กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 [10]
91
ที่ท่าน เนื้อน่องไม่หนัง และ ท่าน DiKiBoyZ มอง ผมฟังและเห็นด้วย พร้อมสะดุดใจเองทันทีครับ (โดยก่อนหน้านี้ผมไม่สะดุดมาก่อน)
คือ แล้ว Volvo มันเข้าไปติดโผได้ยังไง ทั้งที่การสำรวจเกิดขึ้นในสหรัฐและอังกฤษ

ผมว่าเรามองเรื่องเดียวกันแหละครับ คนทั่วไปมองรถเป็น 'เครื่องบอกฐานะ' (Status Symbol) แต่คนชั้นสูงเขามองรถเป็น 'เครื่องมือ' (Utility) และ 'ความสงบ' (Privacy)

ส่วนการที่ Volvo XC90・V60 (เจ้าชายสวีเดนแข่งรถด้วยคันนี้ครับ) เป็นต้น ไปจอดข้าง Bentley ในวังได้ โดยที่ไม่มีใครรู้สึกว่ามันขัดตา นั่นแหละครับคือคำนิยามของ Quiet Luxury ที่แท้จริง คือมัน 'สุภาพ' พอที่จะเข้าได้ทุกสังคมโดยไม่ต้องใช้เสียงเครื่องยนต์ตะโกนบอกใคร

ปล. ส่วนตัว ผมมองมันเป็นสิ่งที่พาผมข้ามจังหวัดบ่อย ๆ โดยพ้นภัย และ พาหนะรักษาสุขภาพกายใจที่พอผมถึงที่หมายผมไม่นอยด์ครับ ไม่ได้ซื้อมาบอกฐานะอะไรเลย และ ผม เป็นคนเดินกินข้าวข้างทางแบบชาวบ้านธรรมดาเป็นระยะครับ
92
มันก็เหมือนเอาข้อดีของ ICE กับ BEV มาบวกกันนั้นละครับ

PHEV ข้อดีคือ วิ่งในเมือง ระยะไม่ไกล ไป-กลับ ใช้ไฟฟ้า เป็นหลักเลย อันนี้คือจุดเด่นจริงๆ ของมัน

แต่ถ้าวิ่งไกลขึ้นมา ก็ไม่ต่างจาก ICE เท่าไหร่เลย ประหยัดช่วงแรกๆ หลังๆ ก็น้ำมันละ

เคยเปิดโหมด B เพื่อชาร์จไฟ กินน้ำกว่าเดิมอีก สรุปไม่คุ้ม ชาร์จบ้านคุ้มกว่า

ข้อเสียคือ ต้องบำรุงรักษา เหมือนรถน้ำมัน เช็คระยะ เช็ครอบ (ที่ต่างจากรถ BEV)

ยังไม่นับว่า ช่วงที่ต้องเช็คใหญ่ เปลี่ยนน้ำยาหล่อเย็น หรือ ต้องซ่อมจริงๆ 2 ระบบ ที่หนักเอาเรื่องอยู่
93
ก็อยู่ที่ว่า ไปถาม หรือ โพล จากคนกลุ่มไหน

ถ้า เข้าถึง กลุ่มคนชั้นสูงได้(ที่่เป็นเจ้าของรถเหล่านั้น) ผลโพล ก็จะออกอีกแบบ

ถ้า กลุ่มคน ทั่วไป (ที่เป็นฝ่ายมอง) ก็จะผลจะออกอีกแบบ

เคยเห็นภาพนี้ไหม ที่ จักรยาน  -> มองรถมอเตอร์ไซต์ -> มองรถยนต์ -> มองซูปเปอร์คาร์ -> มองเรือยอร์ช

มันคือแบบนั้นละ

เพราะสุดท้ายแล้ว คนรวย ไม่ได้มีรถแค่คันเดียว มันคือ เครื่องหมายบ่งบอกบารมีและความรวย

ไม่ว่าจะเป็น RR หรือ RANGE ROVER หรือ LAMBORGHINI หรือ FERRARI ก็ตาม

พวกเขาเหล่านั้นมีหมด

ถ้าไปอเมริกา ก็จะเป็นพวก Cadillac

ถ้าญุี่ปุ่น ก็จะอีกแบบ

ตะวันออกกลาง ก็จะอีกแบบ
94
ผมว่ามันไม่เกี่ยวข้องกันทั้งหมดครับ
Quiet luxury เป็นเทรนที่กำลังมาจริง แต่ไม่น่าจะเป็นเหตุผลจริงๆที่เขาเลือกครับ

ถ้าในกลุ่ม UK เหตุที่เลือก bentley/ rangerover น่าจะเพราะมันเป็นแบรนที่เกิดมาจาก UK มากกว่าครับ

RangeRover นี้คือตัวพ่อของ Luxury suv icon เลยนะครับมาก่อน G wagon อีกนะครับ
ถ้าเน้นความสบายในการโดยสาร คิดว่า xc90 น่าจะทำได้ดีกว่า gle/ x5 ครับ ซึ่งมันน่าจะเป็นสิ่งที่เขาต้องการมากกว่า quiet luxury ครับ
95
Discussion Forum / Re: วิเคราะห์กัน ทำไม ฮอนด้า ถึงไม่รอดที่เกาหลี ..??
« กระทู้ล่าสุด โดย AgentMolder เมื่อ เมษายน 29, 2026, 15:24:55 »
คำตอบก็ง่ายๆนะ บ้านเขาผลิตรถได้ ส่งขายทั่วโลก ไยจะต้องใช้ของญี่ปุ่น ที่เป็นชาติคู่แข่งกัน

ถ้าเคยไปเกาหลีสักครั้งจะทราบครับ 95% รถเกาหลีล้วนๆเต็มถนน 4% รถยุโรป 1% รถญี่ปุ่น เผลอๆคนขับรถญี่ปุ่นโดนเหยียดเอาด้วยซ้ำว่าไม่รักชาติ 555

ตรงข้าม คุณไปญี่ปุ่น เคยเจอรถเกาหลีไหมครับ ผมไปญี่ปุ่นเป็ฯ 10 ครั้งแล้ว ไม่เคยเหนเลย รถต่างชาติส่วนใหญ่ยุโรปล้วนๆ
96
เอาจริงๆ PHEV คือรถที่สมบูรณ์แบบในแง่การใช้งานในบ้านเรา (นับแค่เรื่องการใช้พลังงานนะครับ ไม่นับความทนทาน) ขอแบตวิ่งสัก 100 โล เพียงพอแล้ว วิ่งในเมือง ไปทำงานใกล้ๆ แทบไม่ต้องเติมน้ำมัน วิ่งไกล ก็เติมได้เหมือนรถน้ำมันทั่วไป ถ้าใช้ Mode Hybride ก็ประหยัดใกล้ๆกับรถ Hybrid

แต่ปัญหาบ้านเราคือ รถ PHEV มีแค่ในรถยุโรป BM Benz Volvo แล้วก็รถจีน Haval H6, BYD แก๊ง DM-i เท่านั้น รถญี่ปุ่นในไทย ไม่มีเลย (ซึ่งน่าเสียดายมาก) เป็ฯที่ทราบกันว่า Hybrid ยุโรป ไม่ว่าค่ายไหน ต่างก็มีปัญหา โดยเฉพาะตราดาว ทำให้หลายคนแหยงมาก ต่อให้ ณ ปัจจบันนี้ปัญหาลดลงเยอะแล้ว เท่าที่ผมสิงใน club ก็ไม่มีปัญหาเรื่อง Power train กินข้าวลิง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องหยุมหยิม siftware ไม่เสถียร เซนเซอนี่นั่นมีปัญหา เข้า ศ. กันบ่อย ส่วนใน BMW ดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็มีปัญหาบ้าง แต่น้อยกว่าเบนซื ส่วน Valvo ปัญหาน้อยสุดแล้วครับ แต่ดันวิ่งได้น้อย แล้วอนาคตเหมือน volvo มองไปที่ BEV มากกว่า ส่วน รถจีน เพื่อนผมใช้ Haval H6 มาหลายปีละตั้งแต่มันราคาล้านเจ็ด จนตอนนี้ก็ไม่มีปัญหานะ ยังใช้ได้ดีอยู่ ตาดีได้ ตาร้ายเสีย

เหมือน คห. บนๆบอก ถ้ารถญี่ปุ่นเอา PHEV เข้า มันจะน่าใช้มากๆ เพราะพิสูจน์แล้วเรื่องความเสถียร ศ. เยอะ อะหลั่ยเพียบ ราคาไม่แพงเท่ายุโรป แต่ก็นั่นแหล่ะ พี่ยุ่นเขาไม่เอาเข้ามา เพราะมันจะแพงทะลุ 2 ล้านแน่นอน
97
Financial Times – Why the super-rich are buying quiet luxury (2023) ยกตัวอย่าง Volvo และ Bentley ว่าเป็นรถที่เศรษฐีอังกฤษเลือกใช้ เพราะ “ไม่ตะโกน” เมื่อเทียบกับรถสายโชว์อย่าง Lamborghini
The Telegraph – The cars the Royal Family actually drive ระบุว่า Range Rover และ Volvo XC90 เป็นรถใช้งานจริงของราชวงศ์อังกฤษ เพราะดูสุภาพ ใช้งานได้จริง และไม่เวอร์เกินจำเป็น
GQ – Old Money Style vs New Money Style อธิบายว่า Old Money มักเลือก Land Rover หรือ Volvo สีเข้ม ๆ เดิม ๆ ไม่แต่ง เพราะแนวคิดคือ “ความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดัง”

98
Discussion Forum / Re: ค่าซ่อมและเปลี่ยนของเหลวให้ Subaru XV มือสอง
« กระทู้ล่าสุด โดย Stwois เมื่อ เมษายน 29, 2026, 13:31:16 »
ถ้าจะเอาจริงๆต้องใจร่มๆ ค่อยหา จะได้รถบ้านไมล์ไม่ไหล
เรื่องซ่อมหลักๆก็แอร์ เกียร์ดูแลเรื่องน้ำมันทุกสองหมื่นโล ช่วล่วง พวกบุ้ทอาจจะไปไวกว่าปกติหน่อย
อู่จะมีร้านเฉพาะอยู่ตรงปตทแถวแยกนครชัยศรี หลังจากเลี้ยวซ้ายเข้าบรม
99
ใช้ PHEV อยู่ครับ BMW 530e ใช้มา 5 ปีกับระยะทางเกือบ 9หมื่นโล หมด BSI แล้ว ผมซื้อ SI ต่ออีก 3 ปี กะจะใช้ให้ได้ 10 ปี ครับ


ที่ใช้มาไม่เคยต้องซ่อมอะไรเลยครับ แค่บำรุงรักษาตามระยะทางเท่านั้น เป็นรถที่ใช้ดีมาก ไม่จุกจิกเลย บริบทของผมใช้เป็นคันหลักขับไปทำงานแถบชานเมือง ระยะทางไป-กลับ 40 กม./วัน ตัวรถแบต 6 โมดูล 12kW ราคาแบตโมดูลละ 6หมื่นบาท นน.รถ 1.7 ตัน (เทคโนโลยี่ลดน้ำหนักด้วยตัวถังอลูมิเนียมช่วย) ค่าไฟโดยเฉลี่ยเดือนละประมาณ 200 หน่วย (ชาร์จทุกวันเวลากลับบ้าน เวลาใช้งานจะพยายามให้แบตหมดหรือเกือบหมดตอนถึงบ้านเสมอ) เติมน้ำมันโซฮอล์95 2เดือนครั้ง แต่ถ้าอัดเต็มถังอยู่ได้ถึง 3 เดือน ปัจจุบันระยะวิ่งไฟฟ้าล้วนลดลงจากตอนออกจากโชว์รูม น่าจะเหลือซัก 80% เช็คระยะรอบถัดไปประมาณเดือน ก.ย. จะลองให้ช่างเช็ค SOH ให้ครับ ตัวรถมีประกันแบต 10 ปี ผมพยายามชาร์จบ่อยๆให้ใช้ cycle เยอะๆเผื่อจะได้เคลมแบตในระยะประกันครับ


โดยรวมแฮปปี้ครับ ( เพราะรถไม่จุกจิกเลย) อนาคตยังอยากใช้ BM PHEV อีก ( หรือไม่ก็ BEV iX3 แต่ติดที่หน้าตาอย่างเดียวเลย :(  ) แต่อยากให้วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ซัก 100 โล
100
ผมใช้ XC60 T8 มา 7 ปี  เพิ่งวิ่งครบ 40,0000 Km เอง เป็น T8 รุ่นแรกๆ  แบตตัวเล็กวิ่งได้ 35 Km/charge เท่านั้น แต่ลงตัวกับการใช้งานเพราะส่วนใหญ่ขับในเมืองวันละ 10 Km เอง  ชาร์จทุกวันแป๊บเดียวเต็ม  ค่าไฟคงราว 5-10 บาทต่อชาร์จ  เติมน้ำมัน 500 บาททุกสามเดือนไว้เลี้ยงเครื่องยนต์  เรื่องความประหยัดเลยกลายเป็นเรื่องที่ผมไม่คิดเลยเพราะใช้น้อยและประหยัดมากพอแล้ว  เครื่องเงียบ แรงมาก ใช้ 7 ปีมีความสุขทุกวันที่ขับ ไม่มีปัญหาจุกจิกอะไรเลย  ผมไม่มองว่าสองระบบเป็นภาระ  ผมมองว่าเป็นระบบสำรอง  เพราะผมใช้เครื่องยนต์น้อยมาก  การสึกหรอน้อยมาก  ไว้วิ่งทางไกลสะดวกดี
พูดถึงรถไฟฟ้า ทุกคนคุยถึงแต่ความประหยัดและฟังก์ชั่นที่ให้มา  แต่ผมกลับให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมาอันดับหนึ่ง  ซึ่งรู้สึกว่าตัวเองคิดต่างกับคนอื่นมากๆ  โดยรถคันนี้ช่วยผมรอดจากอุบัติเหตุมานับครั้งไม่ถ้วน  ไม่นับว่าเครื่องเสียงถูกใจคนบ้าดนตรีอย่างผม  ก่อนซื้อได้ลองยุโรปรุ่นใกล้กันแล้วไม่ถูกใจเลย  ถ้าจะซื้อใหม่ภายใน 5 ปีนี้ผมก็จะซื้อ PHEV อีก  เลือก Volvo เป็นอันดับหนึ่ง  รองลงไปคงดูตัวเลือกอื่นอีกทีครับ
หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 [10]