1
Discussion Forum / Re: รถไฟฟ้า 800V อนาคต?
« กระทู้ล่าสุด โดย Terng เมื่อ วันนี้ เวลา 19:36:22 »ตอบจากมุมที่ มีเงินถึง 800V หลายรุ่นในตลาด แต่เลือกออก BZ4X ที่เป็น 400V แต่ DC150kw
จากที่ออกทริปต่างจังหวัดมากับเพื่อนที่มี 800V ความแตกต่างในการใช้งาน "ที่ตู้ชาร์จที่หาได้ทั่วๆไป" ในปัจจุบัน 800V จะชาร์จได้ไวกว่าเป็นเท่าตัว แต่ไอ้เท่าตัวที่ว่านี่ มันจะประมาณนี้ครับจากที่เดินทางแล้วดูแบตกันมา
1. แวะสั่งกาแฟ รอจะได้กาแฟครบทุกคน เข้าห้องน้ำแล้วขึ้นรถไปต่อ มันจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ไปจอดชาร์จด้วยกัน คัน 800V จะวิ่งได้เต็มมากสุดที่กำลังของตู้หาร 2 ส่วนของคันผม จะน้อยกว่าเล็กน้อย เช่นสมมติตู้ได้ 120kw ที่เจอกันบ่อยๆ เราจะหารสองได้ 60kw รถ 800v ก็จะดูดได้แทบจะ 60kw ยาวๆ ส่วนคันผมก็จะราวๆ 55-57 แถวๆนี้ (เพราะจริงๆรถมันรับได้ 150kw แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงดูดสู้ 800v ข้างๆไม่ได้) ดังนั้น พอขับไปเที่ยวด้วยกัน ก็ไม่ได้รู้สึกว่า ไวแตกต่างกันมาก
2. แต่พอแยกชาร์จคนละที่ ถ้าตู้ว่าง คัน 800v ไฟจะวิ่งแทบเต็ม 120kw และคาไว้ได้นานกว่า ส่วนของผมสปีดจะตกลงตอนมันเริ่มผ่าน 80% ไป จน 90% จะค่อนข้างเริ่มช้าแล้ว ซึ่งคันผมจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีสำหรับ 30-90% ส่วนคันเพื่อน ถ้าจำตัวเลขไม่ผิด พอๆกัน ใช้เวลา ไม่ถึง 20 นาทีดี ก็คือผลต่าง 10 นาที
ดังนั้นถ้าตู้ชาร์จส่วนใหญ่ที่มี ณ วันนี้ ยังไม่พอทำให้ 800V คุ้มค่าอย่างที่คิด แต่ถ้าอีกสัก 3 ปีขึ้นไปมาดูกันใหม่ วันนั้น 800V อาจจะเห็นผลต่างชัดเจนมากกว่านี้ก็ได้เวลาใช้งานจริงๆครับ
ถ้าวันนี้ซื้อรถ ถ้าคุณกะใช้ 4-5 ปีเปลี่ยน ยังไม่ต้องเอา 800V มาตัดสินใจขนาดนั้น แต่ถ้ากะว่าจะใช้ยาวๆ 8-10 ปี ยังไงต้องเอา 800V ไว้ก่อนครับ
โจทย์ผมตอนนี้ออก BZ4X เพราะ "หวัง" ว่าความเป็นญี่ปุ่นจะไว้ใจได้มากกว่าในการดูแลตลอดอายุที่มันอยู่กับเรา ก็ไม่รู้จะคิดผิดหรือถูก แต่ยังไม่กล้าไปลองค่ายจีนจริงๆ ทั้งๆที่ก็ชอบตัวรถมากกว่านะ วันนี้ผมเลยเลือก 400V มาใช้ ซึ่ง 99% ผมชาร์จบ้านด้วย เพราะมีรถคันอื่นในการเดินทางต่างจังหวัดท่องเที่ยวแยกไว้ต่างหาก ดังนั้น 800V จากที่เคยคิดว่า สำคัญมากๆ พอจะซื้อจริง ศึกษาเพิ่ม อาจจะไม่ได้จำเป้นขนาดนั้น ณ วันนี้ และ ณ โจทย์การใช้งานที่ เราเผื่อผ่อนหมด 4 ปี อาจจะมีการเปลี่ยนไปหารุ่นอื่นทดแทนด้วย ก็เลยเลือกรถที่ น่าจะ "เปลี่ยนมือได้ง่าย" มีไฟแนนซ์กล้ารับจัดตอนเป็นมือสอง ดีกว่าครับ น่าจะหาคนซื้อต่อไม่ยาก
จากที่ออกทริปต่างจังหวัดมากับเพื่อนที่มี 800V ความแตกต่างในการใช้งาน "ที่ตู้ชาร์จที่หาได้ทั่วๆไป" ในปัจจุบัน 800V จะชาร์จได้ไวกว่าเป็นเท่าตัว แต่ไอ้เท่าตัวที่ว่านี่ มันจะประมาณนี้ครับจากที่เดินทางแล้วดูแบตกันมา
1. แวะสั่งกาแฟ รอจะได้กาแฟครบทุกคน เข้าห้องน้ำแล้วขึ้นรถไปต่อ มันจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ไปจอดชาร์จด้วยกัน คัน 800V จะวิ่งได้เต็มมากสุดที่กำลังของตู้หาร 2 ส่วนของคันผม จะน้อยกว่าเล็กน้อย เช่นสมมติตู้ได้ 120kw ที่เจอกันบ่อยๆ เราจะหารสองได้ 60kw รถ 800v ก็จะดูดได้แทบจะ 60kw ยาวๆ ส่วนคันผมก็จะราวๆ 55-57 แถวๆนี้ (เพราะจริงๆรถมันรับได้ 150kw แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงดูดสู้ 800v ข้างๆไม่ได้) ดังนั้น พอขับไปเที่ยวด้วยกัน ก็ไม่ได้รู้สึกว่า ไวแตกต่างกันมาก
2. แต่พอแยกชาร์จคนละที่ ถ้าตู้ว่าง คัน 800v ไฟจะวิ่งแทบเต็ม 120kw และคาไว้ได้นานกว่า ส่วนของผมสปีดจะตกลงตอนมันเริ่มผ่าน 80% ไป จน 90% จะค่อนข้างเริ่มช้าแล้ว ซึ่งคันผมจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีสำหรับ 30-90% ส่วนคันเพื่อน ถ้าจำตัวเลขไม่ผิด พอๆกัน ใช้เวลา ไม่ถึง 20 นาทีดี ก็คือผลต่าง 10 นาที
ดังนั้นถ้าตู้ชาร์จส่วนใหญ่ที่มี ณ วันนี้ ยังไม่พอทำให้ 800V คุ้มค่าอย่างที่คิด แต่ถ้าอีกสัก 3 ปีขึ้นไปมาดูกันใหม่ วันนั้น 800V อาจจะเห็นผลต่างชัดเจนมากกว่านี้ก็ได้เวลาใช้งานจริงๆครับ
ถ้าวันนี้ซื้อรถ ถ้าคุณกะใช้ 4-5 ปีเปลี่ยน ยังไม่ต้องเอา 800V มาตัดสินใจขนาดนั้น แต่ถ้ากะว่าจะใช้ยาวๆ 8-10 ปี ยังไงต้องเอา 800V ไว้ก่อนครับ
โจทย์ผมตอนนี้ออก BZ4X เพราะ "หวัง" ว่าความเป็นญี่ปุ่นจะไว้ใจได้มากกว่าในการดูแลตลอดอายุที่มันอยู่กับเรา ก็ไม่รู้จะคิดผิดหรือถูก แต่ยังไม่กล้าไปลองค่ายจีนจริงๆ ทั้งๆที่ก็ชอบตัวรถมากกว่านะ วันนี้ผมเลยเลือก 400V มาใช้ ซึ่ง 99% ผมชาร์จบ้านด้วย เพราะมีรถคันอื่นในการเดินทางต่างจังหวัดท่องเที่ยวแยกไว้ต่างหาก ดังนั้น 800V จากที่เคยคิดว่า สำคัญมากๆ พอจะซื้อจริง ศึกษาเพิ่ม อาจจะไม่ได้จำเป้นขนาดนั้น ณ วันนี้ และ ณ โจทย์การใช้งานที่ เราเผื่อผ่อนหมด 4 ปี อาจจะมีการเปลี่ยนไปหารุ่นอื่นทดแทนด้วย ก็เลยเลือกรถที่ น่าจะ "เปลี่ยนมือได้ง่าย" มีไฟแนนซ์กล้ารับจัดตอนเป็นมือสอง ดีกว่าครับ น่าจะหาคนซื้อต่อไม่ยาก
กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้