81
Discussion Forum / Re: แนวทางการ ลดการนำเข้าพลังงาน
« กระทู้ล่าสุด โดย Weetting เมื่อ มีนาคม 20, 2026, 09:08:40 »ภาพนี้น่าสนใจครับ ถ้ายึดแค่ว่าให้ป้ายดำเติมดีเซล ราคานึงเลย ก็สามารถได้ทันทีไม่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลใดๆเลย สถานีบริการก็พร้อมซะด้วย แต่ส่วนต่างต้องไม่ห่างกันมากไปครับ ไม่งั้นจะเจอปัญหาอีกหลายจุด
ผมหมายถึง
รถ SUV ดีเซล รถหรู รถยุโรป PPV ครับ มีใครเอา PPV SUV ไปขนผัก ไปล้างแอร์บ้าง กระบะ 4 ประตู จดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ป้ายดำ ถ้าเอาไปทำการค้าก็ใช้รถผิดประเภทตั้งแต่จดทะเบียนแล้ว
ส่วนกระบะ แค๊ป กระบะ หัวเดียว รถบรรทุกเล็ก ก็เหมือนเดิม รถพวกนี้ พ่อค้าแม่ค้าชาวนา เค้าใช้ขนของไม่ต้องไปยุ่งกับเค้า
แต่ 520D E220D ฟอร์จูนเนอร์ เอเวอร์เรส Mu-x รถพวกนี้ ได้ใช้น้ำมันราคาถูกที่คนส่วนใหญ่ต้องจ่ายอุ้มครับ
ไม่ได้ห้ามขายครับ แค่เก็บภาษีแพงขึ้น
เป็นไปได้ยากครับ เบื้องหลังมันมีดีเทลมากกว่านั้นอีกเยอะเชิงโครงสร้าง พูดแบบกำปั้นทุบดินเลยคือผู้ใหญ่ในวงการเค้ายอมไม่ได้ครับเพราะเค้ากินหัวคิวจากตรงนั้น ลองไปทำงานร่วมกับองค์กรนี้ซัก โปรเจกต์ดูจะรู้เลยครับ E10 E20 ก็ไม่ช่วยต่อให้บังคับไป มันก็จะนำเข้าเยอะอยู่ดี
ถัดมาถ้าจะมองทางเลือกพลังงานต้องไปทั้ง eco system เรื่อง bev มาเป็นไปไม่ได้ใน 5ปีนี้แน่นอน ขนาด passenger cars ยังมีปั้มไม่พอ การที่จะ power รถขนส่งจะต้องหา สถานีที่มีแรงชาร์จเยอะมากๆๆ เพื่อให้เพียงพอ หลักๆก็ต้องมีแบตสำรองไว้อย่างน้อย 1-2Gwh ลงทุนสูงมากครับ
ต่อให้มี mega charge กระจายตัวทั่วแล้ว หรือแค่ super charge แบบ 200kwh+ ย้อนกลับมาที่รถที่เป็นตัวขนส่งหลัก ในไทยก็รู้ๆกันว่ากระบะซงซ้อคือเมนหลักในการขนส่งของประเทศ product ที่เป็นกระบะ ตอนนี้มีแค่ JAC / dongfeng ที่ทำมาเป็นหัวลาก ซึ่งวิ่งได้น้อยมากถ้าบรรทุกเต็ม แปลว่าต้องชาร์จบ่อยมากต่อให้ทำ on board charger มา 200+ ก็เถอะ ไม่เป็นผลดีต่อคนขับรถขนส่งเลย
ทีนี้แล้วทำไมประเทศอื่นทำได้? กระบะประเทศอื่นไม่ใช่รถขนส่งเป็นหลักครับ มันคือรถแพงด้วยซ้ำ อย่าง EU ก็ใช้รถตู้เป็นหลัก (ใน BEV มีการใช้แล้วเครือ geely มี farizon วิ่งได้พอสมควร) แต่พอมาไทยด้วยต้นทุนรถ ทำราคาสู้กระบะที่ได้สิทธิทางภาษีไม่ได้ เลยไม่เกิดในไทยครับ ส่วนถ้าจะเทียบในจีนเลย ขนส่งระยะสั้นเค้าใช้รถมอไซพ่วงกัน ในชนบทใช้เป็นบรรทุกเล็ก ข้ามเมืองใช้เป็น HGV และ HGV ก็ใช้ใน EU/NA เช่นกัน
ฉะนั้นไทยสเปคแปลก ไม่มีใครลงมาเล่น product นี้จริงจังนอกจาก toyota/izuzu ที่ไม่ได้เน้นเรื่อง NEV ฉะนั้นรอไปเถอะครับไม่มีทางเกิด
ปัจจัยภายนอกอีกอย่างคือวัยรุ่นซงซ้อที่เป็นกำลังหลักเรื่องขนส่งในไทยเนี่ย เค้ามีรสนิยม ควันดำ อยู่ๆไปบอกให้เค้าใช้ EV คงยาก ข้อแรกบัดเจทเค้าไม่ได้พอซื้อ พอซ่อมแน่น่อนครับ persona เค้าหาเช้ากินค่ำ มี 100 ใช้ 200 เวลาเป็น BEV มันมีการ maintenance เรื่องแบต เสียทีก้อนใหญ่ ถ้ายังแก้ปัญหาเรื่องประกันหรือ subsidy เรื่องนี้ให้เป็น term payment ถูกๆได้ก็ยากครับ ต้องให้รัฐมาคุมอย่างเดียว เอกชนที่ไหนจะยอมเสียตังตัวเองเพื่อมาเปิด segment ใหม่ และค่านิยมควันดำ ท่อดัง ไฟวิบวั้บ ที่มันฝังรากกันมาตั้งแต่เป็นวัยมอไซทรงแง้น มันต้องปรับกันอีกเยอะครับ แค่ตัดต่อสายไฟไปทำไฟไอติม กระพริบวิบวั้บ ก็มีสิทธิ์โดน void ประกันแล้ว
สรุปเลยคือถ้าไม่ได้ กม. บีบบังคับให้ใช้งาน เป็นไปไม่ได้เลยครับ แค่แรงจูงใจที่มีในพวก sme ตอนนี้คือ รับเงินสนับสนุนทำ solar ต้องเข้าไปอบรม ร่วมกิจกรรมอีก 10กว่า events เพื่อเงินกู้แค่ 1-2ล้าน คนที่จะสร้างยอด logistic sme ได้เยอะๆ ก็ต้องมีแรงจูงใจเยอะกว่านี้
ส่วนตัวผมทำโรงงานใช้ทั้ง farizon / riddara และใช้ byd ให้ sales วิ่งด้วย แต่สุดท้ายเวลาขนส่ง load ก็ต้องใช้ toyota อยู่ดีครับ ต่อให้ปั้มไฟเพียงพอ reliablity ของรถจีนก็อาจจะยังไม่เพียงพอ เวลาเสียทีมันไม่ได้แก้ไวเหมือน toyota ซึ่งในมุมธุรกิจ มันสะดุดครับ
ทีนี้ถ้ามาเจาะแค่น้ำมัน E10 E20 ก็วนไปข้อแรกเรื่องกองทุนกินเปล่าพวกนั้นมีแต่ผู้มีอำนาจได้รับผลประโยชน์ ทำน่ะมันทำได้แต่ต้องบังคับให้ค่ายรถออก E20 เป็นมาตรฐาน ให้สิทธิ์เค้าเพิ่ม บีบให้คนใช้อย่างเดียว ถ้าไม่ออกเป็น กม. ก็ทำไรไม่ได้ครับ และถ้ายังหาช่องทางกินเปล่าให้กับธุรกิจไฟฟ้าไม่ได้ ก็ยากจะเปลี่ยนครับ เพราะ solar มันเก็บได้ทุกบ้าน
ผมเข้าใจว่า เราก็นำเข้าเยอะ และกลายเป็นผู้ส่งออกได้อยู่ดีครับ เพราะปกติเราก็ส่งออกให้เพื่อนบ้านอยู่แล้ว ในหลายประเทศ
ฝั่ง logistic ไปไฟฟ้าเยอะแล้วนะครับโดยเฉพาะ บ. หรือ องค์กรใหญ่ อย่างไปรณีย์ไทยก็มีรถขนส่งเป็น EV เยอะขึ้นมาก DHL ก็มี IKEA Decathlon ก็ใช้รถไฟฟ้าหมดแล้ว
และถ้าต้นทุนไฟฟ้า มันดีกว่าน้ำมันไปเรื่อยๆ มันก็ไปตามธรรมชาติเองละครับ ยิ่งสายสร้างตัวชอบทำตัวเองแบบนี้(ล่าสุดจะประท้วงหยุดวิ่ง) ขนส่งที่เป็นองค์กรแล้วใช้ EV ยิ่งได้เปรียบ
อนาคตระบบรางสมบูรณ์ การขนส่งจะไม่ได้ลากยาวเหมือนเมื่อก่อน แค่ไปรับส่งของตามสถานีกระจายสินค้า ซึ่ง EV ก็ได้เปรียบอีก...ถ้าขนส่งสร้างตัวยังทำตัวแบบนี้ต่อไปก็ตายเองละครับ
ส่วนเรื่องน้ำมัน B10 E85 20 ...ปัญหาคือ ถ้าหมดวิกฤตแล้ว จะยังสนับสนุนกันต่อรึเปล่า หรือจะทิ้งไปเหมือนเมื่อก่อน
เพราะตอนน้ำมันมันถูก น้ำมันมันถูกกว่า Bio เอทานอล นะ พอเอาพวกนี้มาผสมมากๆ แล้วน้ำมันแพง คนใช้น้ำมันก็ด่ากันอีก
จะให้คนทำ เอทานอล เขาทำๆ หยุดๆ เขาก็ตายพอดีครับ น้ำมันถูกเลิกทำ น้ำมันแพงให้ทำเยอะๆ ไม่มีใครเขาอยากลงทุนหรอกครับ
ผมว่าก็ปล่อยไปแบบนี้ละ น้ำมันขาดก็ประหยัดกันหน่อย นี่ยังเห็นจอดรถไม่ดับเครื่องกันหน้า 7-11แถวบ้านอยู่เลย...แก้ที่นิสัยคนใช้รถ ง่ายกว่านโยบายนะ
การสื่อสารดูจะเป็นปัญหาใหญ่เหมือนกันนะครับ ถ้า รัฐบาลส่งสารได้ดีพอ พร้อมจะเดินไปทิศเดียวกัน ลดการนำเข้ากับซื้อของในประเทศที่แพงกว่า(นิดหน่อย) มันมีความคุ้มค่าในเชิงตัวเลขที่ไม่เหมือนกันอยู่ครับ
ส่วนภาพการบอกให้ประหยัด ในยุคที่เน้นความสะดวกสบายกันขนาดนี้ ผมเห็นทิศทางแล้วยากครับ
โดนไป 2 รอบ ตอนบอกให้มาเติม NGV เราก็ไปซื้อรถ NGV ตอนนี้หาปั้มเติมไม่ได้แล้ว หลายปั้มใกล้บ้านปิดหมด
อีกรอบ บอกให้มาเติม E85 ก็เอารถไปจูน E85 ตอนนี้บอกยกเลิก หาปั้มไม่ได้อีก ต้องเอารถไปจูนกลับ 95 เหมือนเดิม
เจ็บปวด รถผมจูน E20 ตั้งแต่ E85 ยังหาเติมง่ายกว่า(ตอนนี้) ตอนนั้นใจก็ไป E85 เห็นม้าต่างกันเครื่อง 1.8ลิตร N/A สิบกว่าม้า
กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
