การขับขี่คร่าวๆ
ด้วยเครื่อง 3.7 ลิตร วี 6 NA ไม่มีเทอร์โบ ไม่มีไฟจากระบบไฮบริดช่วย อัตราเร่งจะค่อนข้าง linear
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของอัตราเร่งแบบฉับพลัน แบบเครื่อง turbo ตอนที่ turbo ติด boost
อัตราเร่ง 0-100 km/h ประมาณ 5 วินาทีต้นๆ พอๆกับ WRX STi หน้าเสือ เครื่อง 2.5L + turbo
สองคันนี้ Fairlady Z nismo na กับ WRX STi turbo สนุกทั้งคู่ สนุกไปคนละแบบ
WRX STi turbo ถ้าไม่อยู่ในช่วงติด boost ก็ไม่ได้เร็ว
พอแรงดันไอเสียเพิ่มมากขึ้นจนติด boost ก็ได้ฟีลลิ่งของการเปลี่ยนอัตราเร่งในระหว่างยังอยู่ในเกียร์เดิม
ส่วน Fairlady Z nismo แม้จะไม่มี turbo ก็ไม่ถือว่าอืด เพราะอาศัยความจุ 3.7 ลิตรมาช่วยในรอบต่ำ
Fairlady Z nismo เป็นรถที่หากปิดระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวแล้ว ท้ายจะออกง่ายมาก
เพราะขับเคลื่อนแค่ล้อคู่หลัง และแรงบิดจากเครื่องมากพอจะทำให้ล้อหมุนฟรีได้อยู่
ช่วงล่างเดิมๆของรุ่น nismo แข็งโคตรๆ ขับผ่านเส้นชะลอความเร็วที่ขีดขวางถี่ๆ รู้สึกได้ชัดเจนมากๆ
ได้สอบถามกับกลุ่มผู้ใช้รถรุ่นนี้ ต่างก็บอกว่าเป็นปกติของรถรุ่นนี้ ที่ให้น้ำหนักไปทาง track มากกว่ารุ่นปกติ
พอเอามาขับถนนทั่วๆไปในไทย มันก็สะเทือนอย่างนี้ล่ะ
WRX STi หน้าเสือ ที่หลายคนบอกว่ารุ่นนี้ช่วงล่างแข็ง
ผมบอกได้เลยว่า Fairlady Z nismo แข็งกว่า 555
ถ้าใช้คันนี้ daily use ในเส้นทางที่ผมใช้ ซึ่งก็เป็นเส้นทางทั่วๆไป ถนนดำมีปะเป็นระยะๆ ไม่ได้ออฟโร้ดอะไร
แต่มีเหนื่อยแน่นอน สะเทือนเกิน
ถามคนอื่นๆว่า เฮ้ย มันแข็งขนาดนี้ ขับกันได้ยังไง
(ผมไม่ได้เอามาขับ daily แต่ถามเผื่อว่ามีใครที่เอามาขับ daily)
ปรากฎว่า ส่วนใหญ่ เปลี่ยนโช๊ค สปริง สตรัท กันมาแล้วแทบทั้งนั้น
ผมก็กำลังเล็งๆว่าจะเปลี่ยนเป็นตัวไหนดี อาจจะ tein flex z หรือ ohlins dfv


ผมเคยขับ&นั่ง Fairlady Z nismo ที่เปลี่ยนเป็น ohlins dfv แล้ว
รู้สึกชอบ ช่วงล่างให้ฟีลลิ่งที่ยังแข็งใน style รถ sport แต่สะเทือนน้อยกว่าโช๊คสปริงนิสโม่เดิมโรงงาน
เวลาขับผ่านเส้นชะลอความเร็วก็ไม่สะเทือนขึ้นมามากเท่าของนิสโม่
ขับทางด่วนความเร็วซัก 110 ผ่านจุดที่เป็นรอยต่อของถนน ก็ไม่เด้งเกินไป ถือว่าจบ
ถ้าลองนั่งตัวอื่นแล้วไม่ชอบ คงจะมาจบกับ ohlins dfv นี้
กำลังจะดูว่ารถคนในกลุ่ม Fairlady Z nismo ที่ใส่ tein flex z เป็นอย่างไรบ้าง