ผู้เขียน หัวข้อ: รถ ev ดีกว่ารถ น้ำมัน-hybrid จริงไหม เราตื่นเต้นกับมันเกินไปรึปล่าว  (อ่าน 3923 ครั้ง)

ออฟไลน์ love street

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 132
    • อีเมล์
ที่ผมสงสัยก็เพราะแอบไปเห็น camry dynamicforce 2.5 มา ปรากฎว่าทำได้ถึง 20 km/l เลยทีเดียว ถ้าเป็น downsize+water injection นี่ไม่อยากคิดอาจถึง 30-35 km/l เลยทีเดียว บวกกับที่โตโยต้าเคยเปรยเอาไว้ว่ายังไม่อยากทำรถไฟฟ้าในตอนนี้แม้ปัจจุบันจะมีตัว solid state ev concept car ที่ทำออกมาแก้เกมทีหลังโดย toyota เลือกจะทำ hydrogen ใน mirai ก่อนแทนที่จะไปทำ ev แบบค่ายอื่นแถมแบรนนี้ยังเป็นค่ายบุกเบิกระบบ hybrid อีกด้วย ประกอบกับเมื่อปลายปี 2019 ที่ tesla บอกว่าถ้าจะให้ tesla ผลิต ev ในปริมาณมากเขาอาจต้องทำเหมืองแร่เองซึ่งเขาไม่ได้พูดเล่นตอนนี้มีเหมืองแร่ที่อเมริกาและได้ลงทุนในอินโดนีเซียไปแล้ว และโดยส่วนตัวแม้ toyota จะสามารถแยกเปลี่ยนเฉพาะเซลล์ไฟฟ้าที่เสื่อมกับ volkswagen มีโรงงานรีไซเคิลแบตแล้วแต่แร่ในการผลิตก็มีอยู่จำกัดเหมือนน้ำมันและถ้าเซลล์ไฟฟ้า recycle หลายรอบจนใช้ทำอะไรไม่ได้แล้วก็กลายเป็นขยะพิษอีกที อีกทั้งน้ำหนักทำให้ผมคิดว่ามันควรจะเป็นตัวเลือกมากกว่าจะมาแทนที่น่ะครับ

ออฟไลน์ V221

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,046
ไปลองขับTeslaดูครับ อาจจะเปลี่ยนความคิดไปก็ได้

ออฟไลน์ tOntrAnETY

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 162
    • tontranety
    • อีเมล์
เท่าที่ศึกษามาในระหว่าง 2 ปีนี้

EV ดูเหมือนจะมีอนาคตสดใส รออยู่ข้างหน้ามากกว่ารถน้ำมัน ที่จะค่อยๆ หมดไป

ออฟไลน์ kez

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,470

 มันเป็นเรื่องของนโยบายในแต่ละประเทศ

 ถ้าเค้าห้ามขายรถที่ใช้น้ำมัน  ผู้ผลิตก้ต้องผลิตรถไฟฟ้าออกมาขาย

 มันไม่ได้เกี่ยวว่าดี หรือไม่ดี    บริษัทไม่ได้อยากผลิตอะไรใหม่ๆหรอก  ถ้าไม่มีกฎหมายมาเป็นตัวกำหนด
 
มลพิษ อัตราการกินน้ำมัน  หรือ option พื้นฐานที่ต้องมี

ออนไลน์ DiKiBoyZ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,726
    • อีเมล์
สำหรับผม EV ไม่ได้ว๊าวว หรือ ดีกว่ารถน้ำมันซะทุกเรื่อง แต่มันมาแน่นอน ปฏิเสธไม่ได้หรอก ณ วันที่ทุกอย่างพร้อม ผมก็พร้อมซื้อใช้งาน เช่นกัน

ข้อดี คือ
1. กำลัง แรงม้า แรงบิด มีให้ใช้งานตลอด ตอบสนองดีเยี่ยม
2. เงียบ ผลพิษเป็น 0 (แต่ตอนผลิตแบตเตอรี่ กับ ตอนทำลาย ไม่มีคนเอ่ยถึง)
3. พื้นที่ หรือ ตัวรถ สามารถออกแบบ ดีไซต์ได้หลายหลายรูปแบบ เพราะไม่ต้องยึดติดกับห้องเครื่องยนต์ และ ระบบขับเคลื่อนละ (ยิงตรงลงเพลา)

ข้อเสีย คือ
1. ชาร์จนาน (ถ้าชาร์จเร็ว 5-10 นาทีเต็ม ให้เต็มที่ครึ่งชั๋วโมง จะลบข้อด้วยจุดนี้ไปเลย หรือ อีกจุด ใช้การ swap แบตเตอรี่ เหมือน จักรยานไฟฟ้า มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า แบบที่ในจีนทำ ก็จะพอไปได้อยู่)
2. สังคมคอตโด หอพัก ค่อนข้างเข้าถึงที่ชาร์จยาก เพราะส่วนกลางมันไม่ได้ fix เจ้าของ เดินทางชาร์จก็ไม่ได้
3. แบตเตอรี่ มีอายุการใช้งานสั่นกว่า เครื่องยนต์สันดาป แต่เปลี่ยนได้ในราคาสูงกว่า(วันนึงอาจจะราคาถูกแล้วก็ได้)
4. ระยะวิ่งค่อนข้างจำกัด ยิ่งกดหนักๆ ยิ่งแบตเตอรี่ลงไว (มันจะวนไปประสบปัญหาข้อ 1.)

ออฟไลน์ PKS8

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,023
    • อีเมล์
สำหรับผมจากที่เห็นในจีน ทั้งรถและมอเตอร์ไซด์ที่เป็นไฟฟ้าล้วนแล้ว ผมชอบ EV มากกว่าไฮบริดครับ

1. ค่าบำรุงรักษาต่ำมากๆ ดูแลแค่ระบบเดียว

2. ความซับซ้อนเครื่องยนต์แทบไม่มีอะไรเลย

3. รอบไม่มี กดแล้วมาเลย

แต่ตอนนี้มันติดแค่ ชาร์จนานแค่นั้นเองครับ ผมเชื่อว่าเดี๋ยวก็พัฒนา Fast Charge ได้เหมือนมือถือครับ

แล้วที่น่าสนใจกว่าคือทำหลังคารถเป็น Solar Power บ้านเรานี่สบายเลยครับ

ยังไงๆตอนนี้รอดูไปเรื่อยๆครับ แต่รถน้ำมันตอนนี้ไม่ซื้อใหม่แล้วแน่ๆครับ รอไฟฟ้าอย่างเดียวครับ
2015 Subaru XV Sport
2015 Mitsubishi Pajero Sport GT Premium
2020 Subaru Forester i-S

ออฟไลน์ boogie2020

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 579
    • อีเมล์
ก็คงคล้าย ๆ ยุคเปลี่ยนจากรถจักรไอน้ำ มาเป็นเครื่องสันดาปอะคับ

วิ่งไปตัดไม้ข้างทางตรงไหนก็ได้ เอามาเผาก็วิ่งได้ต่อแล้ว   จะมาขุดน้ำมันดิบทำไมให้ยุ่งยาก มากลั่นให้เกิดมลพิษอีกทำไม


ผ่านไปอีก 20 ปี แล้วมองย้อนกลับมา เราอาจคิดว่าเครือ่งสันดาปเนี่ย มันไม่ควรนำมาใช้แต่แรกแล้วไหม  thermal efficiency อย่างต่ำ  ต้องเอาน้ำมันมาเผา เกิดมลพิษมากมาย เพื่อให้รถวิ่งไปได้  ต้องมีชิ้นส่วนสึกหรอ ต้องมีน้ำมันเครื่อง ชิ้นส่วนคุมอากาศ ไอดี ไอเสีย อีกมากมาย 

เพียงแต่มันเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในยุคนั้น ๆ  ก็เลยต้องใช้
-----------------------------------------------------------
There is no spoon
-----------------------------------------------------------

ออฟไลน์ mamaman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,743
    • อีเมล์
ข้อเสีย ไฮบริด มีข้อเดียว ในปัจจุบันคือ ระยะทาง ต่อการชาร์จมันสั้น และ ชาร์ทนานมาๆ ต่อให้ Fast ก็ตามเหอะ
ถ้า แก้ตรงนี้ได้ มันก็มาแทนรถน้ำมันได้เลยครับ
แต่ มันยังเอา ชนะ รถน้ำมันตรงนี้ไม่ได้ในราคาเท่ากัน ใน ปัจจุบัน

และมันคือ ข้อเสีย ที่ ยอมรับไม่ได้เลย

อีกอย่าง ประเทศไทยรวยน้ำมันครับ ใครบอกไม่รวย ดู จำนวนรถที่ ใช้กันทุกวันนี้สิ
เทียบกับ ชาติอื่นๆ ที่ ผลิตน้ำมันไม่ได้

และ เราคือ ประเทศ อันดับ ต้นๆ ของโลก ที่ ใช้น้ำมัน สิ้นเปลืองมาก
รัฐก็ขายน้ำมัน
ให้ภาษี ดีเซล พ่นหมึก ถูกกว่า Eco car และ Hybrid อีก รวมถึง EV ด้วย 55555

ออฟไลน์ Teera

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 878
    • อีเมล์
สำหรับผมจากที่เห็นในจีน ทั้งรถและมอเตอร์ไซด์ที่เป็นไฟฟ้าล้วนแล้ว ผมชอบ EV มากกว่าไฮบริดครับ

1. ค่าบำรุงรักษาต่ำมากๆ ดูแลแค่ระบบเดียว

2. ความซับซ้อนเครื่องยนต์แทบไม่มีอะไรเลย

3. รอบไม่มี กดแล้วมาเลย

แต่ตอนนี้มันติดแค่ ชาร์จนานแค่นั้นเองครับ ผมเชื่อว่าเดี๋ยวก็พัฒนา Fast Charge ได้เหมือนมือถือครับ

แล้วที่น่าสนใจกว่าคือทำหลังคารถเป็น Solar Power บ้านเรานี่สบายเลยครับ

ยังไงๆตอนนี้รอดูไปเรื่อยๆครับ แต่รถน้ำมันตอนนี้ไม่ซื้อใหม่แล้วแน่ๆครับ รอไฟฟ้าอย่างเดียวครับ
เห็นด้วยครับ
เสริม 2 เรื่อง
ชารท์ ใช้เวลานาน และ ถ้าจะเอาเร็ว ที่ชาร์ท แพง และ ต้องปรับปรุง ระบบไฟฟ้าที่บ้านนะครับ
และ ถ้ามันมามากๆ Supply Chain ของ ระบบเครื่องยนต์ที่ เกี่ยวพันกัน อาจจะ ตายถ้าปรับตัวไม่ทัน
มันน่าสงสารครับ


ออฟไลน์ apinui

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,374
    • อีเมล์
ผมอ่าน บทความนึง ทำให้พอเข้าใจรถ EV ขึ้นได้มาก

ข้อจำกัดของรถที่ว่ากันว่าทันสมัยที่สุด อย่างเทสล่า ยังใช้แหล่งพลังแบบที่มีขายตามตลาดอยู่เลย ผมขอตัดบทความสั้นๆดังนี้

"รถยนต์ของเทสลารุ่นแรก Model S ยังคงใช้แบตเตอรี่ขนาด 18650 และพัฒนาความจุเพิ่มขึ้นไปเป็น 85kWh โดยใช้แบตเตอรี่ขนาด 21700 จำนวน 444 เซลของพานาโซนิคในรุ่น Model 3 มีน้ำหนักมากกว่าครึ่งตันในรถทุกคัน คงไม่ต้องคิดไปไกลว่าอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้าจะใช้แบตเตอรี่อะไร เพราะทุกวันนี้รถของเทสลายังใช้แบตเตอรี่ตัวเดียวกับบุหรี่ไฟฟ้าและไฟฉายพกพาอยู่เลย คนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าคงคุ้นเคยกับแบตเตอรี่ 18650 และ 21700 เป็นอย่างดี และเทสลาเองก็ประกันแบตเตอรี่ไว้เพียง 8 ปี และยืนยันถึงระยะทาง 250,000 กิโลเมตรกับประสิทธิภาพ 90% หลังใช้งานไปจนครบเวลา นั่นหมายความว่าอายุรถยนต์มันอาจจะเท่านั้น เพราะส่วนที่แพงที่สุดคือแบตเตอรี่ ระหว่างเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่กับซื้อรถใหม่ทั้งคันอาจจะคุ้มกว่า เพราะในระบบช่วงล่าง เบรค มอเตอร์ ระบบควบคุมพลังงาน ฯลฯ อาจจะมีอะไรอีกหลายสิบรายการที่หมดอายุไปด้วย นั่นหมายความว่าค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรที่ใช้งานรวมค่าไฟฟ้าแล้วไม่มีทางราคาถูกกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์ไปได้ในวันนี้"

ใครสนใจอ่านบทความเต็ม ลองไปอ่านเพิ่มเติมได้ตามลิ้งค์นี้ https://1th.me/u0XM2


ออฟไลน์ Valsartan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,403
อย่างน้อยก็ทำให้ควบคุมมลพิษง่ายขึ้นครับ ตอนผลิต-ทำลายแบตก็จัดการกันไป ไม่ใช่มาสูดควันดำใจกลางเมืองกันทุกวันแบบนี้

ตอนแรกผมก็จะรอซื้อรถไฟฟ้านะครับ แต่เปลี่ยนใจใช้ phev ต่อไปก่อนเพราะต้องวิ่งทางไกลเดือนละสองครั้ง นอกนั้นก็ใช้ไฟฟ้า มีไฟหมดใช้น้ำมันบ้างนานๆครั้งที่วิ่งนอกเส้นทาง ผมแฮปปี้ดี

แค่เซ็งตอนชาร์จทุกวัน อยากให้ phev แบตใหญ่กว่านี้ชาร์จ 2 วันครั้งก็ยังดีครับ
Current cars:
2018 - Volvo XC60 T8 R-design (Stock)
2020 - Mercedes C43 Sedan FL (tuned)
(Review C43 https://community.headlightmag.com/index.php?topic=79186.0)
2021 - BMW 530e M sport LCI (Stock)

ออฟไลน์ LapisLazuli

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 156
    • อีเมล์
EV ดีกว่าในทุกด้าน

- Efficiency สูงสุดๆ (เครื่องสันดาบนี่ใส่พลังงานไป 100 kW มันออกมาแค่ 40 kW, พวก Gas Turbine ยังออกมาสัก 70 kW แต่มอเตอร์ไฟฟ้านี่ได้ประมาณ 80-90 kW)
- ไม่ต้องมีเกียร์ ไม่มีวงจรน้ำมันเกียร์ ไม่มีวงจรน้ำมันเครื่อง ไม่มีวงจรจ่ายน้ำมัน ไม่มีระบบไอดี, ไอเสีย
- ไม่ต้องรอรอบ, Max Torque มาตั้งเเต่ 0 rpm. ทำให้ขับง่าย โดยเฉพาะขึ้นลงเขา
- ความซับซ้อนต่ำมาก ชิ้นส่วนน้อย มีชิ้นส่วนที่ต้องคอย maintenance น้อยมาก, ได้เนื้อที่จัดสรรค์ห้องโดยสารได้ง่ายขึ้น
- จุด CG จะต่ำกว่ารถสันดาบ (แบตหนักๆ มอเตอร์หนักๆ มันอยุ่ข้างล่าง, มีเเค่ inverter กะพวก radiator ที่อยุ่บนๆหน่อย, ทำให้ช่วงล่างออกแบบได้ง่ายกว่ามากๆ เกาะถนนกว่า เลี้ยวโค้งไม่เหวี่ยง
- ถ้า design แบบ Tesla ที่เอาทุกอย่างไปไว้ข้างหลังหมด ข้างหน้าจะโล่งและกลายเป็น crumble zone เพิ่มความปลอดภัยเวลาชน
- เงียบมาก เสียงมอเตอร์เหมือนยานอวกาศ อย่างเท่ห์
- ไม่ปล่อยไอเสีย อากาศสะอาด
- แบตอายุนานกว่ารถ Hybrid แน่นอน เพราะ มีระบบระบายความร้อนให้แบตได้ ออกแบบได้ ที่เหลือเยอะ และมีระบบ BMS ด้วย
- ออกแบบรถ 4WD ได้ง่ายมากๆ ไม่ต้องต่อเพลา, ใส่ Motor 2 หรือ 4 ลูก (ลูกเล็กลง)ให้เเต่ละล้อ สั่งจ่ายไฟไปหาลูกไหนก็ได้ ออกแบบได้ง่ายกว่ารถสันดาบมาก
- Kick Down ไม่ทำให้ชิ้นส่วนไหน สึกหรอเท่าเครื่องสันดาบ (เพราะ ไม่มีระบบส่งกำลังเลย ไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่แบบเส้นตรงเลย มีเเค่เคลื่อนที่แบบหมุน จะสึกหรอก็เพราะความร้อนอย่างเดียว)
- อายุการใช้งานสูงกว่า เนื่องจากชิ้นส่วนน้อยกว่า โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่ “เคลื่อนไหว” และชิ้นส่วนที่เป็นวงจรของเหลว, มีเเค่”แบตเตอรี่”อย่างเดียวที่จะเสื่อม
- ไม่มีรอบเดินเบา เสียพลังงานเเค่ไฟ, แอร์ // ไม่เหมือนรถสันดาบ รอบเดินเบา รถติดๆไฟแดง ก็เผาน้ำมันทิ้งเล่นๆ ยกเว้นรถบางคันมีระบบ Idle Stop มาให้ (รถสันดาบต้องมีรอบเดินเบา ไม่งั้นเครื่องดับ )
- ไม่มีเกียร์ ไม่มี Power Loss ตอน shift gear, ไม่เผาน้ำมันทิ้งเล่นๆเหมือนรถสันดาบ (บางคันใช้เกียร์ CVT ก็ช่วยข้อนี้ไปได้เยอะ)

ข้อเสีย
- Top Speed ต่ำ ถ้าไม่มีเกียร์มาทดเพิ่ม
- ชาร์จนาน , วิ่งแปปเดียวแบตหมด
- Infrastructure ประเทศไม่รองรับ
- ราคาแพง

ถึงจะสร้างมลพิษตอนผลิตแบตเตอรี่ ถึงจะเอามลพิษไปฝากไว้ที่โรงไฟฟ้าแทน แต่ทำให้อากาศในเมืองสะอาดขึ้น
เเต่ด้วย Efficiency ที่สูงกว่ามากๆ เเละชิ้นส่วนอื่นๆที่มีน้อยกว่ามาก ยังไงก็รักโลก

อีกประเด็นคือ ระบบกรองไอเสียที่โรงไฟฟ้า ดีกว่าระบบกรองไอเสียในรถเราเยอะครับ
โรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ใช้ Gas Turbine + HRSG boiler มี efficiency สูงมาก (อนาคตอาจเปลี่ยนไปเป็น Nuclear/ Molten Salt ได้อีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 04, 2021, 20:53:54 โดย LapisLazuli »

ออฟไลน์ Pegasus7700

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,437
ผมไม่ได่มองเรื่องอะไรดีกว่า ในมุมเครื่องยนต์
ผมมองงานออกแบบ กับการขับขี่ทีีดี

เงียบ แรง ประหยัด   จะรถอะไร ออกแบบโดนใจ ก้อจัด
...ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป...

MERCEDES BENZ W212 '12
FORD FOCUS 2.0 Gdi '13
HONDA CITY S '15
FORD EVEREST 2.0 Bi Turbo '18
VOLVO XC60 Hybrid Inscription '19

ออฟไลน์ kiyokuka

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 72
ขอแย้งในบางข้อนะครับ
-Hybrid มีระบบระบายความร้อนครับ
-Kick Down ยังคงทำให้สึกหรอครับ อาจไม่เท่าสันดาบ แต่ไม่ได้ห่างกันขนาดนั้น
-ชิ้นส่วนไม่ได้ Long Time ขนาดนั้นครับ รถยนต์ไฟฟ้าก็เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าอะครับ
ยิ่งใช้งานเยอะยิ่งสึกหรอเยอะ
-กระทู้นี้พูดถึง Hybrid เทียบ EV ข้อเรื่องเดินเบาคงเอาเป็นข้อเด่นยาก เพราะจอดเฉยๆ
รถยนต์ก็ใช้พลังงานจากแบตเหมือน EV แต่อาจไม่นานเท่าแต่ไม่เผาทิ้งสิ้นเปลืองแน่นอน
-มีเกียร์ครับ Single Speed และ มีการต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ครับ แต่ไม่ถี่เท่า

ออฟไลน์ akewizard

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,449
ผมมองว่าพลังงานไฟฟ้ามันผลิตง่าย และมีทางเลือกเยอะกว่าครับ แค่ไปหาวิธีบรรจุไฟฟ้าให้อยู่ในแบตเตอรี่ได้มากๆและใช้ได้ยาวนานขึ้น

ออฟไลน์ LapisLazuli

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 156
    • อีเมล์
ขอแย้งในบางข้อนะครับ
-Hybrid มีระบบระบายความร้อนครับ
-Kick Down ยังคงทำให้สึกหรอครับ อาจไม่เท่าสันดาบ แต่ไม่ได้ห่างกันขนาดนั้น
-ชิ้นส่วนไม่ได้ Long Time ขนาดนั้นครับ รถยนต์ไฟฟ้าก็เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าอะครับ
ยิ่งใช้งานเยอะยิ่งสึกหรอเยอะ
-กระทู้นี้พูดถึง Hybrid เทียบ EV ข้อเรื่องเดินเบาคงเอาเป็นข้อเด่นยาก เพราะจอดเฉยๆ
รถยนต์ก็ใช้พลังงานจากแบตเหมือน EV แต่อาจไม่นานเท่าแต่ไม่เผาทิ้งสิ้นเปลืองแน่นอน
-มีเกียร์ครับ Single Speed และ มีการต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ครับ แต่ไม่ถี่เท่า

- Hybrid ระบายความร้อนแย่กว่าครับ เพราะข้อจำกัดในการ design เยอะ เนื้อที่ไม่ค่อยมี ที่เปิดโล่งน้อย, ระบบระบายความร้อนแบตในรถ EV เป็น water-cooled แทรกเข้าไปใน เซลล์ แต่ละ เซลล์ของแบตครับ และหม้อน้ำออกแบบได้ใหญ่มาก เพราะ ที่เหลือเยอะ
- Kick down ใช่ครับ , ที่ผมหมายถึง คือ “สึกหรอน้อยกว่ารถสันดาบ”
- ชิ้นส่วนอายุนานกว่าเพราะ “จำนวนชิ้นส่วนน้อย และไม่ร้อนเท่าเครื่องสันดาบ” ครับ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยุ่กับคุณภาพวัสดุอยู่ดี
- “เกียร์” ผมหมายถึง เกียร์ที่ทำหน้าที่ “ทดรอบ”, เกียร์ถอย หรือเกียร์ differential ก็ยังมีอยุ่ครับ ซึ่งมีน้ำมัน เเต่ไม่ถึงกับมี ”วงจรน้ำมัน” ครับ

ออฟไลน์ รักเธอเสมอ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,006
ติดที่เรื่องแบตเตอรี่ต้องชาร์จนานและความจุน้อยไปแค่นั้นเอง ผมว่ารออีกไม่นานเรื่องพวกนี้มิใช่ปัญหาอีกต่อไปแน่นอน

ออนไลน์ demo2

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 611
    • อีเมล์
ผมไม่มีปัญหากับ EV เลย พร้อมซื้อมาใช้ ถ้า
1 ชาร์ตเต็มได้เร็วกว่านี้
2 วิ่งได้ระยะทางไกลขึ้น
3 มีสถานีชาร์ตเร็วแบบหัวชารต์เยอะๆๆๆๆๆ ไม่ใช่ต้องรอคิวนานๆ ชาร์ตทีเป็นชั่วโมง
ถ้ายังไม่ได้ตาม 3 ข้อที่ว่ามา ส่วนตัวผมถ้าจะซื้อ ev ก็คงเป็นได้แค่รถวิ่งในเมืองที่ไม่ใช่คันหลักคันเดียวของบ้าน ยังไงก็ต้องมีรถเครื่องยนต์ใช้น้ำมันในบ้านไว้วิ่งทางไกลแน่นอน

ออฟไลน์ Staples

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,376
ตามความเข้าใจผม มีไรผิดพลาดท้วงติงได้

รถ EV
ข้อดี
1.แรง ไร้มอเตอร์
2.รถติดๆ ในเมือง กินไฟไม่เยอะแบบ รถน้ำมันที่รอบเครื่องยนต์ทำงานตลอดเวลา
3.ไม่มีมลพิษ
4. Maintenance ดูแลแค่มอเตอร์กับแบต (แต่รถน้ำมันก็ดูแลเกียร์และเครื่องยนต์)
ข้อเสีย
1.เต็มหนึ่งถัง ระยะทางไม่ได้เยอะแบบน้ำมัน
2.ใช้เวลาในการเติมไฟฟ้านานกว่าเติมน้ำมันมาก ระบบธรรมดาหลายชั่วโมง Fast Charge อย่างต่ำๆ ก็เกินครึ่ง ชม.
3. ช่างไทยขาดประสบการ์ณการซ่อมสูง ยังเป็นอะไรที่ใหม่
4. จุดชาร์จไม่พอเพียง ขับไปต่างจังหวัดต้องลุ้นว่า จุดชาร์จเสียไหม มีคนชาร์จอยู่เยอะไหม มีคนจอดบังไหม

Hybrid แบบ Parralell
ข้อดี
1.ประหยัดเมื่อขับทางไกล
2.ช่างไทยคุ้นมือในระดับหนึ่งแล้ว
3.รถติดๆ ยังกินไฟฟ้าล้วนในบางคัน
ข้อเสีย
1.เครื่องยนต์หลายระบบมาก Maintenance หลายอย่าง ราคาแบตเหมือนระเบิดเวลา
2.ติดมากๆ ไฟในแบตก็มีโอกาสหมด ก็กลับมาใช้น้ำมันล้วน กินไม่ต่างกับรถน้ำมัน

ออฟไลน์ Butterzai

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,173
ในฐานะที่ใช้ camry hybrid อยู่ มันดีมันสะดวกกว่าเหมือนใช้รถน้ำมัน แต่ค่าใช้จ่ายหายไปกว่าครึ่ง  ไม่ต้องปรับตัวอะไรเลยครับ

รถ EV ผมก็ไม่ปิดกั้นหรอก แต่การชาร์จมันยังเป็นเรื่องที่วุ่นวายสำหรับผมในตอนนี้  มาตรฐานปลั้กตอนนี้มีกี่แบบ  ต้องวางแผนการขับขี่ขนาดไหน  ไหนจะเรื่อง charge station ที่ต้องมาคิดอีก  ส่วนเรื่องเช็คระยะ hybrid ผมว่ามันเหมือนรถปกตินะ  ไม่ซีเรียสเลย ถึงระยะก็ถ่ายน้ำมันเครื่อง เพราะเป็น toyota มันเลยยิ่งถูก
แล้วถึงจะบอกว่ามีเครื่องยนต์ แต่เพราะมันทำงานสลับกันครึ่ง-ครึ่ง ผมว่าโหลด ภาระการทำงานของเครื่องยนต์มันต่ำกว่ารถสันดาบแบบปกติมากทีเดียว หรือต่อให้ขับทางไกล มอเตอร์มันก็ช่วยเยอะ  มีติดๆดับๆ สลับกัน  วิ่งไกลๆ ฝากระโปรงมันแทบไม่มีความร้อนเลยครับ  แล้วแบตไม่ใหญ่มาก ระยะยาว เวลาเปลี่ยนแบตค่าใช้จ่ายมันไม่น่ากลัวครับ

ดีคนละแบบ ไฮบริด ประหยัดใช้ง่ายไม่ต้องปรับตัว ความแรงค่อนข้างดี  เหลือกินเหลือใช้ครับ (อัตราเร่งมันก็สูสีรถหรือดีกว่า 3.0 na สมัยก่อนแล้ว)


EV หวือหวา แรง ล้ำ แต่เอาจริงๆ ผมไม่ได้มากดดึงๆ กันทุกวัน  มันว้าว มันสะใจนะ ถ้าคนที่ไม่เคยสัมผัส แต่สุดท้ายแล้วในการใช้ชีวิตประจำวัน  เราไม่ได้กด 0-100 เต็มคันเร่งกันตลอดทาง หรือบ่อยขนาดนั้น ถนนก็มีจำกัดความเร็ว  มีรถคันอื่นๆ ที่ขับกันแบบปาดหน้าๆ หรือมอเตอร์ไซค์รอเซอร์ไพรส์ 

อีกอย่างถ้าขับแบบนั้น คนข้างๆจะลั่นกบาลเอาครับ เมารถ 5555

บางทีรถที่บางคันตอบโจทย์การใช้งานประจำวันได้ดี  ถึงมันจะไม่หวือหวา แต่ผมว่า มันก็สามารถเป็นรถที่ดีได้นะ 

ไม่ต้องแรงหัวสะบัดทุกวัน  แต่ก็ขับไปไหนมาไหนได้ ประหยัดค่าใช้จ่าย เช็คระยะได้ทุกอำเภอ 

อย่างผมยังชอบพวก cross ,altis ขับง่าย จอดง่าย  ไปไกลๆก้ได้ ค่าใช้จ่ายไม่แพง  เดินทางไม่หวือหวา แต่ไปเที่ยวได้หมดแบบสบายใจ สบายตัว ไม่ต้องดูแลเยอะ ไม่ต้องถนอมรถมากมายนัก

จะใช้ชีวิตบ้าๆ ผมค่อยเอา Bigbike ออก

อยากได้ New Hayabusa 😆😆

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 04, 2021, 23:00:22 โดย Butterzai »

ออฟไลน์ TJA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 574
อ่านทุกๆความเห็นที่ถกกันแล้ว ทำไมผมนึกถึงE-Power

ออฟไลน์ V221

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,046
ผมบอกแล้วว่าไปลองขับTeslaดูครับ ลองแล้วน่าจะหายสงสัยว่าEVดีจริงไหม ทำไมTeslaถึงดังมากมายขนาดนี้ สำหรับท่านที่บอกว่าEVแรงจริงแต่ไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันถือว่าเป็นข้ออ้างในการไม่พิจารณามากกว่าเพราะรถEVที่แรงๆเค้าจะมีModeนุ่มนวลมาให้ปรับได้อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นTesla Porsche Audi ผมยืนยันให้ท่านไปลองเองก่อนไม่ว่ายี่ห้อไหนดังกล่าวแล้วค่อยกลับมาบอกกันว่าคิดเห็นอย่างไร

ออฟไลน์ Firzen

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 704
อ่านทุกๆความเห็นที่ถกกันแล้ว ทำไมผมนึกถึงE-Power

นั่นสิครับ ณ ตอนนี้ ผมว่ารุ่นนี้น่าจะตอบโจทย์สุด ได้ทั้งแรงทั้งประหยัด เสียดายที่ไม่ปัง อาจเพราะชื่อชั้นแบรนด์ การตลาด ความกังวลต่อความทนทานและราคาอะไหล่ในระยะยาว

ออฟไลน์ dht_tubes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,183
    • อีเมล์
ผมอ่าน บทความนึง ทำให้พอเข้าใจรถ EV ขึ้นได้มาก

ข้อจำกัดของรถที่ว่ากันว่าทันสมัยที่สุด อย่างเทสล่า ยังใช้แหล่งพลังแบบที่มีขายตามตลาดอยู่เลย ผมขอตัดบทความสั้นๆดังนี้

"รถยนต์ของเทสลารุ่นแรก Model S ยังคงใช้แบตเตอรี่ขนาด 18650 และพัฒนาความจุเพิ่มขึ้นไปเป็น 85kWh โดยใช้แบตเตอรี่ขนาด 21700 จำนวน 444 เซลของพานาโซนิคในรุ่น Model 3 มีน้ำหนักมากกว่าครึ่งตันในรถทุกคัน คงไม่ต้องคิดไปไกลว่าอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้าจะใช้แบตเตอรี่อะไร เพราะทุกวันนี้รถของเทสลายังใช้แบตเตอรี่ตัวเดียวกับบุหรี่ไฟฟ้าและไฟฉายพกพาอยู่เลย คนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าคงคุ้นเคยกับแบตเตอรี่ 18650 และ 21700 เป็นอย่างดี และเทสลาเองก็ประกันแบตเตอรี่ไว้เพียง 8 ปี และยืนยันถึงระยะทาง 250,000 กิโลเมตรกับประสิทธิภาพ 90% หลังใช้งานไปจนครบเวลา นั่นหมายความว่าอายุรถยนต์มันอาจจะเท่านั้น เพราะส่วนที่แพงที่สุดคือแบตเตอรี่ ระหว่างเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่กับซื้อรถใหม่ทั้งคันอาจจะคุ้มกว่า เพราะในระบบช่วงล่าง เบรค มอเตอร์ ระบบควบคุมพลังงาน ฯลฯ อาจจะมีอะไรอีกหลายสิบรายการที่หมดอายุไปด้วย นั่นหมายความว่าค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรที่ใช้งานรวมค่าไฟฟ้าแล้วไม่มีทางราคาถูกกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์ไปได้ในวันนี้"

ใครสนใจอ่านบทความเต็ม ลองไปอ่านเพิ่มเติมได้ตามลิ้งค์นี้ https://1th.me/u0XM2

ในมุมของผมที่เป็นคนนึงที่รอดู รอจะลองใช้คนนึง ผมเห็นด้วยว่าอันนี้เป็นอีกมุมที่อาจจะทำให้รถ ev  ยังต้องใช้เวลา สำหรับสร้างระบบพื้นฐานไว้รองรับให้ครบถ้วนในทุกด้านก่อน ถึงจะแพร่หลายได้

-พิ้นฐานมันไม่ต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง มีอายุใช้งาน ราคาถ้าสูงมาก คนจะกลัวที่จะใช้ ต้องถูก หรือมีหลายระดับราคาให้เลือก เหมือนมือถือ

-ที่ชาร์ท คือจุดตาย ซึ่งก้อคือปั้มน้ำมันนั่นเอง

-การ recycle / reused พวกแบตหมดอายุต้องชัดเจนว่าจะทำไง รถที่ทิ้งทำไงประเทศมหาอำนาจสามารถบีบ หรือหลอกเอาไปทิ้งที่อื่น แล้วเราทำได้มั้ย หรือมั่นใจได้ว่าจะไม่กลายเป็นประเทศถังขยะแบบลับๆ หรือเปล่า

-แหล่งพลังงานในประเทศพร้อมแล้วหรือไม่ ได้มาจากระบบอะไรอีก ถ้าต้องเป็นโรงงานนิวเคลียร์ จะทำกันยังไง ที่ไหน??!!! แล้วอนาคต ราคาจะคุมได้มากน้อยแค่ไหน จะอยู่ในกำมือใคร?

น่าจะยังอีกนานครับ เอาแค่เปลี่ยนให้ได้เกิน 60% เฉพาะรถนั่งส่วนบุคคล ผมว่าอาจเลยช่วงอายุคน 50 อัพ อย่างผมด้วยซ้ำไป

ออฟไลน์ U9WS

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,239
  • slower is better
ก็คงคล้าย ๆ ยุคเปลี่ยนจากรถจักรไอน้ำ มาเป็นเครื่องสันดาปอะคับ

วิ่งไปตัดไม้ข้างทางตรงไหนก็ได้ เอามาเผาก็วิ่งได้ต่อแล้ว   จะมาขุดน้ำมันดิบทำไมให้ยุ่งยาก มากลั่นให้เกิดมลพิษอีกทำไม


ผ่านไปอีก 20 ปี แล้วมองย้อนกลับมา เราอาจคิดว่าเครือ่งสันดาปเนี่ย มันไม่ควรนำมาใช้แต่แรกแล้วไหม  thermal efficiency อย่างต่ำ  ต้องเอาน้ำมันมาเผา เกิดมลพิษมากมาย เพื่อให้รถวิ่งไปได้  ต้องมีชิ้นส่วนสึกหรอ ต้องมีน้ำมันเครื่อง ชิ้นส่วนคุมอากาศ ไอดี ไอเสีย อีกมากมาย 

เพียงแต่มันเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในยุคนั้น ๆ  ก็เลยต้องใช้

เต็ม10ไม่หัก

ออฟไลน์ max-ns

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 55
    • อีเมล์
ข้อดี เปิดแอร์นอนในรถโอกาสเสียชีวิตน้อยกว่ารถที่ใช้น้ำมัน

ออฟไลน์ Sympho

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 757
EV ถ้าชาร์จไว ชาร์จง่าย ทีไหนก็ได้เหมือนเติมน้ำมัน มันก็ดีอยู่หรอกครับ

แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ มันยังไม่ตอบทุกโจทย์การใช้งาน ตัวเลือกก็น้อย แล้วก็ไม่ใช่จะขับ Tesla กันได้ทุกคน ให้ขับ MG ก็คงไม่ เงินล้านหายาก

รถสาธารณะ รถเพื่อการพาณิชย์ รถบรรทุก รถบัส ที่ล้อหมุนได้เงินจอดนิ่งๆไม่ได้เงิน ณ ตอนนี้ มันก็ยังใช้ไฟฟ้าไม่ได้ หรือใช้ได้แต่ไม่สะดวกมากๆ เพราะช่วงชาร์จไฟรายได้หาย 

ถ้าระบบชาร์จยังไม่แพร่หลาย ยังต้องพึ่งพาการชาร์จในบ้านเป็นหลัก มันก็โตยาก อยู่คอนโด หอพัก ก็จบข่าว ไม่มีทางเลือก ใช้น้ำมันต่อไป

ออฟไลน์ Mr. Coffee

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
เท่าที่ผมเคยไปฟังบรรยายมา การจัดการกับแบตเตอรี่เก่า ปัจจุบันใช้วิธีเอาไปทำ Powerbank สำหรับฟาร์มโซลาร์เซลส์
โดยเอามาเชื่อมต่อกัน ดูเหมือนจะใช้ไปได้เรื่อยๆจนกว่า efficiency จะต่ำลงจนไม่คุ้มค่า จึงค่อยนำไปรีไซเคิล

ดังนั้นปัญหาในแง่การกำจัดแบตเตอรี่เก่าน่าจะไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ขนาดนั้น

แต่สิ่งที่น่าคิดคือ ถ้าเมื่อมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของแบตเตอรี่ขึ้นมา วิ่งได้เป็นพันกิโลเมตร ชาร์จ 5-10 นาที รถ EV คงยึดตลาดได้อย่างง่ายดาย
ซึ่งผู้ผลิตรถ EV ไม่ต้องไปลงทุนอะไรมากในด้านการพัฒนาแบตเตอรี่ เพราะผู้ผลิต Smartphone กำลังแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายในด้านนี้


ออฟไลน์ lay

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,154
ผมว่าจริงครับ

ออฟไลน์ flybigbear

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,434
แล้วแต่เลยจริงๆๆเรื่องนี้

มันมีตัวเลือก ตอนนี้คือ น้ำมันล้วน น้ำมัน+ไฟฟ้า และไฟฟ้าล้วน ซึ่งแต่ละตัวเลือกตอนนี้มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัวของมัน

สุดท้าย ขึ้นอยู่กับเหตุผลส่วนตัวของแต่ละคนว่า จะใช้อะไรมากกว่า ไม่มีใครถูกไม่มีใครผิดในเรื่องนี้ จริงๆๆๆ