ผู้เขียน หัวข้อ: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!  (อ่าน 12023 ครั้ง)

ออฟไลน์ nl2br

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,812
    • ร้านค้าออนไลน์
เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 08:46:38 »
กระทู้นี้แวะมาเล่าประสบการณ์ dpf พัง ของมาสด้า 2 ดีเซล ที่ทำให้ต้องตัดสินใจระเบิดมันทิ้ง

ปกติอาการมาสด้า 2 ดีเซลยอดฮิตก็คือเครื่องสั่นที่ความเร็วประมาณ 80 kmh ซึ่งรถผมเคยมีอาการนี้เมื่อช่วง 70km (ตอนนี้ไมล์รถ 100k)
แล้วมันก็หายไปไม่เป็นอีกเลย ช่วงที่มีอาการก็เปลี่ยนน้ำมันมาเติม พรีเมี่ยม ซึ่งก็หายจากอาการรถสั่น

จนกระทั้งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พาครอบครัวกลับจากต่างจังหวัด กำลังจะขึ้นทางด่วนตรงหลัง มธ.
ขณะนั้น มีรถสอนขับรถ คิดว่ากำลังสอนกันบนถนนจริง วิ่งอยู่เลนซ้ายช่วงขึ้นสะพาน
ผมก็กำลังเร่งแซง จังหวะนั้น รถกระตุก รุนแรงมาก พยายามกดคันเร่งให้ลึกมากยิ่งขึ้นก็ยิ่งกระชาก
มองความเร็ว 60kmh รอบเครื่องสวิง และมีรถคันหลังตามมาอีกเพียบ (ช่วงเวลา 18.00) จะหลบซ้ายก็ไม่ได้เพราะติดรถที่หัดขับอยู่
รถก็เร่งไม่ขึ้น คันหลังก็บีบแตรรัวๆ เลยต้องเปิดไฟฉุกเฉินผ่อนคันเร่งลง เพื่อลดอาการกระตุก

ผ่านพ้นช่วงวิกฤต หลังจากขึ้นทางด่วนมาก็ลองทำความเร็ว รถวิ่งได้ถึง 90kmh แต่มีอาการกระตุกเบา เหมือนรถที่ขับไปยกคันเร่งไป
จนทำให้คุณเมียถึงกับเมารถ

อาการที่ตามมาคือ รถซดน้ำมัน ที่ความเร็ว 80-90 ขึ้นอัตราบริโภค 10L/100km ใช่ฮะ 10กิโลลิตร เหมือนระบบพยายามฉีดน้ำมันเพื่อให้ DPF มันพยายามทำงานคืนให้ได้

ที่หน้าปัดไม่มีไฟเครื่องเตือนแต่อย่างใด เป็นแบบนี้จนถึงที่หมาย ... เมียบ่นซิครับ

วันถัดมา ผมยังไมไ่ด้เอารถไปเช็คอาการต่อ เพราะต้องเอาไป ตจว เพื่อส่งแม่ผมกลับบ้านที่ ตจว อีกรอบ
คราวนี้ รถยังพอวิ่งได้ แต่กดเร่งแซงไม่ได้ ต้องค่อย ๆ กดคันเร่งเพื่อให้สมูธที่สุด รถยังคงมีอาการเดิมคือบริโภคน้ำมัน 10kml ที่ความเร็วประมาณ 80km
หลังจากขับไปเกือบๆ 300 กว่าโล ไฟเครื่องก็โผล่มา พร้อมกับ สัญลักษณ์ DPF กระพริบ

รถกลับมาวิ่งได้ปกติ และอัตราบริโภคน้ำมันที่ดีขึ้นชัดเจน สามารถเร่ง ไปที่ความเร็ว 140 ได้ โดยที่อัตราบริโภคน้ำมันยังอยู่ในเลข 5.x/100km

เข้าใจว่าพอระบบมันเช็คว่า DPF ผิดปกติและปิดตัว DPF ออกไป ทำให้รถวิ่งดีขึ้นชัดเจน ไม่มีอากรสั่นแต่อย่างใด

ขากลับเข้า กทม วิ่งระยะทางเกือบๆ 500 km รถยังวิ่งดีเป็นปกติ

เลยต้องเบิกงบจากภรรยาว่า เมียจ๋า ถ้าไม่อยากเมารถก็เซนอนุมัติงบสัก 15000 มาซ่อมรถนะคะ

หลังจากถอด dpf และเปลี่ยนของเหลว น้ำมันเครื่อง เกียร์ กรองดีเซล รถวิ่งดีขึ้นชัดเจน คันเร่งเบา กดเป็นมา และกินน้ำมันน้อยลงมาก

ใจจริงผมก็อยากซ่อมเจ้า DPF แต่พอเช็คราคาซ่อมจากทาง 0 ราคา x2 ของการระเบิดมันทิ้ง เลยต้องยอมเป็นคนไม่รักษ์โลก ต้องขออภัยทุกท่านด้วยครับ
บล็อกข่าวไอทีกากๆ >> https://thaimobiletricks.blogspot.com/ << ข่าวมือถือ มือถือรุ่นใหม่

ออฟไลน์ StruckleP

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 29
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 09:01:35 »
ผมก็เคยครับตอนที่แฟนขับแล้วแฟนจะไปเขาค้อ เร่งแซงเกือบไม่รอดจนกลับมาคือแฟนขวัญผวามาก
ตอนนี้นางบอกว่าลาขาดรถญี่ปุ่น (ยกเว้น CHR)  แต่ผมยังไม่ตัดนะครับ

ตอนนี้คือในบ้านมีทั้งรถญี่ปุ่นและยุโรปแต่ตัวที่งอแงดันคือญี่ปุ่นโดยเฉพาะ Mazda 2 กับ CX5
จริงๆมี CX3 แต่ขายไปแล้วซ่อมไม่จบสักอย่างแล้วแคบมาก คอร์กี้อยู่ยังไม่อยากนั่งหลัง ทั้งๆที่คันอื่นนั่งได้หมด

ออนไลน์ apinui

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,185
    • อีเมล์
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 09:02:13 »
จริงๆแล้ว บางทีถ้าพูดไปก็อาจจะไม่ดี แต่ใช้วิจารญาณแล้วกันนะครับ ..

คือเครืองดีเซลของ mazda เนี่ย สิ่งที่ผมแนะนำทุกคนที่ออกรถเลยคือ "อุด EGR "

ลูกค้าหลายคนที่เชื่อทำตามที่ผมแนะนำ ไม่ว่าจะ CX5 ร จนถึง M2 ไม่เคยมีใครมีปัญหาเรื่องนี้เลย ..

โดยเฉพาะ M2 ถ้าไม่อุด EGR คราบเขม่าเหนียวจะอัดแน่นอยู่ในท่อ ID ที่มี intercooler อยู่ สะสมไปนานๆจะตัน อากาศไม่สามารถไหลผ่อนได้ และอาจทำให้ Interฯ รั่วได้ในอนาคตด้วยครับ ....

ส่วน DPF นั่น ถ้าเราอุด EGR แล้ว เขม่าที่ออกจากเครื่องจะน้อยลงมากๆ เพราะเครื่องยนต์เผาไหม้ได้หมดจด DPF จึงแทบจะไม่ได้ทำงานเลยครับ ...

แต่ถ้าปิดระบบ DPF แต่ไม่ถอดท่อ DPF และไม่อุด EGR เขม่าควันจะไปตันในรังผึ่งของ DPF ในระยะยาวครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2019, 09:04:05 โดย apinui »

ออฟไลน์ StruckleP

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 29
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 09:19:54 »
จริงๆแล้ว บางทีถ้าพูดไปก็อาจจะไม่ดี แต่ใช้วิจารญาณแล้วกันนะครับ ..

คือเครืองดีเซลของ mazda เนี่ย สิ่งที่ผมแนะนำทุกคนที่ออกรถเลยคือ "อุด EGR "

ลูกค้าหลายคนที่เชื่อทำตามที่ผมแนะนำ ไม่ว่าจะ CX5 ร จนถึง M2 ไม่เคยมีใครมีปัญหาเรื่องนี้เลย ..

โดยเฉพาะ M2 ถ้าไม่อุด EGR คราบเขม่าเหนียวจะอัดแน่นอยู่ในท่อ ID ที่มี intercooler อยู่ สะสมไปนานๆจะตัน อากาศไม่สามารถไหลผ่อนได้ และอาจทำให้ Interฯ รั่วได้ในอนาคตด้วยครับ ....

ส่วน DPF นั่น ถ้าเราอุด EGR แล้ว เขม่าที่ออกจากเครื่องจะน้อยลงมากๆ เพราะเครื่องยนต์เผาไหม้ได้หมดจด DPF จึงแทบจะไม่ได้ทำงานเลยครับ ...

แต่ถ้าปิดระบบ DPF แต่ไม่ถอดท่อ DPF และไม่อุด EGR เขม่าควันจะไปตันในรังผึ่งของ DPF ในระยะยาวครับ

ผมเคยคิดเรื่องถอดออกครับ แต่ที่บ้านทำเคมีรู้ผลอันตรายของ pm2.5 มากแต่มันก็กลัวจะมีปัญหากับชีวิตคนใช้รถ เหมือนกัน
ปล.เวลาไม่ได้อุดแล้วสตาร์ทนี่ค่า ฝุ่นละออกขึ้นแบบโหดมากสงสารน้องหมาในบ้านมากๆครับ แต่ก็กลัวคนเอาไปขับมีปัญหาตามมา
สุดท้ายจอดไว้รอจะขายให้เพื่อนที่เป็นเต๊นมารับไป

ออนไลน์ apinui

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,185
    • อีเมล์
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 09:25:27 »
จริงๆแล้ว บางทีถ้าพูดไปก็อาจจะไม่ดี แต่ใช้วิจารญาณแล้วกันนะครับ ..

คือเครืองดีเซลของ mazda เนี่ย สิ่งที่ผมแนะนำทุกคนที่ออกรถเลยคือ "อุด EGR "

ลูกค้าหลายคนที่เชื่อทำตามที่ผมแนะนำ ไม่ว่าจะ CX5 ร จนถึง M2 ไม่เคยมีใครมีปัญหาเรื่องนี้เลย ..

โดยเฉพาะ M2 ถ้าไม่อุด EGR คราบเขม่าเหนียวจะอัดแน่นอยู่ในท่อ ID ที่มี intercooler อยู่ สะสมไปนานๆจะตัน อากาศไม่สามารถไหลผ่อนได้ และอาจทำให้ Interฯ รั่วได้ในอนาคตด้วยครับ ....

ส่วน DPF นั่น ถ้าเราอุด EGR แล้ว เขม่าที่ออกจากเครื่องจะน้อยลงมากๆ เพราะเครื่องยนต์เผาไหม้ได้หมดจด DPF จึงแทบจะไม่ได้ทำงานเลยครับ ...

แต่ถ้าปิดระบบ DPF แต่ไม่ถอดท่อ DPF และไม่อุด EGR เขม่าควันจะไปตันในรังผึ่งของ DPF ในระยะยาวครับ

ผมเคยคิดเรื่องถอดออกครับ แต่ที่บ้านทำเคมีรู้ผลอันตรายของ pm2.5 มากแต่มันก็กลัวจะมีปัญหากับชีวิตคนใช้รถ เหมือนกัน
ปล.เวลาไม่ได้อุดแล้วสตาร์ทนี่ค่า ฝุ่นละออกขึ้นแบบโหดมากสงสารน้องหมาในบ้านมากๆครับ แต่ก็กลัวคนเอาไปขับมีปัญหาตามมา
สุดท้ายจอดไว้รอจะขายให้เพื่อนที่เป็นเต๊นมารับไป

ถ้าไม่อยากให้มีควัน ให้อุด EGR ครับควันหายแน่นอน ... ส่วน DPF ถ้าอุด EGR แล้วไม่ต้องถอดครับ ...

ออฟไลน์ SNK vs Playmore

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,524
  • ไอ้บอสไอ้ขี้ขลาด
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 09:25:51 »
ผมให้ความเห็นเรื่อง DPF ไม่ได้

แต่อยากให้พวกเราที่เข้ามาอ่าน หากเจอรถเสีย ผิดปกติอยู่ข้างหน้า

อย่าบีบแตรไล่เขาครับ

รถผมเคยติดไฟแดง แล้วมีอาการเข้าเกียร์ไม่ได้ เลยเปิดไฟฉุกเฉิน

พยายามจะเข็นรถ มีหลายคันที่บีบแตรไล่ผม

ทำให้ผมแค้นมาก ๆ ครับ

ออฟไลน์ blitzpao

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 645
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 09:26:48 »
บอกลาเครื่องดีเซล Mazda ได้เลย  ผมว่าคนที่มีปัญหาควรรวมตัวกันฟ้องเหมือนตอน Ford แล้วละครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2019, 09:37:17 โดย blitzpao »

ออฟไลน์ blitzpao

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 645
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 09:39:22 »
ผมให้ความเห็นเรื่อง DPF ไม่ได้

แต่อยากให้พวกเราที่เข้ามาอ่าน หากเจอรถเสีย ผิดปกติอยู่ข้างหน้า

อย่าบีบแตรไล่เขาครับ

รถผมเคยติดไฟแดง แล้วมีอาการเข้าเกียร์ไม่ได้ เลยเปิดไฟฉุกเฉิน

พยายามจะเข็นรถ มีหลายคันที่บีบแตรไล่ผม

ทำให้ผมแค้นมาก ๆ ครับ

ผมว่ามารยาทขับรถคนไทยทรามขึ้นทุกวันเมือเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างมาเลย์ผมเคยลืมซื้อบัตรเข้า Motor Way เค้าเลยต้องจอดอยู่หน้าด่านไม่มีใครบีบแตรผมสักคัน

ออฟไลน์ nl2br

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,812
    • ร้านค้าออนไลน์
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 09:40:42 »
บอกลาเครื่องดีเซล Mazda ได้เลย  ผมว่าคนที่มีปัญหาควรรวมตัวกันฟ้องเหมือนตอน Ford แล้วละครับ

คิดว่าอยู่ในขั้นตอนของศาลครับ เค้ารวมตัวจนฟ้องกันแล้วครับ
บล็อกข่าวไอทีกากๆ >> https://thaimobiletricks.blogspot.com/ << ข่าวมือถือ มือถือรุ่นใหม่

ออฟไลน์ Arnan_td

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 284
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 10:02:01 »
กี่รอบกี่คนกี่ครั้ง โดนกระทืบกลับจากคนขาย ยังไม่เข็ดกันอีกหรอครับ ผมก็เคยเป็นหนึ่งในลูกค้า
รอบเดียว ไม่มีครั้งสองแล้ว รถเขาเหมือนผู้หญิงทำสวยมาแต่ ......

ออฟไลน์ Tom sawyer

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 117
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 10:07:37 »
บอกลาเครื่องดีเซล Mazda ได้เลย  ผมว่าคนที่มีปัญหาควรรวมตัวกันฟ้องเหมือนตอน Ford แล้วละครับ

คิดว่าอยู่ในขั้นตอนของศาลครับ เค้ารวมตัวจนฟ้องกันแล้วครับ
ระวังโดนฟ้องกลับกันเสียละ บริษัทนี้เค้าชอบเซอร์ไพรซ์ลูกค้าแปลกๆ

ออฟไลน์ NS

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,509
  • การเดินทางครั้งใหม่
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 10:20:00 »
ผมเคยคิดที่จะออก CX5 2019 ดีเซล เพราะรถสวยอ็อพชัั่นเจ๋งและขับดีครับ  แต่่อ่านข้อมูลมาแค่มีปัญหากันพอสมควร พอบอกภรรยาว่ามีคนแนะนำให้อุด egr ภรรยาก็บอกว่าไม่เอา ไม่ชอบดัดแปลง กลัวสร้างมลพิษ แล้วถ้าศูนย์ตรวจพบประกันขาดด้วย เลยจำใจต้องลาจากด้วยความสียดาย
จะเลือกรถหรือเมีย....

...รถสิคร๊าฟ

ออฟไลน์ tongtom

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 283
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 10:22:17 »
ผมให้ความเห็นเรื่อง DPF ไม่ได้

แต่อยากให้พวกเราที่เข้ามาอ่าน หากเจอรถเสีย ผิดปกติอยู่ข้างหน้า

อย่าบีบแตรไล่เขาครับ

รถผมเคยติดไฟแดง แล้วมีอาการเข้าเกียร์ไม่ได้ เลยเปิดไฟฉุกเฉิน

พยายามจะเข็นรถ มีหลายคันที่บีบแตรไล่ผม

ทำให้ผมแค้นมาก ๆ ครับ


-*-*-*-* ใช่เลยครับ พี่งเจอวันหยุด ที่ผ่านมา ....โคโรน่า ST191 มั๊ง ตูดใหญ่ๆ เขาเปิดไฟผ่าหมาก ขับช้าๆ ชิดซ้ายก็ไม่ได้   ไอ้คนขับที่ไปด้วย ก็ด่าละ "ทำห่...อะไรของมัน " แล้วกระพริบไฟ(ไล่) เลยบอกมันไป รถเสียมั๊ง   พอกำลังกดแซงขึ้นไป เป็นลุงแก่ๆ กับ ป้า ขับอยู่แกก็ โบกมือผ่านกระจก มาให้แซง  ............. เลยสอนมันไปว่า "ไม่กลัวว่า  ไม่นึกว่า สักวัน เป็นพ่อแม่แก แล้วรถเสีย ก็มีไอ้พวกใจร้อน ไม่ดูไฟฯ ไม่สนใจบีบแตรไล่ เปิดไฟไล่บ้างหรอวะ "   มันก็หัวเราะ ...เออๆๆ




*******************ส่วนเรื่อง มาสด้า ดีเซล *********

ในหมู่บ้านมีคันนึง (ข้าราชการเกษียณเน้นเที่ยว) ที่รีแมพ แล้วบอกว่า ปิดEGR ปิดDPF  เรียบร้อยแล้ว เพราะเหตุการณ์ กระตุกตอนไปอีสาน ช่วงลำตะคองที่สร้างทางอยู่ปีก่อน รถก็ติดๆ แกแก้ด้วยการ ใส่เกียร์ต่ำ แล้วลากรอบไปเลย  ประมาณ 2กิโลฯ หายไปตลอดทริป    แต่แกไม่วางใจแล้ว บอกว่า มันนึกจะมามันก็มา ... เพราะกลับมาเอาไปขึ้นลานจอดรถห้าง กระตุกๆ (อีกแล้ว) ทั้งๆ ที่ส่วนมาก ถ้าวิ่งทางยาวๆ แกจะพยายามให้เผาเขม่า ด้วยการลากเกียร์ (บ้าง) รอบสูงๆ บ้าง  รถไม่เคยมีปัญหาอะไร เชียร์ให้ผมซื้อ ตอนนี้แกเลย รีแมพ ปิดหมดเลย (แกเข้าใจว่ามันปิด ) ซึ่งผมไม่รู้ว่า ปิดได้จริงๆ ไหม
ผ่านมา 4หมื่นโล ได้แล้ว ยังไม่มีอะไร รถวิ่ง 1.7-1.8แสนแล้ว ส่วนมากออกต่างจังหวัด ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2019, 10:30:53 โดย tongtom »

ออฟไลน์ Jacob

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,772
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 10:28:44 »
มันไม่ใช่แค่ของค่ายนี้หรอกครับ ดูจากค่ายอื่นทั่วโลกก็มีปัญหากัน เนื่องจากเป็นระบบใหม่ที่เพิ่งมีเป็นธรรมดาที่จะต้องเจอปัญหา เทคโนโลยีหลายอย่างกว่าจะแก้ไขจนนิ่งคงอีกนาน
เมืองนอกเค้าถึงได้ยกเลิกเครื่องดีเซลกันไง ส่วนบ้านเราถ้าลูกค้าไม่ยอมรับ มันก็ไม่มีการพัฒนาต่อ แล้วก็จะหายไปจากตลาดเช่นเดียวกัน

ออฟไลน์ 2k

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,509
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 10:30:45 »
ผมให้ความเห็นเรื่อง DPF ไม่ได้

แต่อยากให้พวกเราที่เข้ามาอ่าน หากเจอรถเสีย ผิดปกติอยู่ข้างหน้า

อย่าบีบแตรไล่เขาครับ

รถผมเคยติดไฟแดง แล้วมีอาการเข้าเกียร์ไม่ได้ เลยเปิดไฟฉุกเฉิน

พยายามจะเข็นรถ มีหลายคันที่บีบแตรไล่ผม

ทำให้ผมแค้นมาก ๆ ครับ

ผมว่ามารยาทขับรถคนไทยทรามขึ้นทุกวันเมือเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างมาเลย์ผมเคยลืมซื้อบัตรเข้า Motor Way เค้าเลยต้องจอดอยู่หน้าด่านไม่มีใครบีบแตรผมสักคัน

นิสัยคนไทยเรื่องขับรถทรามสมกับที่ได้ตำแหน่งสถิติอุบัติเหตุอันดับ1ของโลกจริงๆครับ เห็นชัดเจนว่ารถเสียยังบีบด่าน่าถอดร้องเท้าขว้างใส่รถมันจริงๆ  >:( แต่คนพวกนี้เก่งแค่ในรถเท่านั้นแหละให้ลงมาเจอหน้ากันจริงๆหงอไม่กล้าแม้สบตา  8)
หมาเฝ้าบ้านแจกฟรีจ้า www.dogfindhome.com


ออฟไลน์ Sacrifice

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 451
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 10:57:05 »
ผมเคยจะเชียร์ พี่ ซื้อ Mazda 2 ดีเซล เพราะแรงเชียร์จากคนในเน็ต + ความเชื่อทีว่าเครื่อง Diesel ทนกว่า Benzine

โชคดีที่พี่ไม่เชื่อ ออก cx3 benzine ไป ก็ happy ดี

ออนไลน์ CHANOM

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 873
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 10:57:35 »
อ่านแล้วกลัวแทนเลยค่ะ ลองนึกภาพเลยว่า ถ้าเป็นตัวเอง เราคงทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
.
.

นี้คือหนึ่งในสาเหตุที่เราตัดสินใจขาย Mazda 2 ของเราไปเหมือนกันค่ะ ทั้งๆที่เราเองก็อุด EGR ไปแล้ว
เราไม่มีความรู้ และ ไม่มีความสามารถมากพอ ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องนี้ ^^"
In My Garage

2005 Honda Civic Exclusive EXi
2007 MB A180 CDI W169
2007 MB C220 CDI W203
2015 Honda HRV 1.8 E-Limited
2019 Toyota Camry 2.5G
2019 Honda HRV 1.8 EL

ออฟไลน์ Newhang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,339
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 11:16:34 »
โชคดีที่ผมไม่ซื้อดีเซล

ผมไม่เคยเชื่อว่าอาการมันจะหาย เจอกันตัวเจ็บแน่นอน
ตอนแรกในเว็บบอกเพราะน้ำมัน ผมบอกเลยว่าผมไม่เชื่อ
พอหลังๆ คนบอกเพราะ egr ผมก็ไม่เชื่อเช่นกัน
ตอนนี้คนบอก dpf ผมก็ไม่รู้นะ
แต่ไม่ซื้อน่ะดีแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2019, 11:19:44 โดย Newhang »

ออฟไลน์ Stp

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,132
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 11:19:47 »
แน่ใจเหรอว่ายี่ห้ออื่นเขาก็เป็นกัน เป็นถึงขั้นเครื่องพังเนี่ยนะ DPF ส่วนใหญ่ถ้าใช้งานรถติดๆ เขม่าก็อุดจนตัน เขามีน้ำยาชะล้างเพื่อให้กลับมาทำงานได้ปกติ ไม่ใช่เครื่องพังพินาศแบบนี้

เอาแค่ประเทศไทยก็มีรถยนต์ที่ติดตั้ง DPF มากว่า 10+ ปีแล้วนะครับ ถ้าเทียบรถญี่ปุ่นด้วยกัน Honda CR-V 1.6d ทำไมเขาไม่ป่วยจนเครื่องพัง

มันไม่ใช่แค่ของค่ายนี้หรอกครับ ดูจากค่ายอื่นทั่วโลกก็มีปัญหากัน เนื่องจากเป็นระบบใหม่ที่เพิ่งมีเป็นธรรมดาที่จะต้องเจอปัญหา เทคโนโลยีหลายอย่างกว่าจะแก้ไขจนนิ่งคงอีกนาน
เมืองนอกเค้าถึงได้ยกเลิกเครื่องดีเซลกันไง ส่วนบ้านเราถ้าลูกค้าไม่ยอมรับ มันก็ไม่มีการพัฒนาต่อ แล้วก็จะหายไปจากตลาดเช่นเดียวกัน
:D ;D ร่วมรณรงค์รักการอ่านหนังสือ แทนการถามตลอดเวลา ;D :D

ออฟไลน์ DriveOnly

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,454
    • อีเมล์
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 11:23:49 »
cx3 ดีเซลผมจะเอาไงดีครับเนี่ย อายุ 3 ปีครึ่ง วิ่ง 4 หมื่นนิดๆ หลังจากเคลมกระจกข้างพับกางไม่ได้ (เหรื่อยมากๆ กว่าจะได้เคลม) ตอนนี้ เหมือนแอร์จะมีปัญหา เย็นฝั่งเดียว เดียวเย็นเดียวร้อน ยิ่งเจอรถติดนานๆ นี่ลมเย็นหายไปเลย

ขอถามละกันครับ cx3 ดีเซล ขายตอนนี้ได้เท่าไหร่  :'(

ออฟไลน์ Jacob

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,772
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 11:49:31 »
แน่ใจเหรอว่ายี่ห้ออื่นเขาก็เป็นกัน เป็นถึงขั้นเครื่องพังเนี่ยนะ DPF ส่วนใหญ่ถ้าใช้งานรถติดๆ เขม่าก็อุดจนตัน เขามีน้ำยาชะล้างเพื่อให้กลับมาทำงานได้ปกติ ไม่ใช่เครื่องพังพินาศแบบนี้

เอาแค่ประเทศไทยก็มีรถยนต์ที่ติดตั้ง DPF มากว่า 10+ ปีแล้วนะครับ ถ้าเทียบรถญี่ปุ่นด้วยกัน Honda CR-V 1.6d ทำไมเขาไม่ป่วยจนเครื่องพัง

มันไม่ใช่แค่ของค่ายนี้หรอกครับ ดูจากค่ายอื่นทั่วโลกก็มีปัญหากัน เนื่องจากเป็นระบบใหม่ที่เพิ่งมีเป็นธรรมดาที่จะต้องเจอปัญหา เทคโนโลยีหลายอย่างกว่าจะแก้ไขจนนิ่งคงอีกนาน
เมืองนอกเค้าถึงได้ยกเลิกเครื่องดีเซลกันไง ส่วนบ้านเราถ้าลูกค้าไม่ยอมรับ มันก็ไม่มีการพัฒนาต่อ แล้วก็จะหายไปจากตลาดเช่นเดียวกัน
https://www.google.com/url?sa=t&source=web&rct=j&url=https://www.hypermiler.co.uk/dpf-diesel-particulate-filter/which-cars-have-the-most-dpf-problems&ved=2ahUKEwi1lPbjpa_mAhVrzjgGHRoJBJYQi5YDMBp6BAgPEA0&usg=AOvVaw1Dz6AlZdTKy8BPtzrix9Qy&cshid=1576126492811
https://www.jlmdpfdoctor.com/problems/
ของ crv ก็ลอง search ดูครับ ของเวบต้องห้าม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2019, 11:55:20 โดย Jacob »

ออฟไลน์ Symphonic

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,429
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 11:53:57 »
จริงๆ อยากบอกว่า ถ้าต้องให้ลูกค้าแก้ปัญหาด้วยการตัดอุปกรณ์ลดมลพิษออก
มันก็ไม่ต่างอะไรกับบริษัทฉาวที่โกงค่ามลพิษเพื่ออัตราภาษีถูก แล้วขายถูกลง
จรรยาบรรณในการทำธุรกิจคืออะไรครับ

ขอถามลูกค้าในมุมกลับด้วยว่า ถ้าตัด EGR ตัด DPF ตั้งแต่ออกจากโรงงาน
รถวิ่งดีไม่มีปัญหา แต่มลพิษสูง ภาษีสูง ตัวรถขายแพงขึ้นไปที่ 8-9 แสน
จะยังซื้อกันมั้ยครับ

แบบนี้เหมือนมันโกงสังคมยังไงไม่รู้สิครับ
เพราะพวกที่ต้องจูนลดกำลังลง เพื่อให้มลพิษผ่านแบบแน่นอน
กลับถูกลูกค้ามองว่าเครื่องไม่แรง ขับไม่สนุก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2019, 11:55:56 โดย Symphonic »

ออฟไลน์ madboy

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,679
    • อีเมล์
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 11:54:54 »
เรื่องรถเสียผมก็เคยเจอมาครับ จอดเสียอยู่เลนซ้าย เปิดฝากระโปรงหลังด้วยนะ ไฟฉุกเฉินก็เปิดอยู่ ก็ยังมีผู้มาต่อท้าย และบีบแตรไล่ นับสิบคัน ตลอดช่วงเวลาที่จอดแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ ซึ่งมัน....ไม่โอเคจริงๆครับ  >:(

ออฟไลน์ Valsartan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,071
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 12:06:05 »
จริงๆ อยากบอกว่า ถ้าต้องให้ลูกค้าแก้ปัญหาด้วยการตัดอุปกรณ์ลดมลพิษออก
มันก็ไม่ต่างอะไรกับบริษัทฉาวที่โกงค่ามลพิษเพื่ออัตราภาษีถูก แล้วขายถูกลง
จรรยาบรรณในการทำธุรกิจคืออะไรครับ

ขอถามลูกค้าในมุมกลับด้วยว่า ถ้าตัด EGR ตัด DPF ตั้งแต่ออกจากโรงงาน
รถวิ่งดีไม่มีปัญหา แต่มลพิษสูง ภาษีสูง ตัวรถขายแพงขึ้นไปที่ 8-9 แสน
จะยังซื้อกันมั้ยครับ

แบบนี้เหมือนมันโกงสังคมยังไงไม่รู้สิครับ
เพราะพวกที่ต้องจูนลดกำลังลง เพื่อให้มลพิษผ่านแบบแน่นอน
กลับถูกลูกค้ามองว่าเครื่องไม่แรง ขับไม่สนุก

+1

ออฟไลน์ r0u0g0e0k

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 736
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 12:11:22 »
ปัญหาคือ  หลายคันอาการมาตั้งเเต่รถยังอยู่ในประกัน

ทีนี้ ใครจะกล้าไปดัดเเปลงตัดนุ่นอุดนี้ ก่อนรถหมดประกัน เพราะจะเป็นข้ออ้างในการไม่รับผิดชอบในปัญหาตัวรถ ใดๆทั้งสิ้น 

เพราะถึงไปดัดเเปลง ตัดนู่นอุดนี้เเล้ว ก็ยังไม่มีอะไรคอนเฟิม ว่าจะหมดปัญหา อย่างเช่น เรื่องน้ำดัน

ทีนี้ ถ้าไปดัดเเปลงเเล้ว รถเกิดมีปัญหาอะไรขึ้นมา หมดสิทเรียกร้องใดๆทั้งสิ้น

ออฟไลน์ bossa26

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 123
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 12:12:34 »
จริงๆ อยากบอกว่า ถ้าต้องให้ลูกค้าแก้ปัญหาด้วยการตัดอุปกรณ์ลดมลพิษออก
มันก็ไม่ต่างอะไรกับบริษัทฉาวที่โกงค่ามลพิษเพื่ออัตราภาษีถูก แล้วขายถูกลง
จรรยาบรรณในการทำธุรกิจคืออะไรครับ

ขอถามลูกค้าในมุมกลับด้วยว่า ถ้าตัด EGR ตัด DPF ตั้งแต่ออกจากโรงงาน
รถวิ่งดีไม่มีปัญหา แต่มลพิษสูง ภาษีสูง ตัวรถขายแพงขึ้นไปที่ 8-9 แสน
จะยังซื้อกันมั้ยครับ

แบบนี้เหมือนมันโกงสังคมยังไงไม่รู้สิครับ
เพราะพวกที่ต้องจูนลดกำลังลง เพื่อให้มลพิษผ่านแบบแน่นอน
กลับถูกลูกค้ามองว่าเครื่องไม่แรง ขับไม่สนุก
+100

ออฟไลน์ tvm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,375
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 12:26:42 »
ใจเย็นมากครับ รถมีปัญหาขนาดนั้น ผมไม่คิดจะเอาไป ตจว.ในวันถัดไปแน่ๆ
และวิธีแก้แบบเอาง่ายและประหยัดก็คงไปห้ามไม่ได้ แต่ถ้าประเทศทีมีการตรวจสภาพ การแก้ปัญหาง่ายๆ แบบนี้ก็ไม่น่าจะได้
โชคดีที่อยู่ในไทยครับ รอบหน้าใช้รถเบนซินละกันครับ จะได้หมดปัญหานี้ครับ

ว่าแต่ ในไทย ต้องตรวจสภาพและไอเสียรถไหมนะครับ ปกติเห็นหลักๆ แค่ขูดเลข

ออฟไลน์ Devil13

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,737
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 12:33:23 »
จริงๆผมโทษ มาสด้านะ ไม่โทษDPF
กระบะดีเซล ใช้กันจนลูกบวช ไม่เห็นจะพังกันง่ายๆแบบนี้เลย  >:(

ออฟไลน์ Stp

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,132
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 12:55:33 »
เอาข่าวที่โมเดลจบตั้งแต่ปี 2012-2013 มาโพสต์เนี่ยนะ แถมเว็บที่บอกปัญหาเขาก็บอกวิธีแก้ปัญหาในการล้างระบบให้ว่าควรทำยังไง

เทียบกับข่าวฟ้องยี่ห้อนึงที่ DPF ทำเครื่องพังกันในหลายๆ ประเทศนี่คนละเรื่องเลย ไหนจะข่าวเรียกตรวจสอบชิ้นส่วนแต่ไทยเงียบอีก เคสยี่ห้ออื่นเขาไม่พังกันยกแผงขนาดนี้นะครับ

แน่ใจเหรอว่ายี่ห้ออื่นเขาก็เป็นกัน เป็นถึงขั้นเครื่องพังเนี่ยนะ DPF ส่วนใหญ่ถ้าใช้งานรถติดๆ เขม่าก็อุดจนตัน เขามีน้ำยาชะล้างเพื่อให้กลับมาทำงานได้ปกติ ไม่ใช่เครื่องพังพินาศแบบนี้

เอาแค่ประเทศไทยก็มีรถยนต์ที่ติดตั้ง DPF มากว่า 10+ ปีแล้วนะครับ ถ้าเทียบรถญี่ปุ่นด้วยกัน Honda CR-V 1.6d ทำไมเขาไม่ป่วยจนเครื่องพัง

มันไม่ใช่แค่ของค่ายนี้หรอกครับ ดูจากค่ายอื่นทั่วโลกก็มีปัญหากัน เนื่องจากเป็นระบบใหม่ที่เพิ่งมีเป็นธรรมดาที่จะต้องเจอปัญหา เทคโนโลยีหลายอย่างกว่าจะแก้ไขจนนิ่งคงอีกนาน
เมืองนอกเค้าถึงได้ยกเลิกเครื่องดีเซลกันไง ส่วนบ้านเราถ้าลูกค้าไม่ยอมรับ มันก็ไม่มีการพัฒนาต่อ แล้วก็จะหายไปจากตลาดเช่นเดียวกัน
https://www.google.com/url?sa=t&source=web&rct=j&url=https://www.hypermiler.co.uk/dpf-diesel-particulate-filter/which-cars-have-the-most-dpf-problems&ved=2ahUKEwi1lPbjpa_mAhVrzjgGHRoJBJYQi5YDMBp6BAgPEA0&usg=AOvVaw1Dz6AlZdTKy8BPtzrix9Qy&cshid=1576126492811
https://www.jlmdpfdoctor.com/problems/
ของ crv ก็ลอง search ดูครับ ของเวบต้องห้าม
:D ;D ร่วมรณรงค์รักการอ่านหนังสือ แทนการถามตลอดเวลา ;D :D

ออฟไลน์ kollove

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 8
    • อีเมล์
Re: เกือบตายเพราะ DPF พัง!!!
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2019, 13:08:21 »
ผมใช้อยู่ ดีเซล ปี15 ตอนแรกอุด egr ผ่านไป2ปี 150000 โลมีอาการกระตุกและเครื่องดับ ไปเข้าอู่นอกเช็คดูปรากฎว่า ใบเทอโบพังครับ ถามช่างบอกว่าน่าจะเพราะสาเหตุความร้อนแรงดันมันสะสมในระบบแคท เลยมีปัญหาย้อนไปที่เทอร์โบทำให้มันพังซึ่งอันตรายมากๆรถจะดับกลางอากาศได้ตลอด ผมเลยตัดสินใจให้ช่างตัดระบบแคทออกทั้งหมด ผลคือรถเร่งดีโล่งไม่มีปัญหาแต่ตอนสตาร์ทรถนี่มีควันอยู่บ้างแต่ไม่มากอยู่ที่ฝีมือช่างจูนระบบแต่เหม็นไอเสียมากครับไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อมแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรจำยอมเพื่อให้รถใช้งานได้ต่อไป