะสอยลงจากผู้นำยานยนต์ ASEAN อยู่แล้วด้วย

3.ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปนั้นบังคับให้รถยนต์ที่ขายในปี 2030 เป็น BEV ล้วนๆ ส่วนญี่ปุ่นในปี 2035 หมายความว่าบรรดาค่ายรถทั้งหลายต้องทุ่มทรัพยากรไปในการลงทุนกับการเตรียมการผลิต BEV ในตลาดสำคัญของโลกทั้งสามนั้นก่อน แล้วจะมาทุ่มทรัพยากรเพื่อผลิต BEV ล้วนในตลาดเล็กๆอย่าง ASEAN ปีเดียวกับที่ญี่ปุ่นเนี่ยนะ นี่มันเรื่องตลกสิ้นดี

ยิ่งข้อมูลของคณะกรรมกาธิการที่มีคนเอามาอ้างนั่นน่ะมันล้าสมัยและตกยุคกว่าข้อมูลที่พวกอุตสาหกรรมยานยนต์ใช้กันอยู่เยอะ ไม่มีทางที่จะเป็นจริงในปี 2035 ได้เลย

นโยบายและกฎข้อบังคับในตอนที่ยังไม่บังคับใช้มันจะเขียนให้สวยหรูยังไงก็ได้ครับ แต่มันจะเริ่มบังคับใช้จริงได้เมื่อไหร่นั่นมันอีกเรื่องนึง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 04, 2021, 10:36:51 โดย Sazabi »

ออฟไลน์ Nathal Goldstein

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,840
ก็เป็นซะอย่างนี้ผู้บริโภคเมืองไทยไม่เคยตามเล่ห์เหลี่ยมของอุตสาหกรรมยานยนต์ทัน ถึงได้โดนข่าวหลอกมาตลอด ในทางปฏิบัติจริงมันก็จะลากไปเป็นแบบนี้

1. ZEV ไม่ได้หมายถึง BEV แต่หมายถึง Zero Emission Capable Vehicle ซึ่งมันก็คือ BEV+PHEV เพราะฉะนั้นต่อให้มีการบังคับใช้จริงรถยนต์ที่ผลิตในเมืองไทยส่วนใหญ่ในตอนนั้นก็เป็น PHEV อยู่ดี หากจะบังคับให้ผลิต BEV อย่างเดียวก็ใช้คำว่า BEV ไปเลยไม่เห็นต้องเรียกว่า ZEV ที่มันคลุมเครือกว่าเยอะ

2. ประเทศที่ไม่มีแบรนด์รถยนต์เป็นของตัวเองแต่อาศัยค่ายรถต่างชาติสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศอย่างไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย บราซิล เม็กซิโกไม่เคยบังคับอะไรค่ายรถได้ครับ เพราะทุกอย่างมันโดน Dominate จากแบรนด์รถยนต์ต่างชาติหมดแล้ว มันจะมีนโยบายหรือกฎหมายอะไรบังคับใช้ได้ก็ต่อเมื่อบรรดาค่ายรถนั้นพร้อมแล้วไฟเขียวแล้ว ยิ่งไทยอยู่ในตำแหน่งที่ทั้งอินโดนีเซียและมาเลเซียอยากจะสอยลงจากผู้นำยานยนต์ ASEAN อยู่แล้วด้วย

3.ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปนั้นบังคับให้รถยนต์ที่ขายในปี 2030 เป็น BEV ล้วนๆ ส่วนญี่ปุ่นในปี 2035 หมายความว่าบรรดาค่ายรถทั้งหลายต้องทุ่มทรัพยากรไปในการลงทุนกับการเตรียมการผลิต BEV ในตลาดสำคัญของโลกทั้งสามนั้นก่อน แล้วจะมาทุ่มทรัพยากรเพื่อผลิต BEV ล้วนในตลาดเล็กๆอย่าง ASEAN ปีเดียวกับที่ญี่ปุ่นเนี่ยนะ นี่มันเรื่องตลกสิ้นดี

ยิ่งข้อมูลของคณะกรรมกาธิการที่มีคนเอามาอ้างนั่นน่ะมันล้าสมัยและตกยุคกว่าข้อมูลที่พวกอุตสาหกรรมยานยนต์ใช้กันอยู่เยอะ ไม่มีทางที่จะเป็นจริงในปี 2035 ได้เลย

นโยบายและกฎข้อบังคับในตอนที่ยังไม่บังคับใช้มันจะเขียนให้สวยหรูยังไงก็ได้ครับ แต่มันจะเริ่มบังคับใช้จริงได้เมื่อไหร่นั่นมันอีกเรื่องนึง

"ZEV ไม่ได้หมายถึง BEV แต่หมายถึง Zero Emission Capable Vehicle ซึ่งมันก็คือ BEV+PHEV"

ควรไปอ่านใหม่ให้ละเอียด หาข้อมูลเพิ่มเติมจากก๊วน "คนที่ทำงานใน" ของคุณ ก่อนคิดเองมาบอกว่า ZEV  ที่เค้าเขียนมันคือ Zero Emission Capable Vehicle  BEV, PHEV

Zero emission (ZEV) ตามรายงานเค้าหมายถึง ไม่มีปล่อยไอเสียเลย 100% รถที่เข้าข่ายคือ BEV, FCEV

source: กลุ่มคนที่ออกความเห็นในรายงานฉบับนั้นและคณะทำงานร่างรายงาน e.g. EVAT committee, gov't affair GWM 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 04, 2021, 11:34:14 โดย Nathal Goldstein »

ออฟไลน์ Full Throttle

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 307
    • อีเมล์
ก็เป็นซะอย่างนี้ผู้บริโภคเมืองไทยไม่เคยตามเล่ห์เหลี่ยมของอุตสาหกรรมยานยนต์ทัน ถึงได้โดนข่าวหลอกมาตลอด ในทางปฏิบัติจริงมันก็จะลากไปเป็นแบบนี้

1. ZEV ไม่ได้หมายถึง BEV แต่หมายถึง Zero Emission Capable Vehicle ซึ่งมันก็คือ BEV+PHEV เพราะฉะนั้นต่อให้มีการบังคับใช้จริงรถยนต์ที่ผลิตในเมืองไทยส่วนใหญ่ในตอนนั้นก็เป็น PHEV อยู่ดี หากจะบังคับให้ผลิต BEV อย่างเดียวก็ใช้คำว่า BEV ไปเลยไม่เห็นต้องเรียกว่า ZEV ที่มันคลุมเครือกว่าเยอะ

2. ประเทศที่ไม่มีแบรนด์รถยนต์เป็นของตัวเองแต่อาศัยค่ายรถต่างชาติสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศอย่างไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย บราซิล เม็กซิโกไม่เคยบังคับอะไรค่ายรถได้ครับ เพราะทุกอย่างมันโดน Dominate จากแบรนด์รถยนต์ต่างชาติหมดแล้ว มันจะมีนโยบายหรือกฎหมายอะไรบังคับใช้ได้ก็ต่อเมื่อบรรดาค่ายรถนั้นพร้อมแล้วไฟเขียวแล้ว ยิ่งไทยอยู่ในตำแหน่งที่ทั้งอินโดนีเซียและมาเลเซียอยากจะสอยลงจากผู้นำยานยนต์ ASEAN อยู่แล้วด้วย

3.ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปนั้นบังคับให้รถยนต์ที่ขายในปี 2030 เป็น BEV ล้วนๆ ส่วนญี่ปุ่นในปี 2035 หมายความว่าบรรดาค่ายรถทั้งหลายต้องทุ่มทรัพยากรไปในการลงทุนกับการเตรียมการผลิต BEV ในตลาดสำคัญของโลกทั้งสามนั้นก่อน แล้วจะมาทุ่มทรัพยากรเพื่อผลิต BEV ล้วนในตลาดเล็กๆอย่าง ASEAN ปีเดียวกับที่ญี่ปุ่นเนี่ยนะ นี่มันเรื่องตลกสิ้นดี

ยิ่งข้อมูลของคณะกรรมกาธิการที่มีคนเอามาอ้างนั่นน่ะมันล้าสมัยและตกยุคกว่าข้อมูลที่พวกอุตสาหกรรมยานยนต์ใช้กันอยู่เยอะ ไม่มีทางที่จะเป็นจริงในปี 2035 ได้เลย

นโยบายและกฎข้อบังคับในตอนที่ยังไม่บังคับใช้มันจะเขียนให้สวยหรูยังไงก็ได้ครับ แต่มันจะเริ่มบังคับใช้จริงได้เมื่อไหร่นั่นมันอีกเรื่องนึง

แต่ว่าในปี 2035 ไทยจะมียอดขายรถ Hybrid Plug-in Hybrid และ EV รวมแล้วต้องมากกว่า 10 ล้านคัน นี่คือเป้าหมาย ส่วนไทยจะไม่ผลิตรถสันดาปนี่ อาจจะรอไปถึงปี 2042-2043 นู้น.....

ออฟไลน์ CarameLon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,213
พวกคุณเห็นรถเมล์ไทยเป็นแบบเดิมมากี่ปีแล้วหละ  8)
TOYOTA WISH SPORT 2.0>>>CRV-2.4L 4WD GEN3>>>TOYOTA Camry 2.4 2010>>>BMW 520 ตาเหยี่ยว>>>BMW X3 2011 >>>BMW 520D 2010 >>>BMW 525D ก่อน LCI >>>BMW 116i M-sport >>>BMW X1 2.0 S-drive 2016 >>>Mercedes GLA200 >>>Mercedes C Class C350e >>> BMW330eM-sport

ออฟไลน์ Bird Wuttipan

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 452
ต้องออกกฏหมายเรื่องที่จอดรถมาใช้ก่อนครับ บางคนบ้านไม่มีที่จอด มาจอดหน้าบ้านบ้าง หน้าบ้านคนอื่นบ้าง จะชาร์จไฟกันยังไง
หรือว่าแก้ปัญหาไปในตัว ซื้อมาไม่มีที่จอด ชาร์จไม่ได้ได้ไม่ต้องซื้อ ;D

เกรงว่าจะเปลี่ยนจากจอดหน้าบ้านคนอื่น ไปจอดทิ้งไว้ที่จุดชาร์ทใกล้บ้านแทนสิครับ ทั้งไว้ทั้งคืน เช้าค่อยไปเอา ใครจะรอชาร์ท ไม่สนใจ

ออฟไลน์ DapKnihtHD

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 77
ผมมองว่างี้ ผิดถูกขออภัย

ไทยใช้อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์แบกรับการจ้างงาน(ส่วนนึง)ของแรงงานในประเทศไว้ 

หากการจ้างงานลดลง (จากการเปลี่ยนแปลงในที่นี้คือจาก ice --> ev) รัฐมีปัญหาแน่  บ.ผู้ผลิต จึงเหมือนเป็นคนคุมเกมส์
คุณจะมาหักดิบผม  ถ้าผมมีปัญหา แรงงานคุณมีปัญหา คุณซึ่งเป็นรัฐก็มีปัญหาด้วย จะเอาป๊ะล่ะ 

ในขณะเดียวกัน รัฐเองก็อยากเป็นฐานการผลิต ev ใจจะขาด แต่แรงงานเดิมก็ต้องดูแล  ก็เลยคลอดมาตรการลดภาษีให้อุตสาหกรรมรถ ev
โดยถ้าผ่านเงื่อนไข  เราจะมีขีดความสามารถในการผลิตตั้งแต่วัตถุดิบยันส่งออก ได้ขายในประเทศ แรงงานก็อยู่ได้ยาว ๆ

คราวนี้มันก็อยู่ที่ บ. ผู้ผลิต จะมาเอาด้วยเร็วแค่ไหน  ซึ่งถ้าตามที่เพื่อนสมาชิกบอกว่า บ.แม่ จะเลิกทำสันดาป บ.บ้านเราก็ต้องตามเค้าไป

ผมลองไปหาอ่านเงื่อนไขลดภาษีรถ ev ผมอาจจะรู้แค่งู ๆ ปลา ๆ  เงื่อนไขมหาโหดนั้น บ. ที่ทำได้ผมมองว่ามีแค่เจ้าตลาด T,H
แล้วด้วยภาพรวมรถ ev ในไทยตอนนี้ แกก็คงไม่เอาหรอก รอก่อนดีกว่า 

สรุปก็คือนโยบายอาจจะเป็นเสือกระดาษ เราทำได้แค่รอเอกชนเท่านั้น

ออฟไลน์ 20TRF

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 452
    • อีเมล์
ไทยจะส่งยานอวกาศไปดวงจันทร์ภายใน 7 ปีก็ประกาศมาแล้ว กลัวอะไร

55555


ออฟไลน์ Sazabi

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 223
ในทางปฏิบัติจริงมันก็จะลากไปเป็นแบบนี้


"ZEV ไม่ได้หมายถึง BEV แต่หมายถึง Zero Emission Capable Vehicle ซึ่งมันก็คือ BEV+PHEV"

ควรไปอ่านใหม่ให้ละเอียด หาข้อมูลเพิ่มเติมจากก๊วน "คนที่ทำงานใน" ของคุณ ก่อนคิดเองมาบอกว่า ZEV  ที่เค้าเขียนมันคือ Zero Emission Capable Vehicle  BEV, PHEV

Zero emission (ZEV) ตามรายงานเค้าหมายถึง ไม่มีปล่อยไอเสียเลย 100% รถที่เข้าข่ายคือ BEV, FCEV

source: กลุ่มคนที่ออกความเห็นในรายงานฉบับนั้นและคณะทำงานร่างรายงาน e.g. EVAT committee, gov't affair GWM

คงจะรีบมากจึงไม่เคยสังเกตว่าข้อความครบๆมันคืออะไร เหมือนในกระทู้ก่อนที่รีบมากกลัวไม่ได้แซะอ่านไม่ครบแต่รีบมากกลัวไม่ได้ว่าคนอื่น ผมก็เขียนอยู่ชัดๆว่าในทางปฏิบัติจริงมันก็จะลากไปเป็นอย่างนี้ เพราะค่ายรถในไทยไม่มีทางผลิตแต่ BEV ล้วนๆในประเทศภายในปี 2035 อย่างแน่นอน เพราะหลายค่ายยักษ์ใหญ่ในไทยยังคงต้องการไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ HEV และ PHEV ส่งออกอยู่ ถึงเวลานั้นมันก็จะต้องมีการตะแบงความหมายของ ZEV ออกไปเรื่อยๆ อย่างที่บอกว่าคณะกรรมธิการไม่ว่าจะชุดไหนไม่เคยกำหนดทิศทางอะไรได้ยกเว้นค่ายรถใหญ่ๆพยักหน้าไฟเขียวแล้ว

เคยไปประชุมหรือสัมมนากับ EVAT สักครั้งหรือเปล่าถ้าเคยไปจะรู้ว่า EVAT มันก็คือหัวหลักหัวตอดีๆนี่เอง แทบไม่มีค่ายรถไหนสนใจอะไร EVAT เลย กลับกันเป็นทางฝั่ง EVAT เองเสียอีกที่ต้องคอยตามง้อขอข้อมูลจากบริษัทรถทั้งหลายอยู่เป็นประจำ ข้อมูลข้อสรุปจาก EVAT ที่ทางรัฐชอบนำไปใช้มันจึงเชย ล้าสมัย และไม่ตรงอะไรกับโลกแห่งความเป็นจริงซักนิด เพราะมันเป็นข้อมูลเก่าที่ค่ายรถทั้งหลายเห็นว่าเปิดเผยได้แล้ว ส่วนทาง EVAT จะเอาข้อมูลไปมโนต่ออย่างไรนั้นก็สุดแท้แต่

ข้อกำหนดนี่มันจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อประเทศนั้นมีบริษัทรถยนต์ที่เป็นของชาติตัวเอง มีเทคโนโลยีและกำลังการผลิตพร้อมที่จะเข้าควบคุมตลาดในกรณีที่บริษัทรถยนต์ต่างชาติไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ ค่ายรถชาติตัวเองก็พร้อมจะก้าวเข้ามาเป็นตัวเลือกทดแทนเมื่อยามที่ประชาชนต้องซื้อรถยนต์ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายกำหนด

แต่นี่ในประเทศที่ไม่มีบริษัทรถยนต์ของชาติตัวเองที่ผลิต BEV ได้เลย และถึงมีคนในชาติก็ไม่เคยสนใจจะอุดหนุนแต่กลับไปร้องแรกแหกกระเชออยากได้รถนำเข้าเท่ๆถูกๆ ประเทศแบบนี้ไม่มีทางกำหนดกฎเกณฑ์อะไรให้บริษัทรถยนต์ต่างชาติทำตามได้หรอก เพราะสุดท้ายก็อยู่ใต้อุ้งเท้าค่ายรถจะ Dominate ทิศทางอยู่ดี

ออฟไลน์ Nathal Goldstein

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,840
ในทางปฏิบัติจริงมันก็จะลากไปเป็นแบบนี้


"ZEV ไม่ได้หมายถึง BEV แต่หมายถึง Zero Emission Capable Vehicle ซึ่งมันก็คือ BEV+PHEV"

ควรไปอ่านใหม่ให้ละเอียด หาข้อมูลเพิ่มเติมจากก๊วน "คนที่ทำงานใน" ของคุณ ก่อนคิดเองมาบอกว่า ZEV  ที่เค้าเขียนมันคือ Zero Emission Capable Vehicle  BEV, PHEV

Zero emission (ZEV) ตามรายงานเค้าหมายถึง ไม่มีปล่อยไอเสียเลย 100% รถที่เข้าข่ายคือ BEV, FCEV

source: กลุ่มคนที่ออกความเห็นในรายงานฉบับนั้นและคณะทำงานร่างรายงาน e.g. EVAT committee, gov't affair GWM

คงจะรีบมากจึงไม่เคยสังเกตว่าข้อความครบๆมันคืออะไร เหมือนในกระทู้ก่อนที่รีบมากกลัวไม่ได้แซะอ่านไม่ครบแต่รีบมากกลัวไม่ได้ว่าคนอื่น ผมก็เขียนอยู่ชัดๆว่าในทางปฏิบัติจริงมันก็จะลากไปเป็นอย่างนี้ เพราะค่ายรถในไทยไม่มีทางผลิตแต่ BEV ล้วนๆในประเทศภายในปี 2035 อย่างแน่นอน เพราะหลายค่ายยักษ์ใหญ่ในไทยยังคงต้องการไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ HEV และ PHEV ส่งออกอยู่ ถึงเวลานั้นมันก็จะต้องมีการตะแบงความหมายของ ZEV ออกไปเรื่อยๆ อย่างที่บอกว่าคณะกรรมธิการไม่ว่าจะชุดไหนไม่เคยกำหนดทิศทางอะไรได้ยกเว้นค่ายรถใหญ่ๆพยักหน้าไฟเขียวแล้ว

เคยไปประชุมหรือสัมมนากับ EVAT สักครั้งหรือเปล่าถ้าเคยไปจะรู้ว่า EVAT มันก็คือหัวหลักหัวตอดีๆนี่เอง แทบไม่มีค่ายรถไหนสนใจอะไร EVAT เลย กลับกันเป็นทางฝั่ง EVAT เองเสียอีกที่ต้องคอยตามง้อขอข้อมูลจากบริษัทรถทั้งหลายอยู่เป็นประจำ ข้อมูลข้อสรุปจาก EVAT ที่ทางรัฐชอบนำไปใช้มันจึงเชย ล้าสมัย และไม่ตรงอะไรกับโลกแห่งความเป็นจริงซักนิด เพราะมันเป็นข้อมูลเก่าที่ค่ายรถทั้งหลายเห็นว่าเปิดเผยได้แล้ว ส่วนทาง EVAT จะเอาข้อมูลไปมโนต่ออย่างไรนั้นก็สุดแท้แต่

ข้อกำหนดนี่มันจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อประเทศนั้นมีบริษัทรถยนต์ที่เป็นของชาติตัวเอง มีเทคโนโลยีและกำลังการผลิตพร้อมที่จะเข้าควบคุมตลาดในกรณีที่บริษัทรถยนต์ต่างชาติไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ ค่ายรถชาติตัวเองก็พร้อมจะก้าวเข้ามาเป็นตัวเลือกทดแทนเมื่อยามที่ประชาชนต้องซื้อรถยนต์ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายกำหนด

แต่นี่ในประเทศที่ไม่มีบริษัทรถยนต์ของชาติตัวเองที่ผลิต BEV ได้เลย และถึงมีคนในชาติก็ไม่เคยสนใจจะอุดหนุนแต่กลับไปร้องแรกแหกกระเชออยากได้รถนำเข้าเท่ๆถูกๆ ประเทศแบบนี้ไม่มีทางกำหนดกฎเกณฑ์อะไรให้บริษัทรถยนต์ต่างชาติทำตามได้หรอก เพราะสุดท้ายก็อยู่ใต้อุ้งเท้าค่ายรถจะ Dominate ทิศทางอยู่ดี

EVAT ผมไปประชุมแทบทุกเดือนคับ แสดงว่าคุณก้ออยู่ น่าจะได้เจอกันบ้าง คงมี discussion กันหนุก  ;D

ออฟไลน์ Sazabi

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 223

EVAT ผมไปประชุมแทบทุกเดือนคับ แสดงว่าคุณก้ออยู่ น่าจะได้เจอกันบ้าง คงมี discussion กันหนุก  ;D

ประชุมหรือสัมมนาของ EVAT ผมเลือกไปเฉพาะอันที่คิดว่ามันมีประโยชน์ครับเพราะส่วนมากมันเสียเวลาเปล่า

ออฟไลน์ sedan lover

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 423
ตอนนั้น SUPER CAR  อย่างพวก เฟอรารี่ ลัมโบ รุ่น ICE จะตกลงไปหรือเปล่าครับ     จะได้สอยมาขับสักคัน
ผมคิดว่ารถสปอร์ทที่เป็น ICE ทุกรุ่นราคาจะขึ้นครับ เพราะจัดเป็นคลาสสิกครับ ใครมีอยู่ เก็บไว้ได้เลย เหมือนรถโบราณ รถเครื่องยนต์สมัยเก่า หรือเครื่องจักรไอน้ำ

ออฟไลน์ Punpun

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
อยากขอให้ถนนพระราม2เสร็จสักทีได้ไหมครับ (เกี่ยวกันไหม)

ออฟไลน์ alpha14

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,868
หลานเหลนเราก็ไม่ต้องมาดมฟันดำดันรางแล้วละซิ 8)